คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. No.10
เยอรมัน มองไกลไปบอลโลก
02/07/2012 14:07:10 น.


      ความฝันที่จะกลับมาคว้าแชมป์รายการใหญ่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1996 ของทีมอินทรีเหล็ก ยังคงต้องเฝ้ารอกันต่อไป หลังจากที่ไปได้ไกลที่สุดในยูโรหนนี้เพียงแค่รอบรองฯ เท่านั้น!


  

        ทำให้พวกเขาต้องเตรียมมองไปยังเป้าหมายต่อไป โดยพุ่งเป้าไปที่ฟุตบอลโลกครั้งต่อไปในอีกสองปีข้างหน้าที่บราซิล
 

        เยอรมัน อดีตแชมป์ยูโร 3 สมัย ซึ่งทำผลงานในยูโรหนนี้ได้อย่างสมราคาทีมเต็งตั้งแต่นัดแรก แต่กลับอกหักไม่ได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ เมื่อพลาดท่าให้กับทีมคู่ปรับเก่าอย่างอิตาลีอีกครั้ง ในเกมรอบรองฯ
 

        อย่างไรก็ตาม บุนเดสเทรนเนอร์อย่าง โยอัคคิม เลิฟ ยังคงมีความเชื่อมั่นว่า ทัพนักเตะอินทรีเหล็กของเขายังคงมีอนาคตที่สดใจ และพร้อมจะกลับมาอีกครั้ง ในฟุตบอลโลกปี 2014 ที่บราซิล
 

        ''ผมคิดว่าเราคงจะไม่ต้องตอบคำถามใดๆ กับผลงานของเราในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้''

        ''เราเป็นทีมของคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงในทัวร์นาเมนต์นี้ และเราก็ชนะทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม ดังนั้นพวกเราทุกคน จึงรู้สึกผิดหวังกับการตกรอบครั้งนี้มาก''

        ''แต่อย่างไรก็ตาม เรามีความเชื่อมั่นว่า ทีมของเรายังสามารถที่จะพัฒนาไปได้อีก และเราจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม''
 

        เยอรมันไม่แพ้ใครในเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการมาถึง 15 นัด ก่อนที่จะมาพลาดท่าให้กับคู่ปรับเก่าอย่างอิตาลีในรอบรองฯ ของยูโรครั้งนี้ 
 

        และในรอบคัดเลือก พวกเขาก็ได้สร้างผลงานอันน่าทึ่งเอาไว้ ด้วยการชนะ 10 นัดรวด และในการแข่งขันรอบสุดท้ายของยูโรหนนี้ พวกเขาก็สามารถเอาชนะทีมชั้นนำอย่าง ฮอลแลนด์, โปรตุเกส และเดนมาร์ก ได้ทั้งหมดในรอบแบ่งกลุ่ม


        ''แน่นอนว่าพวกเราทุกคนรู้สึกเสียใจกับการตกรอบครั้งนี้ แต่ว่าผมรู้สึกพึงพอใจกับผลงงานของลูกทีมทุกคน'' เป็นคำกล่าวของกุนซือวัย 52

        ''ลูกทีมของผมทุกคนได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณ และความทุ่มเท ดังนั้นยูโรหนนี้จึงถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ดีสำหรับพวกเรา''


        ขณะที่ โวล์ฟกัง เนียร์สบัค ประธานสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน ได้ออกมายืนยันว่า พวกเขาพึงพอใจผลงานของเลิฟ และลูกทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ และยืนยันว่าจะยังคงให้กุนซือรายนี้อยู่คุมทีมต่อไป จนกระทั่งถึงฟุตบอลโลกที่บราซิล


        ''โยอัคคิมยังคงทำงานของเขาได้อย่างยอดเยี่ยมเหมือนเดิม''

        ''ดังนั้นเราจึงมีความเต็มใจ ที่จะยังคงให้เขาทำหน้าที่โค้ชทีมชาติของเราต่อไปเหมือนเดิม''

