ภาพของเด็กตัวน้อยๆ ที่เข้าแถวต่อคิวและถือกระปุกใส่สตางค์มาที่ธนาคารทุกวันเสาร์เพื่อให้พนักงานทำการเปิดกระปุกนำเงินเหรียญต่างๆ เข้าบัญชี และรับแจกกระปุกใบใหม่กลับบ้านเพื่อไปเก็บออมเงินให้เต็ม และนำมาฝากในครั้งใหม่ เป็นภาพที่ชินตาเมื่อสักประมาณ 20-30 กว่าปีก่อนของพนักงานธนาคารออมสิน
จากวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนของไทยได้รู้จักการอดออมเงินไว้ใช้ในยามขัดสน หรือเก็บเอาไว้เป็นทุนการศึกษา และนับเป็นธนาคารแห่งเดียวของประเทศที่ให้ความสำคัญกับเด็กๆ มากกว่าสถาบันการเงินแห่งอื่น ถึงขนาดที่ว่าทุกวันเด็กแห่งชาติ เด็กคนไหนมาฝากเงินช้า กว่าจะได้รับสมุดบัญชีฝากเงินกลับคืนไปก็ตกบ่ายแทบจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่าแบงก์ออมสินจะมีของแจกพิเศษสำหรับเด็กๆ ให้ทุกปี ทุกสาขาจึงแน่นขนัดไปด้วยเยาวชน จนทะลักออกมาข้างนอก
จากที่เคยเป็นเพียงแค่ธนาคารสำหรับออมเงินในอดีต ปัจจุบันธนาคารออมสิน ได้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นธนาคารพาณิชย์อย่างเต็มตัวแล้วในปัจจุบัน และเปิดดำเนินการธุรกรรมทางการเงินทุกประเภท ยกระดับของตัวเองขึ้นมาอีกหลายขั้นสำหรับธนาคารเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองที่ถือกำเนิดจากพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่นนี้
นอกจากจะปลูกฝังให้เด็ก รักการเก็บออมเงินแล้ว ธนาคารออมสินยังได้ตั้ง ''ธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน'' ที่จำลองการทำงานของสาขาธนาคารจริงไว้ในสถานศึกษา โดยเริ่มเปิดธนาคารโรงเรียนแห่งแรกที่โรงเรียนประชานิเวศน์ กทม. เมื่อ 12 ส.ค.2541 จนถึงปัจจุบันมีโรงเรียนต่างๆ เข้าร่วมโครงการนี้จำนวน 661 แห่ง มีนักเรียนออมเงินผ่านธนาคารโรงเรียนกว่า 1.2 ล้านบัญชี ยอดเงินฝากกว่า 418 ล้านบาท
จากโครงการที่เป็นประโยชน์ธนาคารออมสินจึงไม่ได้นิ่งเฉยที่จะหยุดแต่เพียงเรื่องการฝากเงินเท่านั้น แต่ได้มองเห็นถึง ''พลัง'' ที่อัดแน่นซ่อนอยู่ในตัวของเยาวชนไทย แต่ไม่มีเวทีให้แสดงออกทั้งในเรื่องของดนตรีและกีฬา ซึ่งเป็นสิ่งที่ ''วัยรุ่น'' ทุกคนต้องการให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง
''กีฬาธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน'' จึงได้เกิดขึ้นในปี 2552 เพื่อให้โรงเรียนที่เป็นสมาชิกของโครงการธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ให้รู้จักสปิริตของการกีฬาและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สำหรับในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ของ ''กีฬาธนาคาร โรงเรียนธนาคารออมสิน'' และได้เปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการไปแล้วที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยรามคำแห่ง เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2555 โดยมี นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, นายสนิท แย้มเกษร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สพฐ., ผศ.ปรีดี สุทธิแย้ม รองคณบดีคณะอักษรศาสตร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมในพิธีเปิด
