
ทันทีที่จบยูโร 2012 กระแสข่าวก็เริ่มหันมาเน้นข่าวโยกย้ายทีมของนักเตะกันแล้ว และช่วงนี้ อาร์เซน่อล น่าจะเป็นทีมที่อยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดสุด เมื่อการพูดคุยกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ว่าจะเอายังไงกับการที่ตอนนี้สัญญาเหลืออายุปีเดียว ได้บทสรุปออกมาว่า จะไม่มีการขยายสัญญาออกไปอีกแล้ว เหมือนเป็นการบีบบังคับไปในตัวว่า อาร์เซน่อล คงจำเป็นต้องตัดใจขายเขาออกไป
ในวัย 28 ย่าง 29 ของ "อาร์วีพี" ไม่ผิดปากจะบอกว่าเขาเหลือเวลาไขว่คว้าความสำเร็จอีกไม่มาก มันอาจจะมากหากเขาเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูซึ่ง เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ พิสูจน์มาแล้วด้วยความสำเร็จทั้งลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ อาร์วีพี เป็นกองหน้า เขาคงเล่นระดับสูงสุดกับทีมระดับหัวแถวของวงการได้อีก 1-2 ทีม ทีมแรกคือ อาร์เซน่อล ซึ่งหมายถึงการเซ็นสัญญาใหม่ ส่วนอีกทีมก็คงหนีไม่พ้นว่าที่ต้นสังกัดใหม่ ที่คงเสนอสัญญาเขาสัก 3-4 ปี พูดอีกอย่างได้ว่า จะเป็นสัญญาใหญ่บิ๊กเบิ้มฉบับสุดท้ายของเขาก็ว่าได้
อาร์เซน่อล และ อาร์แซน เวนเกอร์ แสดงเจตนารมณ์แล้วว่า ต้องการความสำเร็จในอนาคต ด้วยการไปดึงทั้ง ลูคัส โพดอลสกี้ กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แต่ในทางกลับกัน ก็สามารถมองได้ว่า เผื่อขาดเผื่อเหลือหาก กัปตันทีมของพวกเขา ย้ายสังกัด แต่ไม่ผิดเลยหากจะมองว่าเป็นการเสริมทัพเพื่อความสำเร็จ โดยเฉพาะหากมองว่าขนาดซีซั่นที่แล้วทีมเริ่มต้นห่วย นักเตะหลักยกขบวนย้ายทีม เวนเกอร์ ยังปรุบจูนจนลงเอยด้วยการซิวอันดับ 3 ไปได้
อย่างไรก็ดี การที่ทีมส่อแววว่าจะเสีย อาร์วีพี นำมาซึ่งความสั่นคลอน โดยเฉพาะหลังจาก อาร์วีพี มีซีซั่นที่ยิงประตูระเบิดเถิดเทิง มันยิ่งพลอยส่งผลกระทบทางใจ แม้ที่ผ่านมาทีมจะเจอสถานการณ์แบบนี้ กับนักเตะหลายๆ คน และศึกภายใน "สงครามกลางเมือง" ก็เริ่มต้นแล้วจากการออกมาซัดกันเองของผู้บริหารระดับสูง เมื่อ อลิเชอร์ อุสมานอฟ เจ้าพ่อธุรกิจน้ำมันชาวอุซเบกิสถาน และ ฟาร์ฮัด โมชิรี่ ซึ่งถือหุ้นประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ออกมาโจมตีสโมสรที่กำลังจะเสีย ฟาน เพอร์ซี่ เหมือนที่เสีย เชส ฟาเบรกาส ห้องเครื่องชาวสเปน และ ซามีร์ นาสรี่ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส เมื่อฤดูกาลที่แล้ว
"นโยบายนี้นำมาสู่การเสียนักเตะที่ดีที่สุดของเรา บ่อยครั้งเป็นการเสียให้คู่แข่ง และแม้กระทั่งการทำให้นักเตะสงสัยเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา และความทะเยอทะยานของสโมสร สถานการณ์ของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กัปตันทีม และผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของเราในฤดูกาลที่ผ่านมา คือบทสรุปเรื่องนี้" แถลงการณ์ของทั้งคู่ระบุ
