การเซิ้งแข้งของขุนพลลูกหนังฝรั่งอั้งม้อ ยูโร 2012 กำลังเดินทางมาถึงไคลแมกซ์ในนัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ค. นี้ ทีมไหนจะเป็นเจ้ายุโรป เชื่อว่าแฟนานุแฟนชาวไทยคงจะได้ทราบกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สเปน หรือ อิตาลี ก็สมราคากันทั้งคู่
มีโอกาสได้ฟังการสนทนาทางจอแก้วของพิธีกรชื่อดัง ซึ่งเชิญทั้ง คอลัมนิสต์นักพากย์ ที่คลุกคลีอยู่ในวงการฟุตบอลนอก อีกทั้งกุนซือระดับปรมาจารย์เรียกพี่ และ อดีตนักเตะระดับทีมชาติไทยที่ผันตัวเองมาเป็นโค้ช และประสบความสำเร็จจากการทำทีมเป็นอย่างดี
ต้องขอบอกว่าถ้าใครตั้งใจฟังจากการสนทนา ถามมา-ตอบไป ระหว่างพิธีกร กับแขกรับเชิญ นั้นก็จะได้อรรถรสในการชมมากๆ เพราะแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีเหตุและผลที่น่าฟัง เมื่อถูกยิงคำถามใส่ ประหนึ่งได้นั่งเรียนอยู่ในห้องอบรมโค้ชก็ไม่ปาน โดยเฉพาะเรื่องของแท็กติกและศาสตร์การเล่นฟุตบอลขั้นสูงที่คาดว่า สเปน และ อิตาลี จะงัดเอามาสู้กัน
ก็ต้องยอมรับว่าคนเหล่านี้คือบุคคลอันทรงคุณค่าในวงการฟุตบอลไทย ที่ถูกลืมเสียสนิท ลืมไปว่าเขาเคยทำคุณให้กับทีมชาติไทย กระทั่งมาถึงปัจจุบัน สามารถที่จะชักชวนเอาเป็นเสาหลักให้กับวงการฟุตบอลไทยในฐาน
"ประธานฝ่ายเทคนิค" แต่ก็ต้องถูกแตะเบรกตัวโก่ง! เพียงเพราะอยู่คนละพวกกัน
จะว่าไปแล้วตำแหน่งนี้วงการฟุตบอลไทยมันก็ไม่เคยมีมาตั้งแต่อดีตแล้ว และถือกันว่าเป็นเรื่องใหม่เสมอสำหรับทีมชาติไทย ซึ่งไม่คิดที่จะหาคนมาทำงานในตำหน่งนี้อย่างเป็นทางการเสียที ทั้งที่ตำแหน่งนี้ไม่ต้องไปจ้างพวกฝรั่งหัวทองให้เปลืองเงินหรอกครับ คนไทยหลายคนที่เป็นอดีตนักเตะทีมชาติมีความรู้ความสามารถและเข้าใจเรื่องนี้บานเบอะเยอะแยะ
"ประธานพัฒนาเทคนิค" มีหน้าที่อะไร? ก็ต้องขอบอกว่าสำคัญมาก เพราะจะเป็นคนที่ดูแลภาพรวมวงการฟุตบอลของชาติ ไล่ตั้งแต่ ยู-12 ปี กระทั่งถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่ อันเป็นปลายยอด ยิ่งได้คนที่เชี่ยวชาญเคยอบรมโค้ชขั้นสูงมายิ่งจะดี เพราะจะรู้เรื่องทั้งหมด โดยเฉพาะตัวผู้เล่น ใครเล่นตำแหน่งไหนดีที่สุด และจะสามารถวางกรอบให้ทีมชาติไทยเดินไปในทิศทางเดียวกันได้ ขณะเดียวกัน ยังจะสามารถให้คำปรึกษาเรื่องของแท็กติกการเล่นได้ด้วย
นี่คือประโยชน์ของการมี
"ประธานพัฒนาเทคนิค" ผมเชื่อเลยว่าในโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน ทุกชาติเขาดันบุคลากรที่เป็นชาติตัวเองซึ่งมีฝีมือระดับสุดยอด นั่งตำแหน่งนี้กันทั้งนั้น ส่วนบ้านเราตำแหน่งนี้กลายเป็นสุญญากาศ และถูกมองว่าไม่มีความสำคัญกับทีมชาติไทย
ยอมรับกันหรือยัง วันนี้เราไล่หลังชาติย่านอาเซียนด้วยกันทั้ง ลาว, เวียดนาม, เมียนมาร์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย ซึ่งเด็กไทย เราแพ้ทีมเหล่านี้ถือว่าวิกฤตหนักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะเราใช้นักเตะแห่งอนาคต ที่เตรียมจะเทิร์นโปรขึ้นสู่ชุดใหญ่ และกำลังจะปั้นไปบอลโลกลงเล่น แต่เจอทีมที่เราเคยไล่ถล่มในอดีตกลับแพ้ ไม่ใช่แพ้ธรรมดา แพ้ด้วยทรงบอลที่สู้ไม่ได้อีกต่างหาก
ว่ากันว่า ไทยเป็นบอลเกรดเอของอาเซียนคืออดีต วันนี้เราแพ้ทีม เกรดบี- ซี+ ย่อมจะถูกลดชั้นให้เป็นบอลเกรดดี จำพวกเดียวกับ กัมพูชา, บรูไน, ติมอร์เลสเต, ฟิลิปปินส์ นับประสาอะไรจะไปสู้กับพวก ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และพวกตะวันออกกลาง ที่มีขีดความสามารถของการบริหารจัดการทีมที่เหนือกว่า อีกทั้งฝีเท้า ก็เหนือกว่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งช่องห่างถูกถ่างออกไปทุกที
ตำแหน่งประธานเทคนิคมันสำคัญนะ หามาช่วยระดมสมองเสียทีก่อนที่บอลไทยจะสมสู่กับความล้มเหลวทุกปี !!
งาช้างดำ