ช่วงนี้มีคนถามผมมากเหลือเกิน ว่าทำไม? ทีมชาติไทยชุดยู 22 ถึงแพ้ลาว ในฟุตบอลยู 22 แชมเปี้ยนชิพ ตกรอบแรกในการแข่งขันที่ลาว
ผมไม่กล้าตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า ก็ยิงเขาไม่ได้แล้วโดนเขายิงไงครับ เลยแพ้ ก็เลยต้องมานั่ง คิด-วิเคราะห์-แยกแยะว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมชาติไทย กับวงการฟุตบอลเมืองไทย
จะว่าเตรียมทีมไม่พร้อม ก็ไม่น่าใช่ นี่เป็นทีมชุดที่ใช้ระยะเวลาในการเตรียมทีมพอสมควรเลยทีเดียว พร้อมกว่าทีมชาติไทยหลายๆ ชุดในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา เพราะ คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง เข้ามาทำทีมโดยมีเป้าหมายอยู่ที่การแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ ปีหน้าที่ประเทศเมียนมาร์
คุณกิตติรัตน์ "บิ๊กโต้ง" กลับมาคราวนี้ด้วยบารมีทางการเมืองที่เต็มเปี่ยม ขอผู้เล่นทีมไหนมาฝึกซ้อม ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น ประเด็นความไม่พร้อมไม่น่าจะใช่สาเหตุ
ทีนี้ไปดูตัวผู้เล่นที่ถูกเลือกมา ผมว่านักเตะชุดนี้เป็นชุดที่ดีที่สุดในรุ่นอายุนี้ แทบจะไม่มีใครหายหกตกหล่นไปเลย ถ้าเทียบกับชุดซีเกมส์ เมื่อปีที่แล้วยังมีหลายคนที่ค้านสายตา มีหลายคนที่น่าจะติดแต่ไม่ติด...สำหรับชุดนี้ไม่มี ถามถึงประสบการณ์ผมว่าก็ไม่น่าห่วงเพราะนักเตะส่วนใหญ่เล่นในไทยพรีเมียร์ลีกทั้งนั้น
จากที่หลายคนบอกว่าสาเหตุที่ทีมไทยชุดเล็กอย่างยู 23 แพ้ในช่วงหลังๆ เป็นเพราะโควตาไทยลีก ที่ให้ตัวต่างชาติ 7 ลง 5 ทำให้โอกาสของดาวรุ่งน้อย ปีนี้ไทยลีกก็ลดโควตาลงเป็น 5 ลง 3 บวก 1 เพื่อให้ทีมชาติได้พัฒนาเต็มที่ นักเตะชุดนี้จึงถือว่าเป็นนักเตะที่เล่นทั้งไทยลีกและดิวิชั่น 1 เรื่องความเก๋าไม่มีปัญหา
ดูเราแล้วคงต้องย้อนกลับไปดูเขา...ตรงนี้ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถมองเพื่อนร่วมอาเซียนว่าเป็น ลาว, พม่า, เวียดนาม หรือ มาเลเซีย, สิงคโปร์ แบบเดิมได้แล้ว ชาติเหล่านี้มีการพัฒนาขึ้นมาก อย่างที่ผมเคยเขียนไปว่ามาเลเซีย, สิงคโปร์ ทำทีมผิดรูปแบบจากฟุตบอลอาชีพนั่นคือรวมทีมชาติยู 22 เป็นชุดเดียวส่งเล่นในลีกในนามทีมยังไลออนส์ กับ ยัง ไทเกอร์ นักเตะเลยได้อยู่ด้วยกันทั้งปี ความเข้าใจกันย่อมมีสูง หรือ ลาว จะเห็นว่าช่วงหลังเขาพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เยาวชน 16, 19 ปีไล่มาถึงชุดใหญ่ บางทีการที่ลีกของพวกเขาไม่แข็งแรงทำให้ทุ่มกับทีมชาติได้เต็มตัว เก็บตัวฝึกซ้อมกันเป็นแรมปี
