แม้ว่าในโมเดลของฟุตบอลอาชีพ การสนับสนุนจากภาครัฐ หรือองค์กรส่วนท้องถิ่น จะไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก เพราะฟุตบอลอาชีพชื่อก็บอกแล้วว่าต้องเล่นฟุตบอลเป็นอาชีพ ต้องเป็นทีมอาชีพที่มีรายได้จากธุรกิจฟุตบอล แต่นั่นไม่ใช่ฟุตบอลไทยเวลานี้
วันนี้ยืนยันว่าฟุตบอลไทยยังต้องพึ่งเงินจากภาครัฐในการหายใจ อาจจะใช่ที่ทีมในระดับไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุด สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพราะติดตลาดไปแล้ว มีเงินจากเอกชน จากสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน แต่อีก 81 ทีมในลีกภูมิภาค หรือ 18 ทีมในดิวิชั่น 1 ยังเดินไปไม่ถึงจุดนั้น
เมื่อมีข่าวว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของ อบจ. โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินไปกับฟุตบอลอาชีพถือว่าผิดวัตถุประสงค์ ทีมอย่างชัยนาท เอฟซี ต้องส่งเงินที่ใช้ทำทีมฟุตบอลคืนหลวงทั้งหมดเป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท!! ทำเอาผมแทบอุทาน ซี้แหง
ต้องยอมรับว่าในสังคมไทยนอกจากนักธุรกิจรายใหญ่แล้ว ไม่มีอาชีพไหนที่จะมีเงินทองมหาศาล มีอำนาจทางสังคมเท่ากับนักการเมือง เพราะฉะนั้นการเข้ามาของนักการเมืองในวงการฟุตบอลไทยย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย นักการเมืองเลวก็มาทำให้วงการแปดเปื้อน นักการเมืองดีเข้ามาก็ช่วยจรรโลงสังคมฟุตบอลไทย ช่วยนำงบประมาณต่างๆ เข้ามาสนับสนุนกีฬา
หากไม่มีการเมือง ไม่มี อบจ. อบต. ฟุตบอลไทยเดินมาไม่ถึงวันนี้หรอกครับ อดีต...ลำพังทีมจังหวัดต่างๆ มีคนทำทีมอยู่ไม่กี่กลุ่ม เศรษฐี คหบดีของจังหวัด ควักเงินตัวเองทำฟุตบอล ไม่กี่ครั้งก็เบื่อและท้อไปเอง พอมีนักการเมืองลงมาเล่น มีเงินสนับสนุนเข้ามา นักฟุตบอลก็มีเงินเดือน มีอาชีพ คนในจังหวัดก็มีความบันเทิงดู พ่อค้าแม่ขาย ผลไม้ น้ำ หมูปิ้ง ข้างสนามก็มีอาชีพ นักการเมืองจะได้เสียงสนับสนุนกลับไปบ้างผมก็ว่าวินวิน
สมัยก่อนแค่เสื้อผ้าใส่แข่งขันแต่ละจังหวัดยังแทบจะไม่มีงบประมาณเลย วันนี้หลายจังหวัดมีทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ มีสนามที่สวยงามพร้อมสรรพ มุมนี้ผมว่าสร้างคุโณปการให้กับวงการฟุตบอลมากมายนัก
นักการเมืองเอาเงินมาทำฟุตบอลผมว่าเป็นเรื่องดีนะครับ ดีกว่าเอาไปทำถนน เอาไปทำโครงการโน่นโครงการนี่ ซึ่งพ่อค้านักธุรกิจรู้ดีว่าถ้าจะทำงานกับนักการเมืองต้องมีชัก 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นอย่างน้อย สร้างถนน 1 ล้าน สร้างจริงๆ แค่ 4 แสน อีก 2 แสนเป็นกำไรของผู้รับเหมา อีก 4 แสนเข้ากระเป๋านักการเมือง เอาไว้เป็นทุนไปซื้อเสียงต่อ เอาไปสร้างความสุขส่วนตัว ไปซื้อรถสปอร์ตขับ เอาไปเล่นพนันต่างประเทศ
วันนี้เมื่อมาทำฟุตบอล อย่างน้อยๆ เงินทองเหล่านั้นที่จะตกไปอยู่กับนักการเมืองก็ตกมาอยู่กับฟุตบอล ผมยังไม่เคยเห็นนักบอลคนไหนออกมาบอกว่านักการเมืองเจ้าของทีมอมตังค์ค่าเหนื่อยเลยครับ เพราะฉะนั้นถือว่าเข้ากระเป๋านักเตะทุกบาท ทุกสตางค์
ในบรรดานักการเมืองน้ำดี รักฟุตบอล
