ยูโร 2012 ก็จบไปหลายวันแล้ว แต่จนแล้วแฟนบอลหงส์แดง ลิเวอร์พูลยังได้แค่จินตนาการเกี่ยวกับรูปพรรณนักเตะใหม่รายแรกของแบรนแดน ร็อดเจอร์สต่อไป
เพราะแม้แต่รายของจิลฟี่ ซิกูร์ดสสันที่สร้างกับมือมาแท้ๆกับหงส์ขาว สวอนซี ทั้งที่ได้คุยก่อนใครสุดท้ายยังถูกเดอะ ท็อตแน่มของเอวีบีตีปีกงาบไปเฉย แม้กุนซือไอร์แลนด์เหนือจะออกมากันเชิงล่าสุดว่า เพราะดาวเตะไอซ์แมนหิวเงินเรียกค่าเหนื่อยสูงเกินไปจนทําให้การเจรจาสะดุด ทั้งที่ตอนมาจากฮอฟเฟ่นไฮม์ในรูปแบบยืมตัวครึ่งฤดูกาลที่แล้วเจ้าตัวไม่ได้เล่นให้ทีมหมู่บ้านมหัศจรรย์เยอรมันเลย เป็นเขาที่ให้โอกาสจนสุดท้ายเจ้าตัวกดไป 7 ประตูจาก 19 เกมจนกลับมาแจ้งเกิดอีกรอบ
อย่างไรก็ตามถึงจะจั๋วไพ่วืด ร็อดเจอร์สยอมรับยังมีความสุขกับทีมเดอะ เร้ดส์ที่เขามีในตอนนี้ถึงแม้จะต้องเพิ่มอาวุธระลอกใหม่เข้ามาก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดกับเวสต์ บรอม18 สิงหาคมนี้บ้าง
ถึงยังไม่มีการเติมของทีมอื่นอย่างน้อยแฟนหงส์แดงหลายคน ยังเชื่อมั่นเส้นทางใหม่ครั้งนี้กับคําพูดเหมือนมีเชื้อแถวจากคาตาลัน เกี่ยวกับปรัชญาคอนโทรลเกมด้วยการครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งให้ได้มากสุดของชายบุคลิคมาดมั่น ที่ยืนยันตั้งแต่รับตําแหน่งเมื่อเดือนมกราคมไม่ว่าเล็กหรือใหญ่มีแต่ทีมครองบอลได้ถึง 79 % เท่านั้นที่มีโอกาสชนะ เพราะคุณไม่มีทางทําประตูได้แน่นอนถ้าไม่มีบอล
มันเป็นเพราะการทํางานแนวนี้ที่ทําให้ร็อดเจอร์สได้จ็อบในถิ่นแอนฟิลด์ เขาสร้างชื่อให้ตัวเองขึ้นมาอย่างน่าประทับใจในช่วงสั้นจากวัตฟอร์ดสู่เรดดิ้งและสวอนซีที่เริ่มเห็นผลงานจับต้องได้มากขึ้น เขาประกาศออกมาอย่างชัดเจนเกี่ยวกับไอเดียและหลักการผ่านบอลที่จะนําใช้ในแอนฟิลด์
หลักการซึ่งผู้จัดการทีมบางคนต้องการอย่างนั้นเช่นกัน แต่ปัญหามีว่านักเตะให้งานในทีมมีเหมาะกับวิธีการเล่นแบบนั้นหรือไม่ และนักเตะหงส์ชุดนี้ว่าแล้วอาจต้องจัดระเบียบใหม่เยอะมากถ้าต้องการเล่นให้เข้าระบบและสไตล์ของแบรนแดน
สิ่งที่หลายคนอยากถามตอนนี้คือ ทีมทายาทอสูรเคนนี่ ดัลกลิชชุดนี้สามารถเล่นแบบไหนกับกุนซือนอร์ธเทิร์น ไอริชหัวใจกระทิงดุได้บ้าง กับเกมที่เกาะเป็นกลุ่มก้อนสามารถปรับเปลี่ยนแท็คติกได้ดีกว่าเดิม เพราะกับสวอนซีตอนแรกร็อดเจอร์สยังเล่น 4-3-3 ก่อนมาเปลี่ยนเป็น4-2-3-1 หลังได้ซิกูร์ดสสันมาถึงเดือนมกราคมให้ลงเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกตรงกลาง
นั่นคือสิ่งที่อาจเป็นเหตุการณ์เดียวกันถ้านักเตะไอซ์ลันเดอร์เดินทางมาเซ็นสัญญาที่แอนฟิลด์ แต่เมื่อความเป็นจริงเป็นอีกอย่างร็อดเจอร์สก็ต้องหันมาหาอีกทางออก ซึ่งจะว่าไปแล้วในทีมหงส์ขาวของเขาซิกูร์ดสสันอาจยิงประตูได้มากกว่าใคร แต่ถ้าพูดถึงจอมจ่ายบอลขนานแท้จากแนวลึก คงไม่มีใครโดดเด่นกว่าลีออน บริตตันมิดฟิลด์เจ้าของฉายาชาบีแห่งอังกฤษ เมื่อดูจากอิทธิพลในการจ่ายบอลแนวลึกที่แม่นยํา รวมกับโจ อัลเลนเขาคืนตัวบัญชาการเกมที่ทรงคุณค่ามาก นั่นคือสิ่งที่ร็อดเจอร์สอยากให้ทีมลิเวอร์พูลชุดใหม่ของเขาสามารถผ่านบอลได้มีประสิทธิภาพทัดเทียม ซึ่งที่ผ่านมาดูเหมือนลูคัส เลว่าจะมีบทบาทสําคัญตรงนั้นมากกว่าผู้นําทีมอย่างสตีเฟ่น เจอร์ราร์ดด้วย ในการขยับเป็นแกนกลางเชื่อมการครองบอลในมิดฟิลด์
