คอลัมน์ : เจาะข่าวฮอต โดย.. บ่อน้ำร้อน
ยูโร 2012 - อีกหนึ่งก้าวใหญ่ๆ ของ มาริโอ บาโลเตลลี่
01/07/2012 8:43:46 น.


     "ยูโร 2012" กำลังจะปิดฉากลงในคืนวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฏาคมนี้ ทีมไหนจะคว้าตำแหน่งเจ้ายุโรปคราวนี้ไปครอง ระหว่าง "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่า และแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 กับ "อัซซูรี่" อิตาลี แชมป์ปี 1968 และแชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัย เราคงจะได้รู้กันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้




        แต่ตลอดวันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน มีนักเตะอยู่คนหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าทำให้ผู้เขียนประหลาดใจอยู่เล็กๆ นั่นคือ มาริโอ บาโลเตลลี่ ศูนย์หน้าตัว "เกรียน" ของทีมชาติอิตาลี เพราะหลายคนคาดหมายว่าเขามีโอกาสโดนใบแดงมากกว่าทำประตูได้ แต่สุดท้ายเขาอาจจบทัวร์นาเมนต์ในฐานะดาวซัลโวสูงสุด
 
        บาโลเตลลี่ ทำไปแล้ว 3 ประตู ประตูแรกในเกมนัดสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม กับ ไอร์แลนด์ และอีก 2 ประตู ในเกมรอบรองชนะเลิศกับ เยอรมนี เป็นดาวยิงสูงสุดร่วมกับ มาริโอ มานด์ซูคิช, อลัน ซาโกเยฟ, มาริโอ โกเมซ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่เขาเหลือโอกาสอีกนัดที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเคียฟ ขณะที่สถิติใบเหลืองใบแดงถือว่าผิดคาดเล็กๆ เมื่อหลังจบรอบตัดเชือก เขาได้ใบเหลืองมาเพียง 2 ใบ ใบแรกในเกมเปิดสนามกลุ่ม ซี กับ สเปน แต่ใบเหลืองทั้งหมดถูกล้างไปหลังจบรอบก่อนรองชนะเลิศ ทำให้ใบเหลืองที่เขาได้อีกใบจากการถอดเสื้อหลังซัดประตูทัพ "อินทรีเหล็ก" ไม่มีผลอะไรต่อเกมนัดชิงชนะเลิศ
 
        ฉายา "ซูเปอร์มาริโอ" ที่สื่อพร้อมใจกันตั้งให้ เป็นหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ บาโลเตลลี่ ถูกคาดหวังมากกว่าปกติ แต่ฟอร์มในเกมกับ เยอรมนี อาจพิสูจน์ได้ระดับหนึ่งว่าเขาเหมาะสมกับฉายานี้ ฟุตบอลยูโร 2012 ไม่มีประตูเกิดขึ้นในเกมมาถึง 260 นาที นับจากเกมเสมอ 0-0 ของ อังกฤษ กับ อิตาลี ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย จนถึงเกมของ โปรตุเกส กับ สเปน ในรอบตัดเชือก คู่แรก ก่อนที่ดาวยิงวัย 21 ปี จะมาโขกประตูในนาทีที่ 20 ของเกมเมื่อวันพฤหัสบดี ผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ นายทวารเยอรมนี เข้าไปตุงตาข่ายให้ "อัซซูรี่" ขึ้นนำ 1-0
 
        นี่นับเป็นการรอคอยประตูที่ยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 2 ของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป สถิติยาวนานที่สุดนั้นเกิดขึ้นในศึกยูโร ปี 1996 ที่อังกฤษ โดยหลังจากที่ วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ ทำประตูให้สาธารณรัฐเช็ก ในนาทีที่ 88 เกมกับ รัสเซีย ในนัดสุดท้าย รอบแบ่งกลุ่ม แฟนบอลต้องรอคอยถึงอีก 262 นาที ผ่านเกมเสมอ 0-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ระหว่าง ฝรั่งเศส กับ ฮอลแลนด์ และ อังกฤษ กับ สเปน จนกระทั่ง เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ตำนานศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมนี มาทำประตูจากจุดโทษในนาทีที่ 20 เกมรอบก่อนรองชนะเลิศกับ โครเอเชีย ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
 
