คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. ลิ้ม ทรนง
''อัซซูรี่''ดวลเป้าดับ''สิงโต''ลิ่วตัดอินทรีเหล็ก
26/06/2012 11:24:38 น.


      อิตาลี อาศัยประสบการณ์ความเก๋าที่นิ่งกว่าเบียดเอาชนะ อังกฤษ ไปได้แบบหวุดหวิดในการยิงจุดโทษหลังจากเสมอกันใน 120 นาที 0-0 และเป็นนัดแรกของศึกยูโร 2012 ครั้งนี้ที่เกมจบลงด้วยการที่ไม่มีผู้ทำประตูกันได้ส่งผลให้ทีม ''อัซซูรี่'' ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศโดยจะเข้าไปพบกับ เยอรมัน ต่อไป


 

        ถือว่าเป็นไปตามความคาดหมายที่เกมรอบก่อนรองชนะเลิศคู่สุดท้ายระหว่าง อังกฤษ กับ อิตาลี จะต้องยืดเยื้อและสู้กันถึงฎีกาตามการคาดการณ์ของทุกฝ่าย เหตุผลเนื่องจากทัวร์นาเมนต์นี้ทีม ''สิงโตคำราม'' ภายใต้การคุมทัพของ รอย ฮ็อดจ์สัน อาศัยแท็กติกตั้งรับแล้วรอสวนกลับและเมื่อต้องมาเจอกับทีม ''อัซซูรี่'' เจ้าของต้นตำหรับสไตล์ ''คาเตนัคโช่'' ด้วยแล้วจึงเดาไม่ยากว่ารูปเกมจะออกมาในรูปแบบไหน
 

        อย่างไรก็ดีสกอร์ 0-0 ที่ออกมาอาจะเรียกได้ว่าเป็นผลเสมอแบบไม่มีผู้ทำประตูที่เข้มข้นที่นัดหนึ่งที่ได้ลุ้นและได้เสียวกันตลอดทั้งเกมและถือเป็นนัดแรกของศึกยูโร 2012 ครั้งนี้ที่จบลงด้วยผลแบบนี้
 

        หาก รอย ฮ็อดจ์สัน เชื่อมั่นว่าแข้งสิงโตคำรามชุดนี้จะสามารถลบฝันร้ายในการดวลลูกโทษตัดสินพร้อมกับทำสถิติเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปด้วยสไตล์การเล่นแบบนี้เขาควรรู้ไว้ว่ามันไม่เหมาะสมเอาเสียเลยกับการที่ทีมต้องอดทนตั้งรับรอเวลาเพื่อไปวัดดวงเพียงอย่างเดียว
 

        จากรูปเกมที่คาดว่าจะน่าเบื่อเมื่อต่างฝ่ายต่างรอเล่นตามจังหวะของตัวเองกลับกลายเป็นว่า อิตาลี ยอมละทิ้งรูปแบบการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยการเปิดเกมรุกเข้าใส่โดยอาศัยการวางบอลยาวของ อันเดรีย ปีร์โล่ ที่ช่วยให้ทีมได้ลุ้นหลายต่อหลายครั้ง
 

        ขณะเดียวกันเกมรุกของ อิตาลี ที่นำโดย มาริโอ บาโลเตลลี่ และ อันโตนิโอ คาสซาโน่ สามารถก่อกวนแผงหลังของ อังกฤษ ได้เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการเล่นอันแข็งแกร่งอันเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ของ ''ซูเปอร์มาริโอ'' หรือการเคลื่อนที่อันยอดเยี่ยมของ ''ปีเตอร์แพน'' ที่ช่วยให้ทีมมีลุ้นประตูหลายต่อหลายครั้ง
 

        นอกจากนี้ อังกฤษ ที่เน้นการตั้งรับลึกหน้าเขตโทษและไม่กล้าแม้แต่จะเปิดเกมแลกหมัดแต่บางจังหวะพวกเขาก็มีโอกาสสวนกลับให้ได้เสียวเป็นระยะๆโดยเฉพาะลูกยิงจ่อๆของ เกล็น จอห์นสัน ที่ถูกปฏิเสธโดย จานลุยจิ บุฟฟ่อน นักเตะเพียงรายเดียวที่หลงเหลืออยู่จากชุดที่เจอกันล่าสุดเมื่อ 10 ปีก่อนที่พาบุกเอาชนะทีม ''สิงโตคำราม'' ที่ เอลแลนด์ โร้ด 2-1
 

        อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์และชั้นเชิงทางลูกหนังที่เหนือกว่า อิตาลี เป็นฝ่ายคอนโทรลเกมได้ทั้งหมดพร้อมกับเป็นผู้กำหนดทิศทางของเกมด้วยตัวเองว่าจะให้จบลงในรูปแบบใดหากแต่จังหวะการเข้าทำอันมากมายของพวกเขาไม่ผิดพลาดกันไปเองก็ถูก โจ ฮาร์ท นายทวารจากค่าย แมนฯ ซิตี้ปัดป้องไว้ได้หมด
 

        เกม 120 นาทีเต็มจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ต้องตัดสินด้วยการยิงลูกจุดโทษที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นของแสลงของทั้งสองทีมไปแล้วก็ว่าได้เมื่อทั้ง อังกฤษ และ อิตาลี ต่างมีต้องพบกับฝันร้ายมานักต่อนักกับการที่ต้องมาตัดสินความสำเร็จด้วยวิธีนี้
 

