
จบไปแล้วครับพร้อมกับน้ำตาของเหล่าขุนพลอัซซูรี่ และต้องขอปรบมือให้กับผลงานของทีมชาติอิตาลีอีกครั้งที่ต่อสู้ ฝ่าฟันอุปสรรคมาจนถึงที่สุดแล้ว แต่เพราะความเหนื่อยล้า การบาดเจ็บของผู้เล่น แล้วที่สำคัญคือความเหนือชั้นและยอดเยี่ยมของสเปนทั้งทีมชนิดสื่ออิตาเลียนเองต้องให้คะแเนนเต็ม ''10'' ทำให้แข้งพิซซ่าหมดสิทธิ์ต้านทานไหว
อิตาลีใช้พลังในแต่ละนัดเต็มพิกัด บดกับคู่ต่อสู้ชนิดทุ่มเทหมดทั้งแรงกายและใจตั้งแต่เริ่มต้นออกสตาร์ตเสมอกับสเปน และโครเอเชีย ต่อด้วยวิ่งสู้ฟัดชนะไอร์แลนด์ และผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศมาได้ ก่อนบดกับอังกฤษ 120 นาที ได้พักแค่สองวัน ซดเกือกกับเยอรมันต่อในรอบรองชนะเลิศ ได้พักแป๊บเดียวมาซดกับสเปนที่สดและสมบูรณ์กว่าเยอะทั้งจริงและสำรอง บนเส้นทางของอิตาลี เจอปัญหาผู้เล่นตัวหลักเจ็บกันหลายราย เหนื่อยล้ากันอย่างเห็นได้ชัด ส่วนตัวจริงที่มีอยู่ในสนามก็มิอาจหาสำรองมาสลับสับเปลี่ยนเพื่อพักตัวสำคัญได้ นั่นทำให้ลูกทีมของ ''เชซาเร่ ปรันเดลลี่'' หมดสิทธิ์ต่อกรกับกระทิงดุ แล้วต้องเล่น 10 คนนานเป็นครึ่งชั่วโมง แล้วจบลงด้วยความปราชัยต่อพลพรรคนักเตะของ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ถึง 0-4!
อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมตลอดทัวร์นาเมนต์ ต้องถือว่าอัซซูรี่ทำดีที่สุดแล้ว ถ้าย้อนคิดไปถึงก่อนยูโร ซึ่งเต็มไปด้วยปัญหาเรื่องฉาว นักเตะหลักบาดเจ็บ บ้างก็ไม่สมบูรณ์เช่น อันโตนิโอ คาสซาโน่ กับ ติอาโก้ ม็อตต้า แล้วสถานการณ์ในนัดสุดท้ายของรอบแรก เสี่ยงต่อการตกรอบอย่างมาก ทว่ากลับพลิกชะตามาได้ไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ ถือว่าผลงานของปรันเดลลี่และอัซซูรี่ชุดนี้ผ่านโดยสดุดี ไม่มีอะไรต้องตำหนิอีกแล้ว กระทิงดุในฟอร์มมหาเทพแบบรอบชิงชนะเลิศนั้น เป็นอะไรที่เหลือเชื่อ เหมือนรวมทีมจากต่างดาว ใครก็สู้ไม่ได้ครับ
สิ่งเดียวที่ทำให้ขุนพลอัซซูรี่ต้องหลั่งน้ำตาคือ พวกเขามีศักยภาพทีมสู้กับสเปนได้ ทว่าด้วยเงื่อนไขของความเหนื่อยล้า และการบาดเจ็บของนักเตะหลัก เล่นแค่ 10 คน มันจึงเหมือนปิดประตูทางเดินตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ ซึ่งถ้ามาแบบพร้อมเต็มพิกัด ก็ยังมีสิทธิ์เอาชนะได้เหมือนเกมอุ่นเครื่องกลางปีก่อน และเกือบพิชิตกระทิงได้ในการเจอกันนัดแรกของรอบแรกด้วย