        อย่างไรก็ตาม แม้ บาโลเตลลี่ จะมีเกมที่ยอดเยี่ยมกับ เยอรมนี แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปให้เป็นศูนย์หน้าชั้นยอด นี่เป็นเพียงแค่เกมหนึ่งในทัวร์นาเมนต์หนึ่งเท่านั้น แต่อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นของอะไรบางอย่าง ประตูแรกจากการโหม่งของ บาโลเตลลี่ ถือเป็นประตูที่สวยงาม หลังพลิกหลุดการประกบของ โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ เข้าไปโขกเหน่งๆ ขณะที่ลูกที่ 2 ถือเป็นอีกหนึ่งลูกยิงที่สุดยอด เมื่อเขาซัดเต็มข้อจากระยะ 25 หลา บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมมุมบนด้านขวา โดย นอยเออร์ ทำได้แค่ป้องกันด้วยสายตาเท่านั้น
 
        แผงหลังของเยอรมนี อาจจะตะลึงงัน แต่คุณไม่สามารถโต้แย้งคุณภาพการจบสกอร์ของเขาได้ และนั่นคือสิ่งที่ บาโลเตลลี่ ทำได้ แต่เรารู้เรื่องนั้นกันอยู่แล้ว ไม่มีใครสงสัยความสามารถของเขา แต่ในบางจุดเขาก็จำเป็นต้องโตขึ้น และอีกอย่างหนึ่งที่ส่งสัญญาณในทางที่ดีออกมาคือ นอกจากเขาจะทำ 2 ประตูในการเจอคู่แข่งระดับเยอรมนีแล้ว เขายังไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ที่ส่อแววจะก่อปัญหาได้ ชื่อของเขาถูกขึ้นพาดหัวข่าวในเช้าวันถัดมาเนื่องจากประตูที่เขาทำได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น เพราะบ่อยครั้งที่เราเห็นพาดหัวข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรม หรืออารมณ์เกรี้ยวกราดของเขามากกว่า
 
        แต่ถ้าจะมีประเด็นอะไรเล็กน้อย คงเป็นการแสดงความดีใจหลังทำประตูที่ 2 ได้ เมื่อ "ซูเปอร์มาริโอ" ถอดเสื้อเขวี้ยงลงพื้นพร้อมเบ่งกล้ามโชว์หุ่น "แมนๆ" ของเขา แต่นั่นเป็นสิ่งที่พอยอมรับได้ ในเมื่อเขาทำประตูที่สำคัญขนาดนั้นให้กับทีม และเมื่อย้อนกลับไปดูผลงานกับเขาในเกมกับอังกฤษ ก็ถือว่าทำได้ดีทีเดียว แต่ผลงานของศูนย์หน้ามักตัดสินด้วยการทำประตู ดังนั้นการทำ 2 ประตูในเกมกับเยอรมนี จึงช่วยทำให้ทุกคนตระหนักถึงศักยภาพของเขา แต่ความท้าทายสำคัญคือคืนวันอาทิตย์นี้ เขาจำเป็นต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขาสามารถทำได้อีก
 
        อย่างไรก็ตาม เกมกับทัพ "กระทิงดุ" ในวันอาทิตย์นี้จะเป็นความกดดันอย่างมากสำหรับเขา และน่าสนใจอีกเช่นเคยว่าเขาจะรับมือกับมันอย่างไร การเหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้คนจะคาดหวังให้เขาทำได้อีก และเขาเคยเผยให้เห็นอาการ "ตบะแตก" มาแล้วหลายครั้งเมื่อถูกความกดดันถาโถมเข้าใส่ และถ้าเขาคิดว่าเกมรอบตัดเชือกกดดันแล้ว เกมนัดชิงชนะเลิศจะกดดันมากกว่า 10 เท่า โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทีมที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมเบอร์ 1 ของโลก และแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งในรอบที่ผ่านๆ มาแน่นอน
 
        แต่ไม่ว่าผลลัพธ์คืนนี้จะออกมาเป็นอย่างไร สำหรับผู้เขียนแล้ว บาโลเตลลี่ ถือว่าสอบผ่านฉลุยเลยล่ะ โดยเฉพาะเมื่อมองว่าไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะทำได้ขนาดนี้ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเปิดฉากขึ้น และการแข่งขันรายการใหญ่แบบนี้มักเป็นสังเวียนที่บั่นทอนชื่อเสียงของนักเตะได้เป็นอย่างดี หากนึกภาพไม่ออก ให้ดู เวย์น รูนี่ย์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เป็นตัวอย่างได้ แต่สำหรับ บาโลเตลลี่ นี่เหมือนเป็นทัวร์นาเมนต์ที่เปลี่ยนเขาจาก "เด็ก" เป็น "ผู้ใหญ่" เลยก็ว่าได้ เมื่อพิจารณาฟอร์มการเล่น และวุฒิภาวะที่เขาแสดงออกมา...

     บ่อน้ำร้อน

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : บ่อน้ำร้อน

จำนวนเรื่อง : 68
All post : 166
All view : 345,790
คอลัมน์ เจาะข่าวฮอต

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263