คอลัมน์ : เจาะข่าวฮอต โดย.. บรองโก้ส์
ปัญหาของตราไก่
27/06/2012 8:50:21 น.


     ท้ายที่สุดแล้ว ทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2012" รอบสุดท้าย ที่ โปแลนด์ กับ ยูเครน เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ภายใต้การนำทัพของ โลร็องต์ บล็องก์ กุนซือจอมแท็คติก ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะพวกเขาต้องปราชัยให้กับทีมชาติสเปน 0-2 ในการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สนาม ดอนบาส อารีน่า เมืองโดเนตส์ค ประเทศยูเครน เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา




        หากมองโดยรวมแล้ว การที่ ฝรั่งเศส มาได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก็นับเป็นผลงานที่ไม่ขี้เหร่เกินไปนัก เพราะทีมชุดนี้มีการปรับเปลี่ยนสำคัญๆ ไปบางตำแหน่ง รวมถึงเป็นการสร้างทีมใหม่ จากความล้มเหลวที่ตกรอบแบ่งกลุ่ม ศึกฟุตบอลโลก ปี 2010 ด้วย
 
        อย่างไรก็ตาม เมื่อชายตามองไปที่รายชื่อนักเตะฝีเท้าดีในทีมอย่าง ฟร้องค์ ริเบรี่ ยอดปีกจาก บาเยิร์น มิวนิค, ซามีร์ นาสรี่ มิดฟิลด์ตัวฉกาจจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้, คาริม เบนเซม่า ยอดกองหน้าจาก เรอัล มาดริด ฯลฯ แล้วนั้น การจะบอกว่า พวกเขามีผลงานที่น่าผิดหวังใน ยูโร 2012 ก็คงไม่ผิดเท่าไหร่นัก
 
        ฝรั่งเศส เดินทางมาเล่นศึก ยูโร 2012 ด้วยความมั่นใจเต็มถัง พวกเขามีฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ไม่แพ้ใครเลยติดต่อกันถึง 21 นัดในทุกรายการ ภายใต้การคุมทีมของ บล็องก์  (ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 23 นัดระหว่างทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2012) แถมการอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์ก็เลิศหรูสุดๆ จนทำให้ "ตราไก่" ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่มีโอกาสคว้าแชมป์ไปครองได้
 
        แต่แล้วความจริงก็ไม่ได้สวยหรูเหมือนที่คาดหวังไว้ แม้พวกเขาจะออกสตาร์ตด้วยฟอร์มที่น่าพอใจใน 2 เกมแรก ของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี (เสมอกับ อังกฤษ 1-1 และชนะ ยูเครน 2-0 ตามลำดับ) แต่ทีมของ บล็องก์ ก็ต้องมาตกม้าตายตอนจบ ด้วยการแพ้ให้ สวีเดน 0-2 เมื่อวันอังคารที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา
 
        ความพ่ายแพ้นัดดังกล่าว ถือได้ว่า ส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อ ฝรั่งเศส ถึง 2 ประการ อันดับแรก มันทำให้พวกเขาต้องจบรอบแบ่งกลุ่มในฐานะรองแชมป์ของกลุ่ม ดี และนั่นส่งผลให้พวกเขาต้องเจองานหินในรอบก่อนรองชนะเลิศ นั่นก็คือการพบกับ สเปน ซึ่งเป็นแชมป์ของกลุ่ม ซี
 
        ประการที่ 2 และเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่ส่งผลต่อความล้มเหลวของ ฝรั่งเศส ในครั้งนี้ ก็คือการที่มันทำให้ขุนพลทัพ "ตราไก่" บางราย เกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างหนักในห้องแต่งตัว หลังจบเกมที่พวกเขาปราชัยต่อทัพ "ไวกิ้ง" และส่งผลให้บรรยากาศของทีมแชมป์ศึก ยูโร 1984 กับ 2000 อึมครึมขึ้นมาในบัดดล
 
