ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น!!!
เพียงแต่จะใช้เวลาแค่ไหน ถึงจะรู้ว่ามี"พรสวรรค์" ที่ถูกถ่ายทอดมาทางสายเลือด!!!
เช่นเดียวกับ" น้องทิพย์" ดรุณาณัฐ ไกรฤษณ์ ที่พกเอาความสูงสะดุดตา 185 ซม. กับวัยเพียงแค่ 14 ปี มายืนเกาะขอบสนามแข่งขันวอลเล่ย์บอลกีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทยครั้งที่ 15 " อุบลราชธานีเกมส์" ในนามของโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร
ศึกครั้งนี้แม้" ทิพย์" ยังเป็นเพียงแค่" ตัวสำรอง" ที่คอยยืนให้กำลังใจเพื่อน และจะมีโอกาสลงสนามบ้างหากเกมของ กทม. นั้นห่างชั้นจากคู่แข่ง!!!
แน่นอนว่าทุกครั้งที่" ทิพย์" ได้ลงสนสม จะได้เสียงเชียร์จากเพือนๆ ที่คอยลุ้นและให้กำลังใจนักตบสาวเพื่อสร้างความมั่นใจ ให้โชว์ศักยภาพของความ"สูง"ได้อย่างเต็มที่!!!
ทุกลูกที่ปะทะฝีมือของ"น้องทิพย์ แม้จะไม่หนักแน่น แต่ก็ทำให้คู่แข่งขยาด เพราะแค่ยกมือขึ้นเหนือคู่แข่งก็ตีลูกหนีมือไปไม่กล้าปะทะด้วย!!!
แม้ "ทิพย์" จะเริ่มฝึกเล่นวอลเล่ย์บอลได้ปีกว่า แต่ทักษะ และพื้นฐานการเล่นถือว่าอยู่ในขั้นของการพัฒนา ที่สำคัญ หากปลายปีที่แล้ว ไม่เกิดเหตุมหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ "โค้ชเทพ" เพชรเทพ ศรีเพชร ก็คงไม่มีโอกาสจะได้เจอกับสาวร่างสูงคนนี้
" ผมเจอทิพย์ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านตลาดดินแดง เห็นเค้ายืนซื้อผัดไทย ความสูงของเค้า ทำให้เราสดุดตา และอยากจะเข้าไปพูดคุยด้วย แต่ไม่รู้จะเข้าไปคุยอย่างไร จึงตัดสินใจจอดมอเตอร์ไซค์เข้าไปซื้อผัดไท และก็เข้าไปถามว่า น้องสูงเท่าไหร่ ทิพย์ ก็มองหน้าแต่ก็ตอบ และบอกว่าไม่ได้เป็นคนแถวนี้ แค่หนีน้ำท่วมมาจากปทุมธานี"
" ตอนแรกเค้าไม่กล้าคุยกับมากนัก แต่ก็บอกเค้าว่าเป็นโค้ชวอลเล่ย์บองของ รร.กีฬากรุงเทพ และถามว่าชอบเล่นกีฬาหรือเปล่า ทิพย์ก็บอกว่าชอบเล่น ตอนนี้นั้นเล่นบาสอยู่ ผมก็เลยชวนมาเล่นวอลเล่ย์ไม๊ แต่ทิพย์ ไม่ตอบอะไร ผมจึงบอกว่างั้นขอเบอร์ติดต่อ พ่อ หรีอ แม่ ก็ได้ เดี่ยวจะโทรไปคุยกับ พ่อ กับ แม่ก็ได้ พอได้เบอร์ พ่อ แม่ ทิพย์ ก็โทรไปคุยกับ แม่เค้าเลยถาม ว่าอยากให้ทิพย์ เล่นวอลเล่ย์บอลหรือเปล่า"
" นั้นทำให้ผมได้รู้ว่า พ่อ แม่ ของทิพย์ เคยเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลมาก่อน แต่เป็นตัวโรงเรียน ซึ่งแม่น้องบอกว่าเดี่ยวจะถามลูกว่าอยากเล่นไม๊ หากเล่นน่าจะไปได้ดี เพราะตัวสูง และเป็นคยชอบเล่นกีฬา และได้คำตอบว่าน้องโอเค ที่จะมาเล่นวอลเล่ย์ ผมจึงเอามาฝึก แบบจริงจังตอนนี้เล่นได้ประมาณ 1 ปี แล้ว" โค้ชเทพ กล่าว