นอกจากนี้บอกด้วยว่า พวกเขาต้องการผลักดัน "เดอะ กันเนอร์ส" ไปอยู่ในจุดที่สามารถรั้งตัวและซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาเพิ่มได้ "มันไม่ช่วยอะไรที่จะทำเป็นปิดหูปิดตา และคิดว่าเราอยู่ระดับเดียวกับ เรอัล มาดริด, เชลซี, แมนฯ ซิตี้ และ บาร์เซโลน่า การจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ ซึ่งหมายถึงการคว้าแชมป์ เราจำเป็นต้องทัดเทียมกับพวกเขาในทุกแง่มุม"
มองอย่างเป็นกล่าว มันก็อาจถูกแบบที่ อุสมานอฟ คิดนั่นแหละ เพราะทีมที่กำลัจะดีๆ แต่ดีไม่สุด เพราะที่ผ่านมาบางครั้งก็ยอมรับว่า เวนเกอร์ ก็ไม่ทุ่มเงินอย่างที่ควรทำ ทำให้เสียผู้เล่นสำคัญๆ ออกไปเรื่อยๆ แต่ล่าสุด ปีเตอร์ ฮิลล์-วู้ด ประธานอาร์เซน่อล ก็ออกมาตอบโต้ อุสมานอฟ แล้ว กรณีออกแถลงการณ์ วิจารณ์กลยุทธ์การบริหารงานของสโมสร สืบเนื่องจากกรณีที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้ากัปตันทีม ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่
ฮิลล์-วู้ด ซึ่งขายหุ้นของเขาให้ สแตน โครเอ็นเก้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุด ยืนยันว่า ข้อกล่าวหาของ อุสมานอฟ "ไร้สาระอย่างสิ้นเชิง" และเชื่อว่า อุสมานอฟ กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของสโมสรด้วย "มันดีอยู่ที่ทำเงินได้ แต่ผมไม่เคยเข้ามาทำงานในอาร์เซน่อล ด้วยเหตุผลนี้ ผมเข้ามา เพราะผมรักอาร์เซน่อล และนั่นเป็นความสัมพันธ์เดียวของผม ผมไม่รู้ว่าเขา (อุสมานอฟ) พยายามทำอะไรกันแน่ แต่ผมไม่คิดว่าเขาทำถูก"
หัวเรือใหญ่ "เดอะ กันเนอร์ส" ยังย้ำด้วยว่าสโมสรไม่สามารถเผชิญหน้าด้านการเงินแบบตรงๆ กับสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และนั่นเป็นสาเหตุที่สโมสรต้องเอาใจใส่เรื่องการใช้จ่าย "เราไม่ได้มีบ่อน้ำมันเหมือน ชีค มันซูร์ (เจ้าของแมนฯ ซิตี้) เขาพร้อมจะจ่ายเงินมหาศาลเพื่อนักเตะ เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ "เราแข่งขันกับพวกเขาไม่ได้"
"มันง่ายที่จะบอกว่าเราควรทุ่มเงิน แต่มันไม่สมเหตุสมผล เราไม่สามารถกำจัดหนี้โดยไม่เสียค่าปรับก้อนโต และการทุ่มเงินเพื่อเหตุผลอื่นๆ ก็ไม่สมเหตุสมผล เราให้งบผู้จัดการทีมมากเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว เท่าที่เราทำได้คือเดินหน้าต่อไป เราบริหารสโมสรอย่างมีเหตุผล และเราไม่ได้ทำอะไรแย่ มันใช่ว่าเราตกชั้นเสียเมื่อไร"
ถึงตอนนี้ก็คงต้องคาดหวังว่าหากมีการย้ายสังกัดของ อาร์วีพี จริงๆ เวนเกอร์ ได้มีงบพอสมควรในการสร้างทีมใหม่ ที่น่าจะการันตีได้อยู่ว่า ยังไงๆ อาร์เซน่อล ที่มี เวนเกอร์ คุมทีมอยู่ ก็ยังมีลุ้นแชมป์วันยังค่ำ โดยตอนนี้ในกรณีของ อาร์วีพี นั้น มีสิทธิโก่งค่าตัวเหมือนกัน แม้จะเหลือสัญญาปีเดียว เพราะนอกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วยังมีข่าวว่า บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก ลา ลีกา สเปน และ "ปีศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กลายเป็นสองทีมล่าสุดที่ร่วมวงให้ความสนใจ
