สัปดาห์นี้อยากพาท่านผู้อ่านไปร่วมอนุโมทนาทำบุญทำทานกันสักครั้ง ถือเป็นงานดี และได้สร้างคุณค่าแก่วัดในชนบทหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นวัดเล็กๆและแทบจะไม่มีความเจริญสิ่งใด
นั่นคือวัดคลองโคน ต.คลองโคน อ.เมืองฯ จ.สมุทรสงคราม เป็นวัดที่ตั้งติดทะเลอ่าวไทย ใกล้ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ด้วยวัดที่เก่าและตั้งอยู่กับชาวบ้านมานาน ก็ย่อมทรุดโทรมตามวันเวลา ที่ผ่านมาก็จะปรับปรุงในเรื่องหอกุฏิ ศาลา และโรงเมรุ กระนั้นก็ยังขาดอีกสิ่งที่ถือเป็นความจำเป็นทางพระพุทธศาสนา ก็คืออุโบสถ หรือโบสถ์ ซึ่งจะเป็นศาสนสถานสำคัญสำหรับกิจของสงฆ์
โบสถ์ที่วัดคลองโคนอยู่มานานแสนนานนับ 100 ปี สมัยก่อนตัวโบสถ์ดูโอ่อ่าสูงระหง มีกำแพงล้อมรอบ ดูใหญ่โต กาลเวลาผ่านไปโบสถ์หลังเดิมก็ทรุดโทรมลง เนื่องด้วยวัดคลองโคนติดกับทะเล คลื่นกัดเซาะตลิ่ง และเซาะพื้นดินเหนียวด้านหลัง ทำให้ตัวโบสถ์ทรุดลง วันเวลาที่ผ่านมาเราจึงเห็นโบสถ์เตี้ยลงๆจนไม่เหลือความสง่าดั่งเดิม กำแพงที่แต่เดิมไม่อาจจะป่ายปีนได้ ก็ทรุดลงเช่นกัน บ้างแตกร้าว จนสุดท้ายคณะกรรมการวัดก็ได้ทุบทิ้ง เหลือแต่ตัวโบสถ์เท่านั้น
เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน พระมหาเฮง หรือ พระมหาธนวัฒน์ อาทิจจวโส ได้ทำหนังสือถึงมูลนิธิชัยพัฒนาเพื่อขอใช้แบบพระอุโบสถวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ในการนี้ได้รับพระราชานุญาตจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้นำไปสร้างเป็นต้นแบบอุโบสถ (แบบพอเพียง) ทางวัดจึงมีการระดมทุนทรัพย์เพื่อการก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ให้ชาววัดคลองโคน
ช่วง 5 ปีหลังมานี้ ต.คลองโคน ได้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไปในฐานะมีผืนป่าชายทะเลที่สวยงาม และอยู่ในพระราชานุเคราะห์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยธรรมชาติ จึงพระราชทานแนวทางให้ปลูกป่าโกงกางเพื่ออนุรักษ์สัตว์น้ำในพื้นที่
ไม่นานโครงการพระราชทานนี้ก็มีรัฐบาล หน่วยงาน และภาคประชาชน ทำการอนุรักษ์ด้วยการปลูกป่าเรื่อยมา ส่งผลให้วัดคลองโคนกลายเป็นที่รองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาชมป่าชายเลน และธรรมชาติต่างๆ เศรษฐกิจในหมู่บ้านเติบโตขึ้น มีรีสอร์ต มีร้านอาหารทะเล เรือเมล์ เรือจ้าง มากมายที่จะรองรับนักท่องเที่ยวประเภทขาลุย คือชอบบุกป่า ลุยน้ำ อะไรทำนองนั้น
ต.คลองโคน เดินทางจากกรุงเทพฯแสนง่าย ลงทางด่วนพระราม 2 ก็วิ่งยาวผ่านมหาชัย ก่อนที่จะผ่านตัวเมืองแม่กลอง จนมาถึงสะพานพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรือพระราม 2 บริเวณของดอนหอยหลอด ก็ตรงมาอีกไม่ถึง 10 กิโลเมตร ก็ถึงทางเข้าหมู่บ้าน
