คอลัมน์ : วอลเลย์บอลไทย โดย.. ทีมงานสยามกีฬา
โค้ชอ็อด เกียรติพงษ์ กุญแจ...ไขความสำเร็จตบสาวไทย
07/07/2012 13:00:10 น.

ความสำเร็จ....มันก็เหมือนการวิ่งมาราธอน มันไกล และต้องใช้เวลานาน!!!

        แต่..ทุกคนมีโอกาสที่จะเดินไปถึงความสำเร็จ" ได้หากไม่ละทิ้งความพยายามไว้ระหว่างทาง!!!

        เช่นเดียวกับ"โค้ชอ๊อด" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ที่ได้เป้าหมายไว้ความสำเร็จของขีวิตการเป็นโค้ขไว้ว่าจะต้องพาทีมนักตบสาวไทยไป" โอลิมปิก" และเมื่อทำได้ นั้นหมายถึงภาระก็จะเสร็นสิ้น!!!

        แต่...การทำทีมมิใช่ปั้นวัน ปั้นควายที่จะให้เสร็จภายในวันสองวัน ในทางกลับกันต้องใช้เวลานานหลายปี วอลเล่ย์บอลสาวไทย ก็เช่นกัน กว่าจะเดินทางถึงจุดนี้ได้ เส้นทางที่ฝ่าฟันให้เดินมา มิได้โรยด้วยกลับกุหลาย แต่มันมากด้วยอุปสรรคที่จะต้องผ่านพ้นมาให้ได้!!!

        กว่า 10 ปีที่"โค้ชอ๊อด" ต้องวางแผนและฝึกฝนมีล้มลุก คลุกคลาน แต่ทั้งโค้ชและนักกีฬาไม่เคยย่อท้อ เดินหน้าสู้กันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนใกล้จะเดินไปถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์!!!

        โอลิมปิก ที่ใกล้จะคว้าตั๋วมาได้ แต่ต้องพลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่มันจะกลายเป็น" บทเรียน" ของความผิดพลาดที่จะต้องไม่เกิดซ้ำสอง!!!




        แต่..คนไทยทุกคนรับรู้ว่า ตั๋วโอลิมปิกที่หวิดจะหยิบมาได้นั้น เกิดจาการทำการบ้านอย่างหนักหน่วงของ" โค้ชอ๊อด" จนคนในวงการยกให้"โค้ลอ๊อด" คือ "กุญแจ" ที่ไขนำนักกีฬาไปสู่ความสำเร็จ!!!

        "การทำทีม ผมยอมรับว่ามีอุปสรรคเยอะ แต่อุปสรรค มันเป็นอะไรที่เราต้องเอาชนะและแก้ไขมันให้ได้ เวลาสอนเด็ก เราต้องเต็มที่กับมัน ฝึกเด็กหนักเกินไป เรารู้ว่าเด็กไม่ชอบแน่ แต่ผมเรียนโค้ชมา เรียนวิทยาศาสตร์การกีฬามา ต้องเข้าใจและสอนให้เด็กรับมือกับความเครียดในการซ้อมและในการแข่งขันให้ได้"

        " ช่วงแข่งขันต้องสอนให้เด็กได้รู้จักใช้ความสามารถเต็มที่มันเครียดนะ เพราะมันมีเรื่องการตั้งความหวัง เป้าหมาย เข้ามาเกี่ยวข้อง ความคาดหวังทั้งจากสังคม ครอบครัว ผู้หลักผู้ใหญ่ ตั้งเป้าให้ทีมต้องทำให้ได้เท่านั้นเท่านี้ ผมโชคดีมากที่เข้ามาทำทีมวอลเลย์บอล มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก สมาคมก็ให้ความมีอิสระในการทำงาน "

        " เมื่อผู้ใหญ่เปิดโอกาสให้เราทำงานขนาดนี้ ผมจึงพยายามสร้างเป้าหมายให้สูงเรื่อยๆ ส่วนนักกีฬาก็ต้องเป้าหมายให้กับตัวเองว่าจะเล่นไปทำไม เล่นเพื่ออะไร เพราะเป้าหมาย ที่สิ่งที่เราต้องเดินไปหา เพราะวอลเล่ย์ เป็นกีฬาประเภททีม ทุกคนต้องมีเป้าหมายของตัวเอง และเป้าหมายเดียวกันที่ผมวางไว้ อย่างการแข่งชันซีเกมส์ วอลเล่ย์มักจะถูกมองว่า ทำไมต้องส่งชุดใหญ่ไป เพราะซีเกมส์เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ เราเล่นในนามทีมชาติ ซีเกมส์ยังไงเราก็ต้องหวังเหรียญทอง เพราะมีการนับเหรียญทองให้ประเทศที่แข่งขันด้วย บางทีประเทศสองประเทศอาจจะครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ได้ก็ด้วยการตัดสินด้วย เหรียญทองเหรียญเดียวเอง ที่สำคัญ เด็กได้ทำหน้าที่ในนามทีมชาติจริงๆ ไม่ได้ส่งไปเพื่อหวังเก็บเกี่ยวประสบการณ์