ปรันเดลลี่บอกหลังเกม ''Eravamo troppo stanchi'' (เอราวาโม ทร็อปโป สตังคี่) หรือ ''เราเหนื่อยล้ามากเกินไป'' ซึ่งก็ถูกต้องทุกประการ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอิตาลีแพ้สเปนในนัดชิงชนะเลิศยูโรแบบหมดทางสู้ ทว่ามองจากแผนระยะยาวและการทำงานของปรันเดลลี่แล้ว อย่าลืมว่า พวกเขาเพิ่งแพ้ในเกมอย่างเป็นทางการแค่ ''นัดเดียว'' และเป็นการพ่ายต่อทีมดีที่สุด เป็นแชมป์ทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ 3 ใบรวด ยูโร 2 และฟุตบอลโลกอีก 1 ต้องยอมรับว่ายุคนี้ ทีมไหนก็ชนเขากระทิงไม่ได้ ทว่าแนวทาางการทำงานของ อิล ชิที. ผู้นี้ถือว่ามาถูกทางแล้ว ความพยายามสร้างผู้เล่นใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพทีมไม่ขาดตอน กลุ่มผู้เล่นอิตาลีชุดนี้อายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 27-29 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงพีกสุดของนักฟุตบอล แล้วก่อนถึงฟุตบอลโลก 2014 ปรันเดลลี่ก็คงพัฒนาแข้งใหม่ๆ ขึ้นมาอีก จะให้เหมือนสเปนคงไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ดีขึ้น ''เป็นไปได้'' ครับ
กระแสสื่อมะกะโรนีก่อนเกมรอบรองชนะเลิศนั้น กดดันถึงเก้าอี้เทรนเนอร์ ซึ่งเคยเป็นแบบนี้มาแล้วตั้งแต่รอบแรก จนมีการเอ่ยชื่อ ชิโร่ แฟร์ราร่า, ฟาบิโอ คาเปลโล่ และ ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน ว่าอาจมากุมบังเหียนต่อ หากผลงานอัซซูรี่ไม่โอเค ตัวโค้ชเองรู้สึกเหนื่อยล้ากับความกดดันเหล่านี้จนทำท่าอาจไม่อยู่ต่อเช่นกัน แม้ว่า ''จานคาร์โล อเบเต้'' ประธานสหพันธ์ลูกหนังอิตาเลียนยืนยันให้ทำงานต่อก็ตาม
ภายหลังตำแหน่งรองแชมป์ยูโร ปรันเดลลี่เองรับปากจะทำงานให้ทีมชาติอิตาลีต่อ ทว่าปัญหาที่ติดขัดสำหรับอิล ชิที. คือการทำงานร่วมกับผู้เล่นทีมชาติ ซึ่งมีเวลาน้อยมาก ในรอบคัดเลือก ได้ทำงานก่อนแข่งไม่กี่วัน ไม่ต้องไปพูดถึงการอุ่นเครื่องซึ่งสโมสรต้นสังกัดแทบไม่อยากปล่อยตัวมาอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่ อิล ชิที. บอกว่าทำงานได้ยากมาก ก่อนมาโปแลนด์-ยูเครน มีเวลาเตรียมทัพจริงๆ แค่ 2 สัปดาห์ แล้วไม่ได้พร้อมเต็มที่ บางคนก็ยังติดรับใช้ต้นสังกัด บางคนเจ็บ บางคนล้า ยิ่งทัวร์นาเมนต์ใหญ่และสั้นแบบนี้ ต้องหวดกันแบบ 3 วันต่อนัด รอบลึกๆ ยิ่งได้พักน้อย สภาพผู้เล่นกรอบจนแทบเดินกันไม่ได้ ก่อนเกมกับสเปน สิ่งที่โค้ชอัซซูรี่ทำได้คือการดูเทปการเล่นของคู่ต่อสู้ ไม่มีเวลามาสร้างแบบจำลอง สร้างเกมจำลองของกระทิงดุมาให้ฝึกในสนามจริงกันด้วยซ้ำ