        ไม่ว่าจะเป็นการออกมาบ่นน้อยอกน้อยใจที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ในเกมที่พ่าย สวีเดน ของ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา ปีกจอมพลิ้วจากค่าย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด หรือการดร็อป นาสรี่ เป็นตัวสำรอง ในเกมที่ปราชัยต่อ สเปน ย่อมเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่า พลพรรค "ตราไก่" เกิดอาการ "แคมป์แตก" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นก็คือสิ่งที่ทำให้ ฝรั่งเศส ต้องเก็บของกลับบ้าน หลังลงเล่นใน ยูโร 2012 รอบสุดท้ายไป 4 นัด
 
        สำหรับแฟนบอล ฝรั่งเศส เรื่องในครั้งนี้เป็นเหมือนกับฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอนพวกเขาอีกครั้ง เพราะในฟุตบอลโลก ปี 2010 รอบสุดท้าย ที่ทัพ "ตราไก่" ต้องจอดป้ายตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ชนิดหมดราศีรองแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 2006 นั้น ก็มีสาเหตุหลักมาจากการที่ในทีมเกิดการโต้เถียงกันอย่างหนัก จนถึงขั้นที่กลุ่มพ่อค้าแข้งหลายรายรวมหัวไม่ยอมซ้อมกันนั่นเอง
 
        ดังนั้น การบ้านที่สำคัญที่สุดของ ฝรั่งเศส ในตอนนี้ ก็คือเรื่องที่ว่า จะแก้ปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2012 อย่างไรดี ? การที่นักเตะฝีเท้าดีมากมายหลายคน อย่างเช่น เบน อาร์กฟา หรือ นาสรี่ อาจทำเรื่องร้ายแรงจนเป็นมะเร็งร้ายต่อทีมได้นั้น จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน ซึ่งก็มีทางแก้อยู่ 2 วิธีด้วยกัน
 
        อย่างแรก ก็คือให้ทุกฝ่ายมานั่งจับเข่าคุยกันแต่โดยดี ตัดทุกอย่างทิ้งไปก่อน แล้วมาปรึกษาหารือกันว่า พวกเขาจะแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นยังไง เพราะขุมกำลังส่วนใหญ่ในชุดนี้ยังมีอายุน้อย และหากปรับความเข้าใจกันได้ ก็น่าจะทำให้ ฝรั่งเศส มีอนาคตที่ดี สำหรับการเตรียมตัวลงเล่นศึก ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนยุโรป ซึ่งจะเริ่มเตะนัดแรกในเดือนกันยายนนี้
 
        ทว่าหากวิธีแรกไม่สำเร็จ มันก้ต้องหันมาใช้อีกหนึ่งตัวเลือก ซึ่งนั่นก็คือการตัดชื่อพ่อค้าแข้งที่มีปัญหาให้พ้นทีม และไม่เรียกนักเตะรายนั้นๆ กลับมารับใช้ชาติบ้านเกิดอีกเลย ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่แฟนบอลของ ฝรั่งเศส แต่ผมก็คงรู้สึกเสียดาย หากฝีเท้าระดับ นาสรี่ หรือ เบน อาร์กฟา ไม่ได้วาดลวดลายให้กับทัพ "ตราไก่" จริงๆ
 
        แต่ก็ใช่ว่า การเมินเฉยต่อนักเตะฝีเท้าระดับพระกาฬจะไม่เคยเกิดขึ้นกับ ฝรั่งเศส มาก่อน เพราะในอดีต "ตราไก่" ก็เคยไม่ใช้งานแข้งชื่อดังอย่าง เอริก คันโตน่า กับ ดาวิด ชิโนล่า และมอบหมายหน้าที่นักเตะคนสำคัญของทีมให้กับชายที่ชื่อ ซีเนดีน ซีดาน มาแล้วเช่นกัน


     -บรองโก้ส์-

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : บรองโก้ส์

จำนวนเรื่อง : 21
All post : 47
All view : 118,672
คอลัมน์ เจาะข่าวฮอต

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263