ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา ยูโร 2012 ของอิตาลีสิ้นสุดลงแล้วพร้อมกับเหรียญรางวัลรองแชมป์ ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าภาคภูมิใจแล้ว แม้ว่าในนัดชิงชนะเลิสจะแพ้ต่อทีมจากต่างดาวอย่างสเปนถึง 0-4 ก็ตาม
แต่ถ้าย้อนภาพกลับไปดูเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนบินมาโปแลนด์ คงไม่มีใครคิดด้วยซ้ำว่า อัซซูรี่จะมาได้ไกลขนาดนี้ แถมถูกหมายหัวว่าจะร่วงตั้งแต่รอบแรกอีกต่างหาก เจอปัญหาฉาว นักเตะเจ็บกันระนาว ทั้งก่อนมายูโรและช่วงแข่ง แล้วต้องเตะรอบแรกแบบทรหด เหน็ดเหนื่อยทั้ง 3 นัด เท่านั้นไม่พอ หวดกับอังกฤษ 120 นาทีได้พักแค่สองวัน น้อยกว่าเยอรมันมากมาย พอบดกับอินทรีเหล็ก ก็ยังได้พักน้อยมาก ก่อนมาหวดนัดชิงชนะเลิส บรรดาตัวหล็กก็มิอาจพักได้เลย แล้วสำรองที่มียังทดแทนตัวจริงได้ไม่ดีเพียงพอ กองหน้าอย่างอันโตนิโอ คาสซาโน่ ซึงมาแบบไม่ฟิตเต็มร้อย ก็ช่วยทีมได้อย่างดีเยี่ยมเท่าที่ตัวเขาจะให้ได้เลย
ไม่มีอะไรต้องโทษอิตาลีที่แพ้สเปน ด้วยองค์ประกอบต่างๆ และด้วยความพร้อมของร่างกายที่แทบเหลือเป็นศูนย์ แล้วเจอกับสเปนที่เข้าฟอร์มระดับพระกาฬ ต้องยอมรับความจริงว่าสู้ไม่ได้ครับ ตรงกันข้ามกับตอนเจอกันนัดแรกที่อิตาลียังมีเรี่ยวแรงพอสมควร แล้วสภาพทีมยังโอเคอยู่ แม้ว่าหลายคนก็ยังไม่ฟิตสมบูรณ์และเข้าฟอร์มก็ตาม
ผลงานของเชซาเร่ ปรันเดลลี่ ภาพรวมต้องบอกว่า "ยอดเยี่ยม" ครับ ในแมตช์อย่างเป็นทางการ แพ้แค่เกมเดียวนัดชิงชนะเลิศกับสเปน รอบคัดเลือกดีเลิศ ไร้ที่ติ เสียไปแค่สองประตู แล้วฟอร์มการเล่น 5 นัดตั้งแต่รอบแรกของยูโร จนสิ้นสุดเกมรอบรองชนะเลิศกับเยอรมันก็เหลือเชื่อมาก เล่นได้ดีมาตรฐานสูงทุกนัด ดีกว่าทุกทัวร์นาเมนท์ที่ผู้เขียนดูมาตั้งแต่ปี 1986 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันด้วยซ้ำ แม้กระทั่งตอนได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ก็มิได้เล่นดีอะไรมาก หลายนัดชนะเพราะความอึดและโชค แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมไม่ถือว่าโดดเด่นอะไรมาก
แผนงานของปรันเดลลี่ถือว่ากำลังไปด้วยสวย สอดแทรกผู้เล่นใหม่เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่นับอันเดรีย ปิร์โล่ กลุ่มผู้เล่นชุดนี้ถือว่าอยู่ในช่วงดีที่สุดของตนเองแล้ว
งานต่อไปของ อิล ชี.ที. คือการเตรียมทีมเพื่อเล่นรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2014 เพื่อไปเล่นรอบสุดท้ายที่บราซิล สิ่งเดียวที่เป็นอุปสรรค์ในการทำงานของปรันเดลลี่คือ "เวลา" เนื่องจากมีโอกาสฝึกสอนนักเตะน้อยมาก ไม่ว่าระหว่างฤดูกาล หรือก่อนมายูโรก็ตาม จนเขาบอกว่า ถ้าคุมทีมชาติได้ เหมือนกับสโมสร อัซซูรี่ก็มีโอากสพัฒนาขึ้น ซึ่งต้องให้โอกาสปรันเดลลี่ทำงานต่อไปอย่างไร้ข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น
บนเส้นทางสู่แชมป์ มิได้โปรยด้วยกลีบกุหลาย และทีมซึ่งเป็นแชมป์ก็คือทีมดีที่สุดอย่างสเปน ขณะที่อิตาลีเอง ต่อสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี เล่นได้สวยงาม สนุก และมาได้ไกลกว่าบรรดาชาติๆแข็งชาติอื่น ไม่ว่าจะเป็น ฮอลแลนด์, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส หรือเยอรมัน
การเป็นรองแชมป์ อาจมิได้ถูกจดจำเท่ากับผู้ชูถ้วย ทว่าการต่อสู้ของอัซซูรี่ชุดนี้จะอยู่ในความทรงจำของสาวกมะกะโรนีตลอดไป
ขอปรบมือให้กับอัซซูรี่อีกครั้งสำหรับการต่อสู้อันทรหด และสมศักดิ์ศีรองแชมป์ยูโร!!!
เปสเช่


