ลา ปล้องช์ เดส์ แบลส์ ฟีย์ ประเทศฝรั่งเศส - นับเป็นการได้รางวัลตอบแทนกับการทำงานอย่างหนักให้กับทีม สกาย สำหรับ คริสโตเฟอร์ ฟรูม นักปั่นจากสหราชอาณาจักร ที่คว้าแชมป์สเตจที่ 7 ได้อย่างแข็งแกร่ง หลังจาก ต้องออกแรงปั่นทางชันขึ้นเขาในช่วง 100 เมตรเข้าเส้นชัยหนีกลุ่มตัวเต็ง
ทั้งนี้ ฟรูม น่องเหล็กจากอังกฤษ ซึ่งเกิดในประเทศเคนยา ได้ทำเวลาเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่หนึ่งด้วยเวลา 4 ชั่วโมง 58 นาที 35 วินาที คว้าแชมป์สเตจที่ 7 พร้อมกับเป็นฮีโร่สำคัญที่ช่วยให้ทีมสกาย ขึ้นมานำในเวลารวมประเภททีมด้วยเวลาทั้งสิ้น 103 ชั่วโมง 5 นาที 23 วินาที
ส่วนอันดับที่สองของสเตจนี้ตกเป็นของ คาเดล อีแวนส์ นักปั่นอีกหนึ่งตัวเต็งจากออสเตรเลีย สังกัดทีม บีเอ็มซี เรซซิ่ง ที่ทำเวลาเข้าเส้นชัยตามหลังมาเพียงแค่ 2 วินาทีเท่ากับอันดับที่สามซึ่งได้แก่ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ ตัวเต็งแชมป์คนดังจากสหราชอาณาจักร เพื่อนร่วมทีมสกาย ของ ฟรูม
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ฟรูม เป็นผู้ซิวชัยสเตจที่ 7 แต่กลับมีส่วนสำคัญทำให้ วิกกิ้นส์ แชมป์โอลิมปิก ประเภทลู่กลับสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ด้วยการผงาดขึ้นเป็นผู้นำเวลารวมสามารถแย่งเสื้อเหลืองจาก ฟาเบียน แคนเซลลาร่า นักปั่นจากสวิสที่ใส่ เยลโล่ เจอร์ซี่ย์ มาตลอด 7 สเตจที่ผ่านมาไปได้สำเร็จ
ฟรูม กล่าวอย่างดีใจว่า
''มันไม่ได้มีการวางแผนที่จะคว้าแชมป์สเตจ เราแค่ต้องรักษาอันดับของแบร็ดลี่ย์ให้จงได้ แต่เราก็มาได้ลุ้นกันในช่วงปั่นขึ้นเขา เห็นได้ชัดเจนว่าผมได้เปรียบคู่แข่งคนอื่นๆ ผมรู้ว่าควรจะต้องทำอะไรในช่วงท้ายก่อนถึงเส้นชัย ผมคิดว่ามาแข่งขันที่นี่ มีสองขาเหมือนคนอื่นๆ ทำไมผมจะไม่สู้ ผมใส่เต็มแรงตอนเร่งขึ้นเขาตอน 50 เมตรเข้าเส้นชัย ผมไม่อยากจะเชื่อว่า คาเดล ไล่ตามสองล้อของผมไม่ทัน''
''ผมพูดอะไรไม่ออกเลย นี่เป็นความฝันที่กลายเป็นจริง ผมไม่เคยคิดว่าจะคว้าแชมป์สเตจที่นี่ ผมรู้สึกเหมือนตัวกำลังลอยเลยครับ''
โดย แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ ทะยานขึ้นเป็นผู้นำเวลารวมด้วยเวลารวม 34 ชั่วโมง 21 นาที 20 วินาที ทิ้งห่าง คาเดล อีแวนส์ นักปั่นจากแดนจิงโจ้ คู่แข่งสำคัญของแบร็ดลี่ย์ ที่ทำเวลาตามหลังเข้ามา 10 วินาที และอันดับที่สามได้แก่ วินเชนโซ่ นิบาลี่ น่องเหล็กชาวอิตาเลียน ที่ทำเวลาตามหลังเข้ามา 16 วินาที
วิกกิ้นส์ กล่าวหลังขึ้นโพเดียมสวมเสื้อเหลืองว่า
''เราจะรักษาเสื้อเหลืองกันวันต่อวัน แต่ตอนนี้ผมขอพูดก่อนเลยว่าคุณไม่สามารถเลือกอะไรเมื่อคุณได้สวมใส่เหสืองในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ไปแล้ว หนทางเดียวคือรักษามันไว้กับตัวให้ได้นานที่สุด เราจะปกป้องและป้องกันเสื้อตัวนี้ทุกๆ วันนับจากนี้''
''สำหรับ คาเดล ยิ่งปั่นยิ่งร้อนแรง เท้าของเขาแรงดีและไล่บี้พวกเรามาติดๆ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะพยายามเสี่ยง
เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เราแค่ต้องจัดการเขาให้อยู่หมัด''
แน่นอนว่าคู่แข่งสำคัญของวิกกิ้นส์ คือ คาเดล อีแวนส์ แชมป์เก่าจากออสเตรเลีย ซึ่งทั้งคู่รู้ไส้รู้พุงกันมาเป็นอย่างดี เพราะร่วมแข่งขันตูร์ เดอ ฟร้อง มาหลายปี
ด้าน อีแวนส์ เปิดเผยว่า
''ฟรูม เป็นนักปั่นที่น่าทึ่งมากจริงๆ เขาขี่จักรยานข้างหน้าผมในช่วง 3 กิโลเมตรสุดท้ายได้อย่างยอดเยี่ยม สุดท้ายเขาก็หนีผมไปเข้าเส้นชัยแบบง่ายดาย''
''ตอนนี้ผมต้องการให้ตัวเองปั่นเร็วขึ้นช่วงทางโค้งขึ้นเขา ผมจะต้องพยายามอย่างมากเพราะมันจะทำให้ผมได้เปรียบวิกกิ้นส์และทีมสกาย''
ขณะที่ วิกกิ้นส์ ได้เอ่ยเพิ่มเติมถึง คาเดล อีกว่า
''ผมคาดหวังเสมอว่า คาเดล จะต้องโจมตีต่อสู้เพื่อทำเวลาเลื่อนขึ้นมา แต่นั่นน่าจะเป็นในการขึ้นเขาซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติมากนักในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ แน่นอนว่าเสี่ยงแต่ถ้าเขาพลาดจะเป็นโอกาสของเราเลย อย่างไรก็ดี เรายังมีทีมที่แข็งแกร่งเอาไว้ต่อสู้กับทีมบีเอ็มซี เรซซิ่ง''
''ผมรู้ว่า คาเดล มีดีที่อาจจะคว้าแชมป์สเตจ ถ้าหากเขามีโชคเข้าข้างด้วย มันน่าจะเป็นต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมอีกปีหนึ่ง ผมดีใจที่ได้ใส่เสื้อเหลือง ก่อนหน้านี้ในอดีตผมเคยนั่งอยู่ที่บ้านของเทรนเนอร์และมองดูฮีโร่ของผมแข่งขันในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ คือ มิเกล อินดูเรน ตอนนี้ผมอายุ 32 ปี มาที่นี่เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดของภูเขาโดยมีเสื้อเหลืองอยู่บนตัวของผม แผนการนับจากนี้ไป เราจะต้องทำเหมือนที่ฝึกซ้อมมาให้ได้ตลอดทั้งปีครับ''
สำหรับ แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ กลายเป็นนักปั่นจากสหราชอาณาจักรคนที่ห้าที่ได้สวมเสื้อเหลือง โดยก่อนหน้านี้มี
นักปั่นจากสหราชอาณาจักรที่ได้สวมเสื้อเหลืองได้แก่
- ทอม ซิมป์สัน : ปี 1962 (1 สเตจ)
- คริส บอร์ดแมน : ปี 1994 (3 สเตจ), ปี 1997 (1 สเตจ) และปี 1998 (2 สเตจ)
- ชอน เยตส์ : ปี 1994 (1 สเตจ)
- เดวิด มิลลาร์ : ปี 2000 (3 สเตจ)
- แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ : ปี 2012
ส่วนเส้นทางสเตจที่ 8 จะยังคงเป็นทางขึ้นภูเขา มีระยะทาง 157.5 กิโลเมตร ออกสตาร์ตจากแบลฟอร์ ไปยังปอร์ร็องทรุย ถึงแม้ระยะทางจะไม่ยาว แต่ทางโค้งขึ้นเขาและความชันจะทำให้นักปั่นเสียเวลาและเสี่ยงอันตรายไม่น้อยต้องมีสมาธิอย่างมากบวกกับกำลังขาที่แข็งแกร่งขึ้นไปให้ถึงเส้นชัยให้ได้