"เจ้าบุญทุ่ม" เชื่อว่า การได้มาเล่นในถิ่น คัมป์ นู น่าจะเป็นสิ่งดึงดูดใจดาวเตะดัตช์ ที่บอกว่า เรื่องเงินไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ตนตัดสินใจที่จะย้ายยออกจากถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ขณะที่ มิลาน นั้น ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ ประธานสโมสร มีความชื่นชอบ ฟาน เพอร์ซี่ มาตั้งแต่แมตช์ที่ "ปีศาจแดง-ดำ" เจอกับ อาร์เซน่อล ในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเชื่อว่า คงจะไม่ยินดีแน่หากหัวหอกดัตช์ ย้ายมาอยู่กับ ยูเวนตุส คู่ปรับสำคัญ
แต่ที่น่าสนใจที่สุดคงหนีไม่พ้น ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เพราะรายนี้รวยจริง แถมอาจบ้าเลือด เพราะซีซั่นที่แล้ววืดแชมป์ โดยเฉพาะหากมองว่า ของดีๆ แบบนี้หลุดเข้ามาในตลาด จะใจแข็งยอมปล่อยให้หลุดมือไปหรือไม่ ?? พูดง่ายๆ คือแม้เกมรุกจะไม่ใช่ปัญหาของ เปแอสเช เพราะได้ เอเซเกล ลาเวซซี่ มาแล้ว แถมมี เนเน่ ดาวซัลโวลีกเอิง อยู่ทั้งคน แต่ก็อาจไม่ผิดอะไรหากจะเอา อาร์วีพี มาอีกคน แล้วหาทางโละนักเตะเก่าๆ ออกไปแทน
ฝั่ง อาร์เซน่อล เองก็เริ่มมีข่าวรองรับแล้วเช่นกัน ซึ่งข่าวที่ออกมายังเชื่อว่า เวนเกอร์ จะเสริมกองหน้า เรียกว่าทดแทนกันตำแหน่งต่อตำแหน่ง แม้กองหน้าจะล้นทีมก็เถอะ เพราะ ชิรูด์ ก็เล่นหน้าเป้าอยู่แล้ว โพดอลสกี้ ก็มี ไหนจะยัง แชร์วินโญ่ อีก เพราะตัวริมเส้นก็มี ธีโอ วัลค็อตต์ กับ อเล็กซ์ อ็อดเลด-แชมเบอร์เลน ที่รับผิดชอบได้ โดยว่ากันว่า เวนเกอร์ เล็ง สเตวาน โยเวติช กองหน้า ฟิออเรนติน่า และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
เลวานดอฟสกี้ วัย 23 ปี ทำผลงานให้ ดอร์ทมุนด์ ได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เช่นเดียวกับการเล่นให้ทีมชาติโปแลนด์ ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2012" จนมีข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนดึงไปร่วมทีม ก่อนที่เรื่องราวจะเงียบหายไปในที่สุด ขณะที่ โยเวติช วัย 22 ปี ซึ่งทำไป 14 ประตู และจ่ายให้เพื่อนยิง 3 ลูก จากการลงเล่นให้ ฟิออเรนติน่า 32 เกม เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และไม่นานมานี้มีข่าวกับ เชลซี
นี่ก็เป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจของ อาร์เซน่อล ที่เกิดขึ้นแบบบ้าคลั่งทันทีที่ อาร์วีพี ไม่ต่อสัญญา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แฟนบอลอาร์เซน่อล ไม่ควรลืมคือ พวกเขามี อาร์แซน เวนเกอร์ อยู่ ที่น่าจะการีนตีได้ว่า ยังไงๆ พวกเขาก็ไม่มีหลุดสถานะของการเป็นบิ๊กโฟร์ง่ายๆ แน่นอน
คอลัมน์อื่น ๆ