พร้อมแลกเปลี่ยน"ฟุตบอล"ทุกรูปแบบ
ช่วงระหว่าง 14-18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางยามาฮ่าประเทศไทยนำโดย ประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย พิทักษ์ ทับทิม ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ได้นำผู้บริหารสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งยามาฮ่าเป็นสปอนเซอร์อยู่ไปเยือนสำนักงานใหญ่ของยามาฮ่าที่ญี่ปุ่น รวมทั้งเยือนสโมสรจูบิโล่ อิวาตะ ทีมอันดับ 4 ในเจลีก ซึ่งยามาฮ่าเป็นเจ้าของทีม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางจูบิโล่ อิวาตะ ได้มาเยือนเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการไปแล้ว
สำหรับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นำทัพโดยบอสใหญ่ ระวิ โหลทอง ประธานสโมสร, วรรคสร โหลทอง กรรมการบริหาร, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร และ สลาวิซ่า โยคาโนวิช เฮดโค้ช หลังจากลงเครื่องที่สนามบินนาโกย่าแล้วนั่งรถโค้ชต่อไปยังสำนักงานใหญ่ของยามาฮ่าใช้เวลาเดินทางร่วม 2 ชม.เข้าพักที่คิตาโนะ มารุ ซึ่งเป็นรีสอร์ตหรูตั้งอยู่ในภูเขาท่ามกลางธรรมชาติที่ต้องบอกว่าสุดยอดยิ่งนัก ที่นี่เคยใช้เป็นที่เก็บตัวของทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วม นอกจากนี้ยังเคยใช้เป็นที่พักของบาร์เซโลน่า และนักกีฬาดังๆ ที่ไปเยือนญี่ปุ่นอีกด้วย
หลังจากได้ชมสำนักงานใหญ่ของยามาฮ่า ซึ่งมีรถจักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์ที่ทางยามาฮ่าผลิตขึ้นมาตั้งแต่รถคันแรกกระทั่งปัจจุบันมาโชว์เรียงรายกว่า 200 แบบให้คนที่เข้าไปชมได้น้ำลายไหลแล้ว คณะยามาฮ่าจากไทยได้ไปเยือนรังเหย้าของสโมสรจูบิโล่ อิวาตะ ซึ่งอยู่ติดกับสำนักงานใหญ่ของยามาฮ่าที่เป็นเจ้าของทีมจูบิโล่ อิวาตะ (ถือหุ้น 70%) อยู่ สนามแห่งนี้ค่อนข้างกะทัดรัดจุคนได้ประมาณ 2 หมื่นคนเศษ ออกจากสนามยามาฮ่า สเตเดี้ยมรังเหย้าแล้ว ใช้เวลาเดินทางอีกครึ่งชั่วโมงก็ไปถึงสนามฝึกซ้อมของทีม ซึ่งต้องยอมรับว่า ณ สนามฝึกซ้อมแห่งนี้เห็นแล้วน่าลงไปนอนกลิ้งเล่นมากกว่าที่จะเตะฟุตบอลเพราะพื้นหญ้าเรียบประดุจพรม นอกจากนี้ภายในตัวอาคารก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกับสนามฝึกซ้อมของทีมใหญ่ๆ ในอังกฤษ, สเปน, อิตาลี ครบครันไม่ว่าจะ ห้องแพทย์, ห้องเซานา (ร้อน-เย็น) ห้องเก็บอุปกรณ์, ห้องอาหาร ฯลฯ
มร.โตชิโน ฮิโรยูกิ ประธานสโมสรจูบิโล่ อิวาตะ ได้จัดประชุมโต๊ะเล็กกับทางเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยมี มร.ฟูมิอากิ นางาชิมา ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ร่วมหารือด้วย ใช้เวลาหารือกันร่วม 2 ชม.ในที่สุดจึงได้ข้อยุติพอสรุปได้ว่าทางจูบิโล่ อิวาตะจะเป็นพันธมิตรกับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเรื่องฟุตบอลในทุกมิติตั้งแต่แลกเปลี่ยนนักเตะระดับเยาวชน, โค้ช รวมทั้งแลกเปลี่ยนนักเตะในทีมใหญ่ และจะนำทีมเตะกระชับมิตรอีกด้วย เสร็จจากการประชุม มร.โตชิโน ฮิโรยูกิ ได้เลี้ยงต้อนรับคณะยามาฮ่าจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น
รุ่งขึ้น 16 มิ.ย. คณะยามาฮ่าจากประเทศไทยได้เป็นแขกรับเชิญของ มร.ฟูมิอากิ นางาชิมา บอสใหญ่ยามาฮ่าในไทยเข้าชมการสอนคาราเต้ให้กับเยาวชนโดย มร.ฟูมิอากิ นางาชิมา ซึ่งเป็นนักคาราเต้สายดำเล่นคาราเต้มากว่า 30 ปีแล้วลงมือสอนเยาวชนญี่ปุ่นด้วยตัวเอง จากนั้นได้เข้าไปชมเกมเจลีกในบ้านของจูบิโล่ อิวาตะ ซึ่งจะพบกับวิสเซล โกเบ ทีมอันดับ 14 เพื่อนบ้าน ก่อนเกมจะเริ่มขึ้นทาง คุณประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ ได้แนะนำให้ผู้บริหารเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดได้พบกับ มร.ฮิโรยูกิ ยานางิ ประธานบริษัทยามาฮ่า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่นในวีไอพี เลานจ์
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจูบิโล่ อิวาตะ ทีมอันดับ 4 เจลีก ที่มีตัวทีมชาติญี่ปุ่นชุดบอลโลกอยู่ 2 คน, ปรีโอลิมปิก 2 คน, เกาหลีใต้ 2 คน, เพลย์เมกเกอร์บราซิล 1 คน ไม่แพ้ใครในบ้านมา 8 นัดแล้ว จะแพ้โกเบทีมอันดับ 14 ที่เพิ่งเปลี่ยนโค้ชได้ 3 นัดและทำทีมแพ้รวด ไป 1-3 ชนิดแฟนบอลช็อก!กันทั้งสนาม ทำให้บรรยากาศหลังเกมกร่อยไปถนัด
"ย็อคก้า" สลาวิซ่า โยคาโนวิช ที่นั่งชมเกมนี้อยู่ด้วยได้ให้ความเห็นไว้น่าฟังว่า
"ไทยลีกยังเป็นรองเจลีกอยู่ 1 สเต็ป มาตรฐานเจลีกเหนือกว่าไทยลีก โดยเฉพาะ ระเบียบวินัยในเกม ความมุ่งมั่นทุ่มเท ความกระหายในชัยชนะ รวมทั้งมาตรฐานผู้ตัดสินด้วย"
หลังเสร็จสิ้นการเยือนจูบิโล่ อิวาตะอย่างเป็นทางการแล้ว คณะยามาฮ่าจากไทยได้เดินทางเข้าโตเกียวด้วยรถไฟหัวจรวดชินคันเซนใช้เวลาร่วม 2 ชม. เข้าพักที่โตเกียวอีก 1 คืน พร้อมกับไปชมโตเกียว ทาวเวอร์แห่งใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ก่อนบินกลับไทย...จากนี้ไปเป็นอันว่าเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้พันธมิตรฟุตบอลในญี่ปุ่นนั่นคือ สโมสรจูบิโล่ อิวาตะอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่แน่อนาคตอาจมีนักเตะไทยไปค้าแข้งในเจลีกอีกครั้งหนึ่ง