ยูโรนั้นผ่านพ้นไปแล้ว มิอาจแก้ไขอะไรได้อีก มาดูเรื่องอนาคตกันดีกว่า จะทำให้อัซซูรี่ดีขึ้นได้อย่างไร เพื่อต่อสู้กับฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่จะมาเยือนในอีกไม่ช้าไม่นาน ภายหลังอุ่นเครื่องกับ ''อังกฤษ'' วันที่ 15 สิงหาคม ก็จะเริ่มหวดกันทันที ซึ่งในกลุ่มมีสาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, บัลแกเรีย, อาร์เมเนีย และมอลตา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มแข็งมากพอสมควร แล้วแชมป์กลุ่มเท่านั้นจะได้ไปเล่นรอบสุดท้ายที่บราซิลแบบอัตโนมัติ รองแชมป์กลุ่มก็ต้องทำผลงานให้ดีที่สุด มิเช่นนั้นก็ต้องไปเตะรอบเพลย์ออฟให้เหน็ดเหนื่อยกันอีก
สิ่งที่ปรันเดลลี่ต้องการคือ ''ความร่วมมือ'' จาก ''เลกา กัลโช่ เซเรีย อา'' ซึ่งดูแลเรื่องโปรแกรมการแข่งขันลีกสูงสุดของอิตาลี เพื่อให้เทรนเนอร์ทีมชาติมีเวลาทำงานกับนักเตะมากขึ้น จากยูโรไปถึงเกมอุ่นแข้งกับสิงโตมีเวลาแค่อีกเดือนครึ่ง เฉพาะนักเตะพักร้อนเองก็คงเป็นเดือนแล้ว ต้องกลับมาเรียกความฟิตและซ้อมกับต้นสังกัดอีก พอเข้าสู่ฤดูแข่ง ทุกอย่างมันจะเข้าอีหรอบเดิมคือ ปรันเดลลี่แทบหาเวลาร่วมงานกับลูกทัพไม่ได้
แผนงานอีกประการที่ อิล ชิที. ผู้นี้มองการณ์ไกลไว้ตั้งแต่ต้นแล้วคือ การเสริมสร้างขุนพลรุ่นใหม่มา รายที่สื่อคาดหมายไว้ว่าจะขึ้นมาติดชุดใหญ่ในอนาคตแน่นอนคือ ''มาร์โก แวร์รัตติ'' มิดฟิลด์วัย 19 ปี ที่เคยมาเก็บตัวฝึกซ้อมช่วงปรียูโร เสมือนเป็นการส่งสัญญาณบ่งบอกล่วงหน้าแล้ว นอกจากนั้นยังมี ลอเร็นโซ่ อินซินเย่, ฟาบิโอ บอรินี่ ไปจนถึง สเตฟาน เอล ชาราวี ที่เตรียมนำขึ้นมาหาประสบการณ์กับรุ่นพี่อีกด้วย
โปรแกรมคัดเลือกบอลโลก 2014 ของอิตาลีจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน เรียกว่าจบยูโรไปแค่สองเดือนเศษ เอาอีกแล้วครับของจริงที่ต้องทำการบ้านและทำงานกันอย่างหนัก โดยอัซซูรี่จะหวดสองนัดติด ออกไปเยือนบัลแกเรียวันที่ 7 กันายน ต่อด้วยกลับไปเล่นในแดนรองเท้าบูตพบมอลตาวันที่ 11 เดือนเดียวกัน
''เชซาเร่ ปรันเดลลี่'' บอกว่า ถ้ามีเวลาเตรียมทีม มีเวลาทำงาน ยังมีโอกาสพัฒนาอัซซูรี่ให้ดีขึ้นอีก เราจะมาดูก้าวต่อไปของอิตาลีกัน เริ่มตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องพบอังกฤษวันที่ 15 สิงหาคมนี้...
เปสเช่
คอลัมน์อื่น ๆ