        การดวลเป้าครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินกันที่โชคชะตาและสภาพจิตใจล้วนๆว่าใครจะแข็งแกร่งและเอาชนะห้วงเวลาอันเลวร้ายได้ดีกว่ากัน อิตาลี ที่แม้จะเพลี่ยงพล้ำไปก่อนหลังจากที่ ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ ห้องเครื่องป้ายแดงของ เอซี มิลาน ซัดหลุดกรอบออกไป
 

        นาทีนั้นแฟนบอล อังกฤษ ต่างพากับคิดว่าถึงเวลาเสียทีกับการที่จะลบภาพความทรงจำเก่าๆอันเลวร้ายให้หมดสิ้นแต่แล้ว แอชลี่ย์ ยัง และ แอชลี่ย์ โคล ก็ปล่อยให้ฝันร้ายกลับมาตามหลอกหลอนอีกจนได้เมื่อฝ่ายแรกยิงไปชนคานขณะที่ฝ่ายหลังยิงไปถูก บุฟฟ่อน เซฟไว้ได้ส่งผลให้ทีม ''สิงโตคำราม'' ต้องจอดป้ายยูโร 2012 ด้วยรอบนี้เท่านั้นหลังจากพ่ายจุดโทษ อิตาลี 2-4 และยังเป็นการพ่ายแพ้ในการดวลเป้าครั้งที่ 6 จาก 7 ครั้งอีกด้วยโดยเอาชนะได้เพียงครั้งเดียวเหนือ สเปน ในฟุตบอลยูโรปี 1996 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ
 

        อิตาลี ฝ่าด่าน อังกฤษ เข้าไปกับ เยอรมัน ในรอบรองชนะเลิศโดยจะเล่นกันในวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2555 เนชั่นแนล สเตเดี้ยม กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์
 

        หลังเกมการแข่งขัน เชซาเร่ ปรันเดลลี่ เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลีออกมากล่าวว่า ''เราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และสมควรเป็นผู้ชนะแล้ว เราทำได้มากกว่าคำว่าดีด้วยซ้ำ เรามีความอดทน และสร้างโอกาสได้มากมาย ขณะที่ในช่วงดวลจุดโทษนั้น คุณก็ต้องมีโชคสักหน่อย วันนี้เราเล่นด้วยหัวใจ และบุคลิกของนักสู้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ การที่คืนนี้เราเล่นด้วยไอเดียชั้นเลิศ ในการเจอกับทีมที่สร้างความยากลำบากให้เรา'' 
 

        ''ผมอยากกล่าวชื่นชมทีม และสปิริตของเรา เนื่องจากเราเล่นกันได้ดี และยังสามารถหยุดเกมสวนกลับของ อังกฤษ ได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย ในท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ต้องเล่นแบบโยนบอลยาวเพียงอย่างเดียว และเราก็ปิดกั้นเรื่องนั้นได้อย่างง่ายดายเช่นกัน''
 

        ขณะที่ รอย ฮ็อดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษออกมามองโลกในแง่ดีว่า ''เราตกรอบโดยที่ไม่แพ้ใคร พร้อมกันนี้เราต้องไม่เสียใจ เพราะเราทำให้ประเทศของเราภาคภูมิใจ แอชลี่ย์ ทั้งสองคน (ยัง และ โคล) ยิงจุดโทษได้ดีในช่วงฝึกซ้อม แต่การฝึกซ้อมมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงเมื่อลงเล่นจริงๆ เพราะคุณไม่เหลือพลังเนื่องจากวิ่งตลอดทั้งเกม แน่นอน นักเตะย่อมมีอาการขา และสภาพจิตใจเหนื่อยล้า พวกเขามีโชคพอสมควร แต่เราไม่มี''


        ''ปีร์โล่''ดาวเตะมาสเตอร์คลาส

        ปฏิเสธไม่ได้ว่า อันเดรีย ปีร์โล่ มีส่วนอย่างมากกับชัยชนะของ อิตาลี ตลอดทั้งเกมห้องเครื่องตัวเก๋าวัย 33 ปีรายนี้แสดงให้เห็นถึงชั้นเชิงอันเหนือชั้นและเป็นผู้กำหนดทิศทางการเล่นของทีมแต่เพียงผู้เดียว
 

        ด้วยสายตาการอ่านเกมบวกกับการวางบอลยาวอย่างแม่นยำของ ปีร์โล่ ช่วยให้ทีมได้เสียวหลายต่อหลายครั้งอีกทั้งจากจำนวนการผ่านบอลของอิตาลีรวมทั้งสิ้น 815 ครั้งในเกมนี้มิดฟิลด์จากยูเวนตุสรายนี้มีส่วนถึง 320 ครั้งแถมยังวิ่งเป็นระยะทางถึง 15.21 กม.
 

        ขณะเดียวกันในช่วงของการยิงจุดโทษ ปีร์โล่ ยังโชว์ความเก๋าสวมหัวใจสิงห์ด้วยการชิพลูกเข้าไปอย่างเหนือชั้นทั้งที่สกอร์ตอนนั้น อิตาลี ตามหลังอยู่ 1-2 และทำให้แฟนบอลทั่วโลกคงจะจดจำลูกยิงอันเยือกเย็นแบบนี้ไปจนวันตาย 










ลิ้ม ทรนง
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

ลิ้ม ทรนง
นามปากกา : ลิ้ม ทรนง

จำนวนเรื่อง : 33
All post : 17
All view : 65,929
คอลัมน์ ยูโร 2012

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263