คริสโตเฟอร์ ฟรูม น่องเหล็กของทีมสกาย

จบสเตจที่ 7 คริสโตเฟอร์ ฟรูม น่องเหล็กจากสหราชอาณาจักรของทีมสกาย ได้สวมเสื้อลายจุดขึ้นฉลองบนโพเดียม หลังเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก

แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ นักปั่นจากทีมสกายอีกคน ได้สวมเสื้อเหลืองสมใจ
สเตจที่ 8 จากแบลฟอร์ ไปยังปอร์ร็องทรุย
กินลมชมวิวตูร์ เดอ ฟร้องซ์

กลุ่มแฟนสองล้อยืนบนกองฟางพร้อมกับโบกไม้โบกมือ ออกท่วงท่าลีลากันอย่างเริงร่า ช่วยสร้างสีสันในการเชียร์ในช่วงสเตจที่ 7 ได้เป็นอย่างดี

ขบวนนักปั่นกำลังเคลื่อนที่ผ่านทุ่งข้าวสาลีในระหว่างทางเมืองต็อมแบลน

บรรดาน่องเหล็กได้ดื่มด่ำกับวิวสวยๆ ของทุ่งดอกทานตะวัน

แฟนๆ ต่างหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพกองทัพสองล้อที่กำลังเคลื่อนผ่านทะเลสาบ Gerardmer กันอย่างเมามัน

คริสโตเฟอร์ ฟรูม (ขวา) น่องเหล็กจากสหราชอาณาจักร พยายามยืนปั่นเพื่อออกแรงเร่งสปีดหนี คาเดล อีแวนส์, แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ และ วินเซนโซ่ นิบาลี่ ระหว่างทางช่วงขึ้นภูเขาก่อนเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกในการแข่งขันช่วงสเตจที่ 7

ปีเตอร์ ซาแกน น่องเหล็กชาวสโลวาเกีย ยกล้อจักรยานคู่ใจ เรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือจากกลุ่มแฟนๆ ที่ตามมาคอยให้กำลังใจ

อ.ศ.ม.