เกรเปิ้ลชี้เพื่อนช่วยพาซิวชัยสเตจ4
ที่เมืองรวง ประเทศฝรั่งเศส - อังเดร เกรเปิ้ล นักปั่นจากเมืองเบียร์คว้าแชมป์สเตจที่ 4 ในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ได้สำเร็จ หลังจากอาศัยความได้เปรียบจากความหายนะของ มาร์ค คาเวนดิช แชมป์โลกจากสหราชอาณาจักร นับเป็นแชมป์สเตจครั้งสองในการแข่งขันรายการนี้
ทั้งนี้ช่วงสปรินต์ก่อนเข้าเส้นชัยประมาณ 500 เมตร เกรเปิ้ลต้องเร่งสปรินต์แข่งกับ อเลสซานโดร เปตัคคี่ นักปั่นชาวอิตาเลียน และ ทอม วีเลอร์ส จากเนเธอร์แลนด์ ก่อนที่จะเป็นน่องเหล็กจากเยอรมันทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่หนึ่งด้วยเวลา 5 ชั่วโมง 18 นาที 32 วินาที ซึ่งนับเป็นการคว้าชัยชนะสเตจที่สองในอาชีพของ อังเดร เกรเปิ้ล นักปั่นวัย 29 ปีจากรอสต๊อคตั้งแต่ลงแข่งขันรายการนี้
ตลอดระยะ 214.5 กิโลเมตรก่อนถึงเส้นชัยในนอร์ม็องดี เกรเปิ้ลไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นนักปั่นชาวเยอรมันคนแรกที่คว้าแชมป์สเตจในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ติดต่อกันนับตั้งแต่ เอริค ซาเบล เคยทำเอาไว้เมื่อปี 2001 และ 2002
บางทีเทพีแห่งโชคเข้าข้างเกรเปิ้ลอยู่ไม่น้อยเพราะสามารถรอดพ้นจากอุบัติเหตุรถชนกันจนล้มช่วงอีก 2.5 กิโลเมตรถึงเส้นชัยทำให้นักปั่นบิ๊กเนมตัวเต็งอย่าง มาร์ค คาเวนดิช ได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่ ฟาเบียน แคนเซลลาร่า และ ปีเตอร์ ซาแกน ก็โชคดีเหมือนกันไม่ได้รถล้ม
อันที่จริงก่อนสตาร์ตสเตจที่สี่ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบสงบไม่มีเสียงลมพัดมีแต่แดดส่องแสง ไม่มีใครคาดคิดว่ากลุ่มผู้นำที่มีตัวเต็งอย่างคาเวนดิชจะโชคร้ายบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถล้มพัวพันกันหลายคัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เกมลูกหนังที่ไม่มีอะไรแน่นอนแม้แต่ในการแข่งขันจักรยานที่ว่าเก๋าและเจ๋งก็ยังพลาดได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ดี เกรเปิ้ล กล่างอย่างดีใจกับแชมป์สเตจครั้งนี้ว่า
''ผมมีความสุขมากๆ ครับ เพื่อนร่วมทีมของผมช่วยเหลือได้ดีมากจริงๆ ผมแฮปปี้มากที่มีนักปั่นแข็งแกร่งอยู่เคียงข้าง มันทำให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น เราต้องการคว้าแชมป์และตอนนี้เราก็ทำได้แล้ว''
''เราทำงานอย่างหนักและผมคิดว่าพวกเราสมควรได้รับสิ่งนี้ ส่วนเรื่องอุบัติเหตุผมไม่เห็นในจังหวะดังกล่าว มันไม่ใช่ภาพที่สวยงามน่ามองสักนิด แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันและคงมีนักปั่นคุณภาพ
อีกหลายคนอยู่ในก๊วนนั้นด้วย ดังนั้นมันไม่มีปัญหาอะไรสำหรับผม ผมคว้าแชมป์สเตจในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ ได้แล้ว ฉะนั้นมันไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว''
สำหรับตำแหน่งผู้นำเวลารวมหลังจบสเตจ 4 ยังคงเป็น ฟาเบียน แคนเซลลาร่า สิงห์นักปั่นจาก
สวิตเซอร์แลนด์ สังกัดทีมเรดิโอแช็ค ที่ยังได้ใส่เสื้อเหลืองต่อไป ด้วยการทำเวลารวม 20 ชั่วโมง 4 นาที 2 วินาที
โดยมี แบร็ดลี่ย์ วิกกิ้นส์ นักปั่นตัวเต็งจากสหราชอาณาจักรที่เกาะติดอันดับสองด้วยเวลาตามหลัง 7 วินาทีและ
อันดับสามเป็น ซิลแว็ง ชาวาแนล น่องเหล็กขวัญใจเจ้าถิ่นเมืองน้ำหอมที่ทำเวลาตามหลังเท่ากัน
''ในความคิดเห็นของผมนี่คือการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ไม่มีทีมไหนสปรินต์ได้ มีแค่นักปั่น 7 หรือ 8 คนที่ยังเกาะกลุ่มผู้นำ เพราะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นช่วงสามกิโลเมตรสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ อันที่จริงไม่มีใครคาดหวังให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น''
ทางด้าน เดฟ เบรลส์ฟอร์ด หัวหน้าทีมสกายของ มาร์ค คาเวนดิช เปิดเผยถึงอาการบาดเจ็บและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
''ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงมันเลย ไม่อยากจะพูดซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น เขากลับเข้ารถบัสไปด้วยสภาพบอบช้ำ''
''มาร์คเสียเวลาไปก็จริงแต่เขาผิวหนังหลุดไปหลายจุด แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก ตอนนี้เขายังเจ็บปวดทว่าก็ยังโอเค ถ้าหากต้องแข่งในสเตจที่ห้าวันรุ่งนี้แน่นอนว่าต้องกินยาเพื่อลดอาการปวดระบบอย่างแน่นอน''
สำหรับสเตจที่ห้าจะยังคงเป็นทางราบ ซึ่งจะผ่านเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอารยธรรมของโกธิคหลังจากออกสตาร์ตเมืองรวงก่อนจะมุ่งหน้าไปยังแซงต์-ก็องแต็ง จุดเข้าเส้นชัย รวมระยะทางทั้งหมด 196.5 กิโลเมตร