        ''เส้นทางของทีมชาติชุดนี้ยังคงไปได้อีกยาวไกล เพราะว่าทีมของเราเป็นทีมคนหนุ่ม และเชื่อว่าทีมของเราจะยังคงมีนักเตะดาวรุ่งเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย''
 

        ในการแข่งขันยูโรครั้งนี้ เลิฟให้โอกาสกับนักเตะดาวรุ่งหลายรายได้ลงโชว์ฝีเท้า โดยเฉพาะอย่าง มาร์โค รอยส์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากทีม ไสิงห์หนุ่ม" มึนเช่นกลัดบัค ที่เพิ่งจะย้ายกลับไปอยู่กับ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ทีมแชมป์บุนเดสลีกา ในฤดูกาลหน้า สามารถแจ้งเกิดในทัวร์นาเมนต์นี้ได้อย่างเต็มตัว
 

        เลิฟพูดถึงคนรุ่นใหม่ในทีมของเขาว่า

        "ทีมยูโรชุดนี้ มีนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีอยู่หลายคนทีเดียว"

        ''นักเตะอย่าง มาร์โค รอยส์ หรือว่า มาริโอ เกิทเซ่ ถือว่าเป็นความหวังที่สำคัญของทีมชาติในอนาคต''

        ''ทำให้เรามีทีมคนรุ่นใหม่ที่มีอนาคตอันสดใส และจะมาช่วยกันสร้างทีมใหม่ขึ้นมา เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายต่อไปของพวกเรา''

        ''เรายังมีเวลาให้เตรียมทีมอีกถึงสองปี ก่อนที่จะถึงฟุตบอลโลกครั้งต่อไป ซึ่งผมเชื่อว่าทีมของเขาจะต้องพัฒนาไปอีกได้มากทีเดียว ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว''

        ''ก่อนหน้านี้เราไม่แพ้ใครมาได้ถึง 15 นัด ก่อนที่จะมาพ่ายให้กับทีมที่แข็งแกร่งอย่างอิตาลี ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกขายหน้า กับผลงานของเราในรายการนี้''
 

        เลิฟ เริ่มเข้ามารับงานบุนเดสเทรนเนอร์ ต่อจาก เจอร์เก้น คลินส์มันน์ หลังจากที่จบฟุตบอลโลก 2006 โดยในการคุมทีมเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกในยูโร 2008 เขาพาทีมไปจนถึงนัดชิงได้สำเร็จ ก่อนจะพ่ายให้กับสเปนไปแบบหวุดหวิด 0-1
 

        ในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เขาสามารถนำทีมปราบอังกฤษและอาร์เจนตินาลงได้ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม แต่ว่าเป็นอีกครั้งที่ทีมของเขา ต้องไปพ่ายให้กับความแกร่งและประสบการณ์ของสเปนคู่ปรับเก่า ก่อนจะนำทีมคว้าอันดับ 3 มาครองได้
 

        ทำให้ถึงเวลานี้ เลิฟคุมเยอรมันลงเล่นไปแล้ว 83 นัด โดยทำสถิติชนะ 57 นัด เสมอ 13 นัด และแพ้ไป 13 นัด ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ดีมาก แต่การคุมทีมอย่างเยอรมันที่มีมาตรฐานสูง การพาทีมคว้าแชมป์ไม่สำเร็จ จึงถือเป็นความล้มเหลวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 

        อย่างไรก็ตาม เลิฟยังคงพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป และเตรียมที่จะเริ่มงานบุนเดสเทรนเนอร์ปีที่ 6 ของเขา ด้วยการพาลูกทีมชุดปัจจุบันที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 25 ปี ลงทำศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2014 ซึ่งจะเริ่มเปิดฉากขึ้นในเดือนกันยายนนี้
 

        โดยคู่แข่งทีมแรกของพวกเขาคือสมันน้อยอย่าง หมู่เกาะแฟโร ที่มีกำหนดจะดวลแข้งกันที่ฮันโนเวอร์ ในวันที่ 7 กันยายนนี้
 

        อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะถึงเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกดังกล่าว เลิฟมีเกมอุ่นเครื่องให้ใช้ทดลองความพร้อมทีมของเขาก่อนหนึ่งนัด โดยจะพบกับ "ทีมฟ้า-ขาว" อาร์เจนตินา ที่แฟร้งค์เฟิร์ต ในวันที่ 15  สิงหาคมนี้
 