วิ่งจากถนนใหญ่ 4 กิโลฯ ถึงตัววัด ซึ่งเป็นลานจอดรถได้หลายคัน ถ้าชอบทะเลก็ลงเรือที่มีบริการมากมายที่ท่าน้ำหน้าวัด แล่นเรือท่ามกลางอากาศที่สดชื่น มองดูวิว 2 ฝั่งซึ่งเป็นวิถีชีวิตชาวบ้านที่ทำอาชีพประมงก็เพลินตาแล้ว วิ่งไม่ถึง 10 นาที ก็จะเห็นปากอ่าว ก่อนจะถึงสองฝั่งจะร่มรื่นไปด้วยผืนป่าโกงกาง ซึ่งมีสัตว์มากมาย แต่ที่น่าสนใจคือฝูงลิงจำนวนมาก นักท่องเที่ยวจึงมักจะติดอาหารไปให้ลิงด้วยก่อนที่จะพาออกทะเล ดูการจับปลา จับหอยของชาวบ้าน หรืออยากจะลงเล่นน้ำ ลุยโคลนก็ว่ากันให้สนุก หรือถ้าจะไปไกลขึ้นก็จะมีกระเตงขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเล ผู้คนชอบไปนั่งทานอาหารกันที่นั่น โคตรเพลินอย่าบอกใคร
จากชื่อเสียงการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กล่าวมา เมื่อทางวัดต้องการสร้างอุโบสถหลังใหม่ก็เกิดแรงศรัทธาจากผู้คนทั้งจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าฯ, นายกเทศมนตรี, ส.ส., อบจ. และ อบต. มาร่วมกันเต็มกำลัง ส่วนประธานฝ่ายพลเรือนใช่ใครอื่น เขาคือ ถั่วแระ เชิญยิ้ม หรือ ศรสุทธา กลั่นมาลี ที่ร่วมกับ คุณอิทธิพล-คุณวรุณยุภา ทิพย์ทอง แห่งร้านอาหารต้นทอง พระราม 9 นำขบวนจัดผ้าป่าไปร่วมกัน แถมยังจัดกิจกรรมให้คึกคักทั้งฟุตบอลดารา และมหกรรมตลกที่ยกโขยงไปสร้างเสียงหัวเราะ
งานนี้ผ่านไปแล้วด้วยดี เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา วัดที่คับแคบอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งแออัดมากขึ้นจากทานบุญที่ไหลมาทุกทิศทางจนทำให้บริเวณวัดเต็มไปด้วยผู้คนและรถราจำนวนมาก ซึ่งก็สามารถนำเงินเข้าวัดได้ประมาณ 2.8 ล้านบาท
ส่วนตัวก็ถือว่ามีความสนิทสนมกับพี่ถั่วแระ และพี่อิทธิพลจากร้านต้นทอง ก็ถูกดึงมาร่วมในการจัดงานด้วย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนพ้องน้องพี่แห่งค่ายสยามกีฬา และห้องฟุตบอลสยาม โดย "พี่เหม็น" ไพฑูร ชุติมากรกุล, พี่จำนง สงค์เกื้อ, "พี่อ๊อด น้ำหวาน" จุติ ไกรเลิศ เทใจร่วมสร้างบุญกันมากมาย พี่ๆ จากเอ็กซ์เซลเลนซ์ อย่าง ร.ต.สุรชัย มหาสุวรรณ, พี่ณัฐพล ชาญณรงค์ สุดยอดโค้ชประตู, "พี่อู๊ด" อนุกูล กันยายน, มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ทีมฟุตบอล เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม โดย พี่สมศักดิ์ ศิริธรรม
ถือว่าทุกท่านได้ร่วมทำบุญที่ยิ่งใหญ่ให้กับวัดจนๆในชนบท ขอผลบุญที่ได้ทำร่วมกันครั้งนี้จงบันดาลให้พบกับความสุข ความเจริญ ตลอดกาลนานเทอญ
ทวนเหล็ก