จบสเตจที่สี่ ฟาเบียน แคนเซลลาร่า น่องเหล็กชาวสวิสได้ใส่เสื้อเหลืองต่ออย่างแฮปปี้

อุบัติเหตุช่วง 3 กิโลเมตรถึงเส้นชัยสเตจ 4 ส่งให้แชมป์โลก มาร์ค คาเวนดิช (นั่งขวา) เสียเวลาไปมากมาย

ฟาเบียน แคนเซลลาร่า กำลังปรึกษากับเชฟทีม เรดิโอแช็คอย่างสบายใจ
เส้นทางสเตจที่ 5 มีระยะทางรวม 196.5 กิโลเมตร
กินลมชมวิวตูร์ เดอ ฟร้องซ์

กองเชียร์บางคนก็ลงทุนใช้ชุดเปลือยใส่ยืนโบกธงให้นักปั่นได้ยิ้มคลายเครียดระหว่างทาง

วิวสวยๆ จากมุมสูงของเมืองชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส

บรรดานักปั่นกำลังขี่ผ่านหมู่บ้านชาวประมงที่ออกมารอต้อนรับอย่างตื่นเต้น

2 แฟนสองล้อจากอังกฤษโบกธงที่มีตราทีมเชลซีให้กำลังใจ มาร์ค คาเวนดิช ตัวเต็งที่อยู่ปะปนในกลุ่มผู้นำ

ห่างแถวของขบวนเพโลตอนกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองอับเบอะวิลล์

ขบวนนักปั่นกำลังผ่านกังหันอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในทุ่งข้าวสาลีสองข้างทางในเมืองรวง
อ.ศ.ม.