"พี่แฮ๊งค์" อนุชา นาคาศัย แห่งชัยนาท เป็นคนหนึ่งที่ผมรักนับถือในความใจนักเลง ไม่ได้นำการเมืองเข้ามายัดวงการกีฬาลงต่ำ
ตั้งแต่สมัยเป็นผู้จัดการทีมชาติถือว่าเป็นคนหนึ่งที่ประสงค์ออกตังค์ แต่ไม่ประสงค์ออกนาม ถือว่าเป็นพี่ที่มีแต่ให้ที่นักเตะทีมชาติรู้ดี เมื่อเข้ามาทำทีมชัยนาท จากจังหวัดเล็กๆ ที่ผมเคยไปเยือนตอนเล่นดิวิชั่น 2 คนดูมีไม่กี่ร้อยคน วันนี้พี่แฮ๊งค์ทำให้คนชัยนาทหายใจเข้าออกเป็นฟุตบอลไปแล้ว
สนามเขาพลอง สเตเดี้ยม ที่ว่า 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ เป็นสนามปลายนา หลังเขาแท้ๆ วันนี้ไปดูซิครับสภาพสนามสวยงาม และกำลังปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ วันบอลเตะมีคนเต็มสนาม พ่อค้า แม่ค้า ชาวบ้านชัยนาทก็มีอาชีพ มีเงินทอง เลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย
เงิน 50 ล้านที่ สตง. เรียกคืนผมว่าไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่พี่แฮ๊งค์เสียไปหรอกครับ ใช้แค่ครึ่งปีก็หมดแล้ว เพราะทำทีมกว่าจะถึงวันนี้ใช้ไปหลายร้อยล้าน ซึ่งความเป็นสุภาพบุรุษ ขี้เกรงใจคน นักการเมืองใหญ่อย่าง ''เสี่ยแฮ๊งค์'' ที่ภรรยาเคยเป็นรัฐมนตรี ก็ไม่เคยไปหักคอขอสปอนเซอร์ใครมา ควักตังค์ตัวเองโปะลงไปทุกบาท ทุกสตางค์
ผมเข้าใจในระเบียบของ สตง. ที่ไม่ยอมให้นำเงินไปใช้ผิดประเภท เพียงเพราะฟุตบอลลีกมีคำต่อท้ายว่าเป็นกีฬาอาชีพ แต่หากเราดูจากเนื้อหาและประโยชน์จากการทำฟุตบอลอาชีพ มันมหาศาลมาก
ลองคิดง่ายๆนะครับ เงินหลวงที่ถูกระเบียบ คือเอาไปสร้างโรงพยาบาล ทำโครงการต้านยาเสพติด...แต่ถ้าเอามาทำฟุตบอลให้เยาวชนเล่นกีฬา เด็กๆ ประชาชนจะร่างกายแข็งแรง ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล ไม่ต้องเสียงบสร้างโรงหมอ ไม่ต้องเสียค่ายา 30 บาท รักษาทุกโรค ใช้เวลาเล่นกีฬา ดูกีฬาก็ไม่เดินเข้าไปหายาเสพติด ยังงี้ คุ้มกว่าไหม
เอาอีกสักตัวอย่าง นักการเมืองเอาเงินไปสร้างถนน แม้จะไม่มีพื้นที่ให้สร้างก็ยังดันทุรังสร้างให้ควายเดิน คอรัปชั่นกินหัวคิวกันไป อันนี้ใช้เงินถูกระเบียบตามงบประมาณ แต่ถ้าเอาเงินมาสร้างสนามกีฬาสวยๆ คุณภาพดีๆ ให้คนเป็นหมื่นคนได้ดูกีฬาเป็นความบันเทิงของจังหวัด มีสนามมาตรฐานเพื่อพัฒนาเยาวชนของจังหวัด โอเคกว่าไหม
เอาซิครับ เงินถูกระเบียบเอาไปทำโครงการ สร้างอาชีพ สอนเย็บ ปัก ถัก ร้อย ตีเหล็ก ผลิตโอท็อป มีรายได้วันละ 150 บาท ถูกต้องนะคร้าบ!!...แต่เอามาสร้างนักฟุตบอล ทุกสโมสรมีอะคาเดมี่ ซึ่งอธิบายให้คนโง่ๆ ฟังก็คือโรงเรียนสอนอาชีพฟุตบอลนั่นแหละ เติบโตขึ้นมามีเงินเดือนอย่างน้อยๆ ก็ 2-3 หมื่น เล่นเก่งได้เดือนละ 4-5 แสน มากกว่านายกรัฐมนตรีอีก อย่างงี้ไม่ชอบ ชอบให้ไปร้อยดอกไม้ขาย
อย่างว่าแหละครับ กฎหมายก็คือกฎหมาย ตามระเบียบผิดก็คือผิด คงต้องหวังพึ่งบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาถึงบรรดาผู้มีอำนาจ ช่วยทำยังไงก็ได้ให้ระเบียบ กฎหมาย สอดคล้องกับโลกปัจจุบันหน่อย
สังคมไทย อย่าให้มันมีแต่เปลือกเลยครับ เอาเนื้อหากันดีกว่า ชาติบ้านเมืองจะได้พัฒนาเสียที เยาวชนของชาติจะได้ไม่ต้องไปสวิงกิ้งในม่านรูด ไปบดขยี้ในโรงหนัง...หรือท่านๆ ชอบยังงั้น ปูเป้