        “เรื่องการซ้อมหนัก ผมไม่ได้คาดคิดว่าซ้อมหนักเพื่อหวังชัยชนะอย่างเดียว ผมคิดว่าการซ้อมหนัก จะทำให้เรามีโอกาสได้เห็นการพัฒนาของเด็กเราด้วย ว่าเขาทนกับเกมหนักๆได้มากน้อยแค่ไหน เวลาเจอคู่แข่งที่แกร่งมากๆการซ้อมหนักจะทำให้เราสู้และทานกับความแข็งแกร่งของคู่แข่งและอาจทำเซอร์ไพส์ เอาชนะอย่างหลายๆ แมตซ์ที่เกิดขึ้นกับทีมไทย นั้นเป็นผลพวงของการซ้อมหนักและทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน"




        “สำหรับ ผม ตอนที่มาทำทีมใหม่ๆ ผมตั้งความหวังไว้ตั้งแต่แรกว่าทีมเราต้องอยู่ 1 ใน 4  ของเอเซียให้ได้ภายใน 4 ปีเพราะตอนนั้นอยู่อันดับ 6-7 แต่ตอนที่เราทำได้ เราขึ้นมาอยู่ ใน 1 ใน 3 ด้วยซ้ำ พอเราเริ่มมาคว้าแชมป์เอเซียได้ ผมเองก็ค่อยๆขยับเป้าหมายให้สูงขึ้น โดยระหว่างปี 2002-2004 ตั้งเป้าจะไปเวิร์ลกรังด์ปรีซ์ เพราะมันเป็นแมตซ์ใหญ่ที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตผม ปีแรกที่ได้สิทธิแข่ง 2002 สหพันธ์ฯให้ไวด์การ์ไปแข่ง และได้แข่งชิงแชมป์โลกด้วย มันเป็นอะไรที่สุดยอกมากสำหรับผม แต่เราก็รั้งอันดับสุดท้ายทั้งสองรายการ"

        " แต่สำหรับผม มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายแล้วนะ ลาออกมาก็ไม่น่าอาย อย่างน้อยก็เป็นเฮดโค้ชนำทีมไปแข่งเกมระดับโลกมาแล้วเพราะ การเข้าไปแข่งกับทีมที่มีฝีมือระดับพระกาฬในการแข่งขันระดับโลกแบบนั้น  ทำได้ไม่ง่าย เราเองก็ค่อยๆสั่งสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ จากที่ได้รับเชิญ เราก็มาแข่งขันรอบคัดเลือกและทำได้สำหรับ ปีต่อๆไปเป้าหมายเราก็จะยากขึ้น คือต้องพยายามเข้าไปแข่งรอบสุดท้ายให้ได้ "

        " สำหรับเป้าหมายโอลิมปิก ก็เพิ่งมาตั้งเมื่อปี 2007-2008 แต่ก็ต้องยอมรับว่าเหนื่อย เพราะเรามีอะไรหลายอย่างที่ยังห่างไกลกับทีมระดับแชมป์โลกอย่างบราซิล สหรัฐหรือ อิตาลี ทักษะเรายังไม่ดีพอ รูปร่างเราก็ยังไม่ได้ แต่หลังจากที่เราทำผลงานในเวิร์ลกกัรงปรีซ์ในรอบคัดเลือกออกมาดี  เรารู้ว่าเส้นทางเราใกล้เป็นความจริงแล้ว ทีมเราเริ่มเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติได้มากขึ้น เราเล่นกับบราซิล เราเกือบชนะเซ็ตได้ โค้ชเขายังมาซูฮกเราว่าฝีมือดีขึ้นมาก กับอิตาลีเอง เราก็เกือบเอาชนะเขาสามเซ็ตรวด ก่อนที่การขาดความแน่นอนและสมาธิ ทำให้เซ็ตสามแพ้ แล้วเขาอาศัยประสบการณ์และเทคนิคที่ดีกว่าเรา มาเอาชนะเราไปได้ 3-2  ถึงตอนนี้ทีมระดับโลก เราปราบไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่บราซิล, อิตาลี ,เซอร์เบียและรัสเซีย  ที่เหลือก็เอาชนะมาได้หมดแล้ว"

        " กว่า 10 ปีที่ฝึกซ้อมร่วมกันมา ผมรู้ว่าเด็กไม่ค่อยชอบผมมากนัก แต่ที่ทำไปทุกอย่างเพื่อต้องการให้ทีมดีขึ้น จึงพยายามทำเต็มที่ ผมไม่ชอบที่จะเห็นเด็กเราทำอะไรเล่น เมื่อตั้งใจทำแล้วก็ต้องจริงจัง

        ตราบใดที่เรายังอยู่ในการซ้อมและการแข่งขัน ผมอยากให้เด็กทุกคนมุ่งมั่นและจริงจังกับมัน แต่เมื่อไม่ได้อยู่ในช่วงซ้อมหรือแข่งขัน ผมเองยังไงก็ได้ ตลกได้ เฮอากันได้ ผมไม่ได้มีอคติอะไรกับเนักกีฬาแค่อยากให้เด็กเข้าใจว่าผมเองมีเจตนาดี อยากให้เราเดินไปถึงเป้าหมายด้วยกัน"

        แม้...เป้าหมายที่ตั๋วโอลิมปิก ยังเอื้อมมาไม่ได้ แต่การพัฒนาที่เกิดขึ้นกับนักตบสาวไทย "โค้ชอ๊อด" คือกุญแจที่เปิดไขประตูนำตบสาวไทยเดินหน้าสู่...ความสำเร็จ!!!


คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทีมงานสยามกีฬา

จำนวนเรื่อง : 891
All post : 436
All view : 1,482,699
คอลัมน์ วอลเลย์บอลไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263