        เลิฟได้พูดถึงเป้าหมายต่อไปของพวกเขาว่า

        ''เราต้องการที่จะใช้ยูโรครั้งนี้เป็นประสบการณ์ของเรา ในการหาจุดบกพร่องที่จะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไข''

        ''สำหรับฟุตบอลโลกที่บราซิล ผมคิดว่าเรายังมีเวลาเหลืออีกพอสมควร ดังนั้นเราคงจะยังไม่พุ่งเป้าไปที่นั่นในตอนนี้''

        ''หน้าที่ของเราตอนนี้คือ ทำอย่างไรถึงจะทำให้ทีมคนรุ่นใหม่ของเรา มีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่ผมคิดว่าเราคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังจากจบยูโรครั้งนี้''
 

        ฟุตบอลโลกอีกสองปีข้างหน้า ดาวรุ่งอย่างรอยส์ และ เยโรม บัวเต็ง ปราการหลัง จะมีอายุเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้นเอง
 

        ขณะที่ โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ และ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ สองเซนเตอร์ฮาล์ฟของทีม ที่เริ่มจะเล่นเข้าคู่กันได้ดีในยูโรครั้งนี้ ก็จะมีประสบการณ์เพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อถึงฟุตบอลโลกที่บราซิล
 

        ส่วนจอมทัพอย่าง เมซุต โอซิล น่าจะมีความสามารถเพิ่มมากขึ้น และน่าจะช่วยทีมได้มากกว่าในการแข่งขันยูโรครั้งนี้
 

        สำหรับที่นักเตะที่มีอายุมากในทีมชุดยูโรครั้งนี้อย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ ยังคงยืนกรานว่า เขาจะยังไม่หันหลังให้กับทีมชาติ แม้ว่าหัวหอกวัย 34 รายนี้ จะได้รับโอกาสไม่มากนักในยูโรครั้งนี้แล้วก็ตาม
 

        ส่วนทางด้าน ลูคัส โพดอลสกี้ กองหน้าตัวริมเส้น ที่เตรียมจะย้ายไปเล่นในอังกฤษให้กับอาร์เซน่อลในฤดูกาลหน้า ก็ยังไม่ได้ส่งสัญญาณออกมาว่า จะตัดสินใจยุติเส้นทางในทีมชาติเช่นกัน หลังจากที่ทำสถิติลงเล่นให้กับทีมอินทรีเหล็กครบ 100 นัด ในทัวร์นาเมนต์นี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกันกับ ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีม
 

        จึงเป็นที่คาดหมายกันว่า ในการสร้างทีมของเลิฟหลังจบยูโรหนนี้ เขาจะยังคงใช้การผสมผสานบรรดานักเตะสายเลือดใหม่ กับบรรดานักเตะมากประสบการณ์อยู่เหมือนเดิม เพื่อสร้างสมดุลให้กับทีม
 

        ทำให้เราต้องมาดูกันว่าเยอรมันโฉมใหม่ จะสามารถกลับมาประสบความสำเร็จถึงขึ้นคว้าแชมป์ได้หรือไม่ ในการแข่งขันฟุตบอลโลกอีกสองปีข้างหน้า
  

No.10

ผลงานของเยอรมันในยูโร รอบสุดท้าย
1960 ไม่ได้เข้าร่วม
1964 ไม่ได้เข้าร่วม
1968 รอบคัดเลือก
1972 แชมป์
1976 รองแชมป์
1980 แชมป์
1984 รอบแบ่งกลุ่ม
1988 รอบรองชนะเลิศ
1992 รองแชมป์
1996 แชมป์
2000 รอบแบ่งกลุ่ม
2004 รอบแบ่งกลุ่ม
2008 รองแชมป์
2012 รอบรองชนะเลิศ 







คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : No.10

จำนวนเรื่อง : 166
All post : 2,139
All view : 2,860,637
คอลัมน์ ยูโร 2012

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263