แต่ปัญหาคือตอนนี้ลูคัส เดอะ สตาร์มีความพร้อมระดับไหน เพราะผลงานฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาเริ่มส่อลางร้ายจากการหายไปของดาวเตะบราซิเลี่ยน เมื่อตัวที่มีอยู่หลังจากนั้นไม่สามารถเติมช่องจิกซอว์เดียวกันได้ แม้แต่ชาร์ลี่ อดัมที่ถูกซื้อมากจากแบล็คพูลเพราะคุณสมบัติผ่านบอลแน่นอน ก็ถูกลดบทบาทลงไปเพราะทีมหันมาเน้นให้บอลยาวเพื่อลดระยะทาง ขณะที่นักเตะใหม่ค่าตัวสูงลิบอย่างจอร์แดน เฮนเดอร์สันแทบไม่มีความชัดเจนใดทั้งในฐานะตัวทําเกมหมายเลข 10 หรือปิดสกอร์เหมือนซิกูร์ดสสันกับร็อดเจอร์ส
อย่างไรก็ตามร็อดเจอร์สมีวัตถุดิบตรงนั้นพอแน่นอน กับการกลับมาของอัลแบร์โต้ อควิลานี่และโจ โคล และตัวอย่างของสเปนในศึกยูโรที่ผ่านมาก็ทําให้ร็อดเจอร์สมีความรู้สึกที่ดีกับการมีมิดฟิลด์คุณภาพตรงนั้น แม้จะเป็นที่รู้กันว่าทั้งคู่กลับสโมสรเก่าเพราะไม่มีคนซื้อ แต่ตรงนั้นเขาคงไม่ต้องเก็บมาใส่ใจกับแนวคิดด้านบวก"รกคนดีกว่ารกหญ้า" เพราะมันจะทําให้เขามีทางเลือกมากขึ้นแม้แต่การใช้ระบบการเล่น 4-6-0 เลียนแบบ"อาจารย์ปู่"บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ซึ่งการครองบอลแน่นอนของนักเตะอย่างโคลจะมีส่วนสําคัญตรงนั้นมาก กับบทบาทเพิ่มที่เขาอาจขยับเล่นหน้าเติมเกมรุกที่ถนัดในจังหวะทีมครองบอลขึ้นมามากกว่าตอนย้ายมาเมื่อสองปีที่แล้ว
โอกาสเล่นด้านข้างของโคลคงมีไม่มาก เมื่อดูการใช้ผู้เล่นปีกกับสวอนซีที่เน้นความเร็วเป็นหลักทั้งนาธาน ดายเออร์และสก็อต วินแคลร์ แต่กับลิเวอร์พูลนั่นอาจไม่ใช่เลือกหากนักเตะสปีดดีอย่างเคร็ก เบลลามี่ตัดสินใจย้ายกลับคาร์ดิฟฟ์บ้านเกิด ที่เหลืออาจมีแค่หลุยส์ ซัวเรซไม่น่าถูกจํากัดศักยภาพไว้ตรงนั้นหรือเต็มที่อาจเป็นกองหน้าด้านขวาในระบบสามตัวรุกเหมือนสมัยอยู่อาแจ็กซ์
แต่ไม่ว่าร็อดเจอร์สจะจัดบริหารจัดการกับนักเตะที่มีอยู่ตอนนี้ และในอนาคตแบบไหน เหล่าเดอะ ค็อปคงไม่นําพากว่าการเห็นทีมกลับมายืนอยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งตลอดกาลถิ่นเดียวกันอย่างแมน ยูหรือแม้แต่เพิ่งขึ้นมาเต็มตัวอย่างแมน ซิตี้ได้เสียที หลังจากเก็บกดทนกินนั้าใต้ศอกยาวนานมาเกือบสองทศวรรษเข้าไปแล้ว
เช่นเดียวกับกลุ่มทุนเดอะ เฟนเวย์ กรุ๊ปจากอเมริกานั่นคือความคาดหวังที่มีหลายคนยังคาดไม่ได้ว่าร็อดเจอร์สจะมีเวลาสร้างฝันของเขาเต็มที่แค่ไหน ถ้าเล่นไปแล้วช่วงหนึ่งทีมหงส์แดงยังฉีกออกมาจากวังวนเดิมตัวเองไม่ได้
แม้ว่าส่วนใหญ่จะบอกว่ายังไงก็รับได้ เพราะจะเจ็บกว่าหรือสักเท่าไหร่ก็เจอมาหมดแล้วก็ตาม
"อ.วัน"