อิ่มบุญถ้วนหน้าได้เงินกว่าล้านให้สมาคมกีฬาคนพิการ
ในโลกนี้จะมีสักกี่คลับลูกหนังภายในประเทศเดียวกันจับมือเป็นกัลยาณมิตร ส่วนใหญ่ มีแต่จะแข่งขันกันทั้งเชิงลูกหนังและธุรกิจการตลาดจนลืมไปว่า ในสังคมเดียวกันนี้ยังมีผู้ด้อยโอกาสต้องการความช่วยเหลืออีกบานเบอะเยอะแยะ แต่อย่างน้อยประเทศไทยซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธใจบุญสุนทาน ก็ไม่ละเลยที่จะทำเรื่องนี้
โดยเฉพาะพุทธไอเดียของ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารหนุ่มหัวใจ ''สิงห์'' ซึ่งนั่งแท่นเป็นนายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ อีกหนึ่งตำแหน่ง เป็นโปรโมเตอร์จัดการฟาดแข้งของสองทีมคู่แข่งบ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง ''เดอะ กล๊าส แร็บบิต'' บางกอกกล๊าส เอฟซี กับ ''กิเลนผยอง'' เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 2
แน่นอนว่างานนี้ เพื่อองค์กรการกุศล ในการหาเงินช่วยเหลือสมาคมกีฬาคนพิการ 5 สมาคม ที่ยังขาดเงินสนับสนุนในการเดินทางไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ ปีนี้มีกีฬา ''พาราลิมปิกเกมส์'' ที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษให้เหล่านักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยได้เดินทางไปทำชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ
ขณะเดียวกันยังเป็นการเคาะสนิมแข้งของนักเตะทั้งสองทีมภายหลังจากที่เว้นวรรคให้ ยู-22 ปีแล้ว โดยปีนี้ ''บีจี'' รับบทเป็นเจ้าภาพบ้างภายหลังจากที่ปีที่แล้ว เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นเจ้าบ้านก่อน เย็นย่ำหัวค่ำคืนวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกมการฟาดแข้งนัดสำคัญยิ่งจึงเกิดขึ้น พร้อมพรั่งไปด้วยแฟนบอลของกองทัพเจ้าถิ่นที่นัดกันใส่เสื้อสีเขียวแซมขาว อีกฟากหนึ่งของสนามสาวก ''อุลตร้าเมืองทอง'' ก็มากันคับคั่งด้วยหัวใจเพื่อเชียร์ทีมรัก
บางกอกล๊าส เอฟซี กะป้องกันแชมป์จัดชุดใหญ่ที่ลุยไทยลีกไล่ตั้งแต่แนวรับ วาเลรี่ เอ็ค เป็นแกนหลัก แดนกลาง พีระพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ขับเคลื่อนเกมรุก แดนหน้า 3 ประสาน ''ลีซอ'' ธีรเทพ วิโนทัย, ซารูตะ ฮิโรโนริ และ ชาตรี ฉิมทะเล กระหน่ำเป้า ทางฝั่งเอสซีจี เมืองทอง ดูเหมือนจะจัดชุดสำรอง แต่ก็มีตัวหลักทั้ง ภานุพงศ์ วงศ์ษา, รี ควาง ชอน แดนหน้า คริสเตียน เคาคู, เอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์ และ จักรพันธ์ พรใส ยิง
เกมสู้กันมันส์ด้วยระบบทีมเวิร์กตามสไตล์ของ ''บีจี'' และเมืองทอง ก่อนที่ปีนี้ทีมเยือนจะบุกมาเอาชนะไป 2-1 จากฝีเท้าของ ธีรศิลป์ แดงดา น.41 ที่เปลี่ยนตัวลงมาแทน คริสเตียน เคาคู, อัดนัน บาราคัต น.65 ส่วนเจ้าถิ่นมาได้ประตูโทนจากลูกฟรีคิกสุดสวยของ ศิวพงษ์ เจริญศิลป์ นักเตะใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากพัทลุง เอฟซี ในช่วงตลาดเปิดเลกสองเอาชนะไป 2-1 ถือว่าเป็นแชมป์แรกของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
นอกจากแฟนบอลจะได้อิ่มเอมกับเกมมันส์ๆ ในสนามแข่งแล้ว ยังได้สนุกกับ มินิคอนเสิร์ตของ ''เนโกะ จัมพ์'' ทำเอาแฟนบอลกรี๊ดแทบสนามแตก ก่อนจะร้อง 2 เพลงฮิต ส่วนยอดเงินบริจาคหลั่งไหลเป็นสายธาร ซึ่งได้จากยอดขายบัตรและของที่ระลึก จำนวน 555,841 บาท, เอสซีจี มอบให้จำนวน 200,000 บาท, ยามาฮ่าจำนวน 100,000 บาท และ ''เอไอเอ'' ร่วมกับ แฟนคลับของเมืองทอง และบีจี จำนวน 70,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 995,841 ทว่าสโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี มอบเงินส่วนต่างให้ครบ จำนวน 1,100,000 บาทกันเลยทีเดียว
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี นายกสมาคมนักกีฬาคนพิการ แห่งประเทศไทย ขอบคุณกัลยาณมิตรของทั้งสองสโมสรที่ให้ความร่วมมือเพื่อนักกีฬาคนพิการ ได้มอบเสื้อสูทขอบคุณให้กับ ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี และ วรรคสร โหลทอง รองประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
พร้อมกับกล่าวว่า
''เป็นปีที่สองแล้วที่เราได้จัดงานนี้เพื่อหาเงินช่วยเหลือสมาคมกีฬาคนพิการถึง 5 สมาคม โดยเฉพาะปีนี้ นักกีฬาคนพิการต้องเดินทางไปแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศอังกฤษ ดังนั้นเรื่องของงบประมาณจึงสำคัญยิ่ง ขอบคุณทั้งสองสโมสรบีจี และ เอสซีจี เมืองทองที่ทำให้เกิดงานนี้ขึ้นอีกครั้ง และหนต่อไปเราก็จะเดินหน้าแข่งขันกันเป็นประเพณีทุกปี เพื่อนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ในการออกไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ''
การแข่งขันลงเอยด้วยความสำเร็จของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่บุกมาคว้าแชมป์ได้สำเร็จ และนับว่าเป็นแชมป์แรกในปีนี้ขอกองทัพ ''กิเลนผยอง'' แต่ที่แน่ๆ การได้ทำบุญย่อมทำให้จิตใจสงบสุขมีพลังวิเศษที่คาดไม่ถึง ว่ากันว่าสิ่งเหล่านี้แหละที่จะทำให้ ''บีจี'' และเอสซีจี เมืองทองออกไปไล่ล่าความสำเร็จอีกหลายรายการที่รออยู่ข้างหน้าด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง
เชนชิโร่