เสาร์สบายๆ แบบนี้ผมพยายามหาเรื่องเกี่ยวกับความรู้ เยาวชน และสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมาเขียนเล่าสู่กันฟังมากกว่าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องทั่วๆไป
ผมเคยเขียนถึงเส้นทางการศึกษาเฉพาะด้าน อันความรู้ รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจักเกิดผล... เขียนเรื่องเอกฟุตบอล ซึ่งอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาของมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันแล้วว่า เดี๋ยวนี้มีมหาวิทยาลัยแนวคิดใหม่ ที่เน้นสอนวิชาที่จะนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้จริง อย่างวิชาฟุตบอล ซึ่งสอนตั้งแต่ฟุตบอลเบื้องต้น วิชาโค้ช จิตวิทยา วิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงการบริหารจัดการเกี่ยวกับกีฬาตั้งแต่รู้จักพื้นหญ้า ไปจนถึงธุรกิจฟุตบอล
วันนี้นอกจากระดับปริญญาตรีแล้ว มีมหาวิทยาลัยแนวคิดใหม่ ที่ริเริ่มสอนวิชาเกี่ยวกับฟุตบอลอาชีพเพื่อให้คนรุ่นใหม่ ได้นำความรู้ไปใช้ทำมาหากินในวงการฟุตบอลเมืองไทย ที่กำลังจะเป็นอาชีพใหม่รายได้งาม
วันก่อนผมได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ไปร่วมเสวนาในหัวข้อ
"สื่อมวลชน-ผู้ฝึกสอนและผู้ตัดสินกับการพัฒนาลีกไทย" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนในคณะการจัดการกีฬาและบันเทิง ซึ่งเปิดสอนมาเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว
ผู้ร่วมเสวนาวันนั้นมีผมในฐานะผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟุตบอลสยามทีวี และพอจะคลุกคลีตีโมงกับฟุตบอลไทยมาร่วมๆ 20 ปี,
"ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักเตะและโค้ชทีมชาติไทย และ อ.บรรลือศักดิ์ วงศ์มีชัย อดีตผู้ตัดสินฟีฟ่าและคณะกรรมการผู้ตัดสินของสมาคมฯ
เรานำความรู้ ประสบการณ์จากการทำข่าว จากการเล่นฟุตบอล จากการเป็นผู้ตัดสินมาเล่าสู่กันฟัง และเปรียบเทียบกับฟุตบอลอาชีพในยุคนี้รวมถึงมองอนาคตฟุตบอลลีกเมืองไทยร่วมกัน ซึ่งแต่ละคนนำประสบการณ์จริงมาขาย นักศึกษาปริญญาโท ที่ผ่านการเรียนในหลักสูตรการบริหารจัดการฟุตบอลอาชีพมาแล้ว พอมาฟังความรู้นอกตำราแบบนี้ ต่างก็ให้ความสนใจและสนุกกับการถามไถ่กันตลอดการเสวนาที่กินเวลาจาก 2 ชั่วโมงกลายเป็น 4 ชั่วโมง
ผมถามนักศึกษาปริญญาโท มรภ.จันทรเกษม ว่าทำไมถึงเลือกเรียน คณะบริหารจัดการกีฬาและบันเทิง แต่ละคนตอบคล้ายๆกันให้ชื่นใจว่า เพราะพวกเขามองเห็นอนาคตของฟุตบอลอาชีพในเมืองไทย ว่าจะเติบโตต่อไปได้ และ "งาน" ในฟุตบอลอาชีพ รวมถึงกีฬาอาชีพมีหลายแขนงเหลือเกิน ซึ่งคณะการจัดการกีฬาและบันเทิงก็สอนตั้งแต่ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกีฬาไปจนถึงการจัดการแข่งขันการหาสิทธิประโยชน์ การประชาสัมพันธ์ ฯลฯ เรียกว่าเรียนจบปริญญาโทไปแล้วสามารถนำไปใช้งานได้จริง
ผมก็เห็นด้วยนะครับ ว่าวันนี้วงการฟุตบอลบ้านเราต้องการบุคลากรด้านอื่นๆ นอกจากโค้ช, นักเตะ ซึ่งเป็นองค์ประกอบขั้นพื้นฐานอีกมาก นักการตลาด นักประชาสัมพันธ์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทีมสโมสรในเมืองไทย ยุคนี้ ซึ่งบุคลากรที่เห็นๆ กันอยู่ส่วนมากก็ไม่ได้มีใครจบด้านบริหารการกีฬามาโดยตรง เป็นนักข่าวเก่าบ้าง นักบอลเก่าบ้าง อาศัยความคุ้นเคยกับคนในวงการเดียวกัน บริหารจัดการกันแบบครูพักลักจำ และเรียนรู้ด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูก
เมื่อมีการจัดการเรียนการสอน ที่ให้ความรู้ด้านบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ผมอยากเห็นคนวงการฟุตบอลไทยเข้าไปเรียนกันมากๆ เช่นเดียวกันก็อยากเห็นนักศึกษาที่จบโดยตรงจากคณะบริหารจัดการกีฬา เดินเข้าสู่ฟุตบอลอาชีพบ้านเรามากๆเช่นเดียวกัน
"ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ขนาดประสบความสำเร็จทั้งเล่นฟุตบอล,เป็นโค้ชและทำธุรกิจยังเข้าไปเรียนที่นี่เป็นรุ่นที่ 4 เลยครับ เขาบอกว่าการเรียนตามตำราทำให้สามารถนำประสบการณ์มาสู่กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบได้อย่างยอดเยี่ยม
ผมไม่แปลกใจเลยว่า ราชภัฏจันทรเกษม ประสบความสำเร็จในการเปิดหลักสูตรนี้ เพราะมีอาจารย์ 2 ท่าน ที่มีความรู้เรื่องฟุตบอลและการจัดการกีฬาอย่างที่ผมคาดไม่ถึง
รศ.ดร.รัชนี ขวัญบุญจัน อาจารย์ประจำหลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการกีฬา และ ผศ.ดร.นิลมณี ศรีบุญ นายกสมาคมการจัดการกีฬาแห่งเอเชีย ท่านหนึ่งเคยไปศึกษาดูงานฟุตบอลอาชีพในประเทศต่างๆ อย่าง อังกฤษ, ญี่ปุ่น ฯลฯ มาอย่างโชกโชน นำมาปรับใช้กับหลักสูตรแบบไทยๆ ได้เป็นอย่างดี อีกท่านหนึ่งเป็น 1 ใน ผู้มีส่วนร่วมในการเริ่มต้นฟุตบอลอาชีพ โปรลีกสมัย 10 กว่าปีที่แล้ว ที่ศึกษาการพัฒนาการฟุตบอลไทย จนเป็นฟุตบอลอาชีพมาเป็นอย่างดี ทั้ง 2 ท่านจึงพูดได้อย่างน่าฟัง เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ แม้จะไม่ใช่คนในวงการฟุตบอลแต่รู้จักและเข้าใจ คนฟุตบอล คนกีฬาอย่างดี
คนกีฬา คนฟุตบอลที่ยังไม่หมดไฟในการหาวิชาความรู้ใส่ตัว และอยากทำมาหากินในฟุตบอลอาชีพอย่างภาคภูมิ ลองไปลงเรียนดูครับ ทราบมาว่ามีทุนการศึกษาให้กับบุคลากรกีฬา ทั้งสื่อมวลชน, โค้ช ,ผจก.ทีมด้วย ไม่มีใครแก่เกินเรียนครับ
ปูเป้