ด้าน
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในปีนี้มีการแข่งขัน 10 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ฟุตบอล 7 คน, สตรีทบาสเกตบอล, วอลเลย์บอล,กรีฑา, เปตอง, เซปักตะกร้อ, เทเบิลเทนนิส, เทนนิส, แบดมินตันและว่ายน้ำ ไม่เพียงแต่จัดกิจกรรมให้เด็กไทยได้เล่นกีฬาเท่านั้น ทางด้านวิชาการ ธนาคารออมสินก็ไม่ได้มองข้าม โดยได้จัดประกวดดนตรี และความสามารถทางด้านวิชาการอีกด้วย
''ธนาคารออมสินให้การสนับสนุนให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เมื่อมีร่างกายแข็งแรง จิตใจ และสมองก็จะดี จะเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้ได้รู้รักสามัคคี เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า''
ส่วน อ.สนิท แย้มเกษร เผยว่า สพฐ.ได้ร่วมวางแผนกับทางธนาคารออมสินมาโดยตลอด จนถึงขณะนี้มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการกว่า 700 แห่งแล้ว โรงเรียนสมาชิกต่างก็ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และร่วมมืออย่างดีตลอดมา แม้กระทั่งในวงการศึกษาระดับโลกก็รับรู้ในเรื่องนี้ด้วย
''มีเด็กนักเรียนจากโครงการกีฬาธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสิน ได้รับคัดเลือกเข้าสู่โครงการช้างเผือกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้วหลายคน หนึ่งในนั้นก็คือ จิระพงษ์ มีนาพระ นักกรีฑาทีมชาติ''
สำหรับ พิษณุ นิลกลัด ผู้สื่อข่าวกีฬาชื่อดัง กล่าวว่า ทางธนาคารได้เห็นว่าตนทำงานอยู่ในวงการกีฬามาโดยตลอด จึงได้เลือกให้เข้ามาให้คำปรึกษาในเรื่องของการจัดการแข่งขันกีฬา, สนามแข่งขัน, การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน รวมไปถึงการอบรมผู้ฝึกสอนของแต่ละโรงเรียนด้วย
''ธนาคารออมสินให้ความสำคัญต่อสังคมเป็นอันดับหนึ่ง การจัดกิจกรรมเช่นนี้ขึ้นมาถือว่าเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมที่ทำควบคู่กันไป โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของกีฬาที่จะเป็นสิ่งพัฒนาจิตใจของเยาวชน''
จากธนาคารเพื่อการเก็บออมแต่เพียงอย่างเดียว ก้าวขึ้นไปสู่การเป็นธนาคารพาณิชย์แล้วในตอนนี้ สิ่งหนึ่งที่ธนาคารออมสิน ยังคงมีให้กับสังคมไทยอยู่เสมอมานั่นก็คือ ''ให้ความสำคัญต่อเยาวชนไทย ได้แสดงออกในทางที่ถูกที่ควร''
ฉัตรกฤษณ์ เพิ่มพานิช รายงาน
นอกจากกิจกรรมทางด้านกีฬาแล้ว ธนาคารออมสินยังมีกิจกกรมทางด้านดนตรีและวิชาการอีกด้วย ซึ่งปีนี้มีการประกวดทางดนตรี 7 ประเภท ได้แก่ 1. ซิมโฟนิคแบนด์ (Symphonic Band) 2.วินด์เอ็นเซ็มเบิ้ล (Wind Ensemble) 3. ขับร้องประสานเสียง 4. ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่ง 5. ขับร้องเพลงไทยสากลอมตะ (ลูกกรุง) 6. บรรเลงเดี่ยวแคน 7. บรรเลงเดี่ยวระนาดเอก
- โครงการประเมินความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
- โครงการประกวดอ่านทำนองเสนาะ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 84 พรรษา ในพุทธศักราช 2554 และสร้างเสริมให้เยาวชนรักและชื่นชมในภาษาวรรคดีกวีนิพนธ์ของไทย