จากคนแปลกหน้า วอลเล่ย์บอล ทำให้ "น้องทิพย์ " และโค้ชเทพ จึงกลายเป็น คนคุ้นเคยที่คอยเคี่ยวเข็นให้ "น้องทิพย์" ทุ่มเท และตั้งใจฝึกซ้อม
" ทิพย์รู้จักวอลเล่ย์บอล แต่ไม่เคยเล่น การฝึกครั้งแรกก็เริ่มด้วยการฝึกรับบอล อันเดอร์บอล ช่วงแรกๆ ซ้อมหนักพอสมควร เพราะเราเริ่มจากไม่เป็นอะไรเลย ต้องมาเริ่มใหม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ท้อพยายามตั้งใจฝึกจนเริ่มจะตีได้ อันเดอร์ บล๊อกได้ แต่ก็ยังไม่ดีมาก ฝึกมาปีกว่าเพิ่งจะได้ลงสนามในครั้งกีฬาโรงเรียนเป็นครั้งแรก และทุกครั้งที่ลงสนามเพื่อนๆ ในทีมก็ให้กำลังใจ เชียร์ตลอด ทำให้ทิพย์มีกำลังใจที่จะฝึกซ้อมมากขึ้น เพราะเราเริ่มจะตั้งเป้าหมายไว้ให้ตัวเองเหมือนกันนั้นคือ ทีมชาติ เพราะมันเป็นความฝันสูงสุดของนักกีฬาที่เพิ่งจะหัดเล่นอย่างทิพย์"
จากเด็กที่ไม่รู้จักกีฬาวอลเล่ย์บอล" น้องทิพย์" ใช้เวลากว่า 1 ปีเพื่อฝึกทักษะและพื้นฐานของวอลเล่ย์บอลที่ถูกวางให้เล่นในตำแหน่ง" บอลสั้น" และด้วยสายเลือดกีฬาที่ได้รับจากพ่อ และแม่ รวมถึงทักษะของกีฬาที่มีอยู่กับตัว "น้องทิพย์" ใช้เวลาไม่นานก็สามารถสา
มารถขึ้นบล๊อกช่วยเก็บแต้มให้ทีมได้
" ตอนนี้ทิพย์ บล๊อกได้ แต่ยังตีบอลได้ไม่ดีนัก ซึ่งต้องใช้เวลาฝึกอีกสักระยะ แต่ก็เป็นการฝึกซ้อมที่สนุก เวลาซ้อมทิพย์ก็จะโดนติวเข้มกว่าเพื่อนๆ ในทีมเพราะส่วนใหญ่เค้าเล่นเป็นกันหมดแล้ว แต่ทิพย์ กำลังเริ่ม แต่เมื่อได้ลงสนามแข่แล้วมันให้ใจฮึกเหิม แรกๆ
ประหม่า แต่พอเล่นได้ความประหม่าก็หายไปและกระหายอยากจะเล่น เพียงแต่ทิพย์ ทักษะยังไม่แข็ง โค้ชจึงไม่ให้ลงเป็นตัวจริง แต่สักวันทิพย์ จะต้องเป็น 6 คนแรกในสนามแข่งขันให้ได้ นั้นคือเป้าหมายแรกของทิพย์"
ความสูงสร้างกันไม่ได้ แต่ฝีมือฝึกกันได้ นี้เป็นประโยคที่บรรดาโค้ชทีมชาติไทยพูดกันอยู่บ่อยๆ เพราะต่างเพียรพยายามหาเด็กตัวสูงมาร่วมทีม หวังจะให้เป็น" เลือดใหม่" ที่เข้ามาเสริมทัพรุ่นพี่ เช่นเดียวกับ" น้องทิพย์" ที่มีควาามสูงเป็นแรงดึงดูดให้"โค้ชเทพ" ต้องลงไปพูดคุยและชักชวนให้เดินเข้าสู่ถนนกีฬาลูกยาง และเมื่อ" น้องทิพย์" มีโอกาสได้มาฝึกอย่างจริงจัง เธอไม่หวังที่จะนั่งเป็นตัวสำรองรอเป็นตัวเปลี่ยนเพียงอย่างเดียว
แต่..พยายามจะฝึกซ้อมทุ่มเทให้กับกีฬาลูกยางเพื่อเข้าไปเป็น 1 ใน 6 คนในสนาม ซึ่งมันจะปูทางให้เธอเดินสู่ถนนทีมชาติได้ง่ายกว่า"ตัวสำรอง" และด้วยสายเลือดของ" นักกีฬา" ที่ถูกถ่ายทอดมาจาก แม่ และ พ่อ สักวันฝันของ "น้องทิพย์" ดรุณาณัฐ ไกรฤษณ์ จะกลายเป็นจริง!!!