ที่หลายคนบอกว่า เพราะเวียดนาม, พม่า, ลาว ฯลฯ โกงอายุ เอานักเตะหน้าแก่มาเล่น ผมว่านั่นเป็นความคิดที่อันตราย เพราะวันนี้ พอเข้าสู่ระบบของเอเอฟซีแล้ว นักเตะชาติต่างๆ ล้วนผ่านการแข่งขันในเกมเยาวชน 16 ปี, 22 ปีมาแล้ว เพราะฉะนั้น ย่อมได้รับการรับรองจากเอเอฟซี ว่าอายุถูกต้อง จากนี้ไปพวกเขาสามารถใช้ชุดนี้เล่นในซีเกมส์ปีหน้า ได้อย่างถูกต้อง เราไม่สามารถอ้างได้
เมื่อการเตรียมทีมพร้อม ทุกอย่างพร้อม ทีนี้ต้องมาดูที่ความมุ่งมั่นตั้งใจ
''สปิริต'' ของนักเตะแล้วล่ะครับ เหลือเชื่อนะครับ ทีมยู 22 ชุดนี้ ลงเล่น 5 นัด โดนใบแดง 4 นัด!! เกิดอะไรขึ้นล่ะครับ จริงๆก็มีอาการก่อนหน้านี้แล้วล่ะ ตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องกับเวียดนามและพม่า เล่นในบ้านเราแท้ๆ ผู้ตัดสินก็คนไทยยังเสียทั้งจุดโทษ และใบแดง
นี่แหละครับคือปัญหา...ต่อให้โค้ชเก่งยังไง ถ้านักเตะเล่นไป เกเรไป แอ็กต์ไป พร้อมจะต่อให้คู่ต่อสู้เล่น 10 คนทุกนัดที่ลงทำการแข่งขัน ยังไงก็ไม่รอด เป็นไปได้ไหมครับ ว่าวันนี้นักเตะไทยเราให้
"หัวใจ" กับทีมชาติไม่ได้ครึ่ง ถ้าเทียบกับการเล่นให้สโมสร
แน่นอนว่าสโมสรคืออู่ข้าวอู่น้ำ ให้เงินเดือนเรือนหมื่น เรือนแสน เล่นแบบเตะคนที เตะบอลที โดนใบแดงเมื่อไหร่ สโมสรปรับอานแน่ โดนบ่อยๆ ก็ไม่มีใครอยากให้เล่นแล้วเพราะทำให้ทีมเสียหาย แต่เล่นทีมชาติ ก็แค่ทัวร์นาเมนต์หนึ่งจบแล้วก็แยกกันกลับบ้าน ใครคิดจะทำอะไร ยังไงก็ทำได้
สมัยก่อนสัก 10 ปีที่แล้วนี่แหละครับ เล่นสโมสรได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 150 บาทแต่เล่นทีมชาติยุค
"บิ๊กหอย" เงินเดือนเดือนละ 5 หมื่นนักเตะเลยทุ่มกันสุดหัวใจ ต้องพันผ้าโพกหัวเล่น เกมอุ่นเครื่องใส่เกินร้อย เพราะหมายถึงรายได้ ชีวิต ความเป็นอยู่ที่จะตามมา วันนี้ตรงข้ามกันครับ รายได้จากสโมสรสำคัญกว่าทีมชาติ ความทุ่มเทให้ต้นสังกัดจึงมากกว่าธงไตรรงค์เป็นธรรมดา
นี่แค่เรื่องเงินนะครับ ไม่นับเกียรติยศ และความสำคัญของทีมชาติที่ ในอดีตลูกบ้านไหนติดทีมชาติ มีแต่ได้รับคำสรรเสริญเยินยอ ต้องติดทีมชาติ จึงจะเล่นบอลแล้วได้ออกทีวี เล่นดีก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว เล่นชั่วๆ คนเขาด่า ครอบครัวก็เสียหายไปด้วย
ผมอยู่กับนักเตะทีมชาติมาหลายชุด เห็นมาบ่อยครั้งที่พอเล่นทีมชาติบอลตกรอบ ร้องไห้แทบเป็นแทบตาย บางรายถึงกับเอาส้อมแทงแขนตัวเอง ซึมเศร้าหลายวัน แต่วันนี้ลองไปดูซิครับ นักเตะทีมชาติไทย บอลแพ้ยังหัวเราะกันได้อยู่เลย
ด้วยเหตุและผลเหล่านี้แหละครับ ที่สะท้อนออกมาเป็นผลงานในสนาม วันนี้เราอย่ามองแค่ จะเตรียมทีมให้พร้อมยังไง จะอัดฉีดแค่ไหน...ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสร้าง
"สปิริต" ปลูกฝังความรู้สึกของการเล่น
"เพื่อชาติ" สำหรับนักเตะทีมชาติไทยทุกชุด
เราลืมคำว่า "เพื่อชาติ" เพราะเล่น "เพื่อเงิน" กับฟุตบอลอาชีพจนเคยตัวไปแล้วครับ
ปูเป้