คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. เป้ง เกาะเกร็ด
กู๊ดมอร์นิ่งยูโร : พล็อตเรื่องเดิมๆ
26/06/2012 10:48:37 น.


      นับเป็นวันที่สองแล้วที่ คุณอู๊ด สมลักษณ์ โหลทอง ผู้เป็นศรีภรรยาของ คุณระวิ โหลทอง ประธานที่ปรึกษา บริษัท สยามสปอร์ตฯ อยู่ในกรุงเคียฟ และเป็นวันสุดท้ายก่อนกลับวอร์ซอ และเดินทางกลับประเทศไทยตามลำดับในวันต่อไป อยากจะบอกว่า เป็นสองวันที่ผมละช่างภาพอย่างน้องเบียร์มีความสุขล้น

 

        ก็จะไม่ให้สุขีกระดี๊กระด๊าได้อย่างไรกันครับ พูดตรงๆแบบไม่ห่วงอนาคตการงานของตัวเองเลยละกันนะจ๊ะ แหม่... ก็คนยังไม่เคยเจอกัน แถมยังเป็นศรีภรรยาของเจ้านาย เดินทางท่องเที่ยวมาจะทั่วโลกแล้ว คนไม่มีสตังค์จะทำได้เร้อ??? ป่าวแดกดันนะเฮ้ย!! แต่ว่า มันทำให้ผมกลับตุ๊มๆ ต่อมๆ ตอนไปรับที่ท่าอากาศยานว่า เราจะดูแลเธอดีพอไหมหว่า เธอจะดุด่าเราบ้างมั้ย เธอไฮโซนะเฮ้ย!! โอย....คิดไปได้เรื่อยเลย แต่พอเอาเข้าจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลยสักนิดครับ เพราะนอกจากว่า คุณอู๊ด จะเป็นคนที่เรียบง่ายและใจดีมากๆ แล้ว เธอยังเป็นคนที่รักการปรุงอาหารเป็นชีวิตจิตใจ
 

        ลาภลอยจริงๆ สำหรับผมกับน้องเบียร์ ที่ส่วนใหญ่มักต้องเปิบมื้อเร่งด่วนอย่างพิซซ่าหรือแฮมเบอร์เกอร์จนเอียนจะตายอยู่แล้ว แต่เมื่อคุณอู๊ดมาถึงเท่านั้นแหละ ทั้ง พะโล้, แกงเขียวหวาน, ผัดผักแบบไทยๆ มีจัดให้แบบไม่ยั้ง ทำให้เราเหล่ากุมารกระเพาะคราก (ฉายาที่คุณมาเฟียรี่ตั้งให้) เอร็ดอร่อยเหลือแสน จนซัดข้าวหมดไปคนละ 2 จานพูน ถ้าคุณเคยเลี่ยนอะไรสุดๆ แล้วได้ลิ้มรสอาหารไทยชั้นเยี่ยมรับรองได้เลยครับว่าคุณจะเข้าใจว่าเรารู้สึกอย่างไร
 

        เมื่อท้องอิ่มแล้ว เราก็ต้องตอบแทนด้วยการพาคุณอู๊ดเที่ยวเคียฟให้คุ้มค่ากับเวลาที่มีน้อยเสียหน่อยครับ หลังจากที่วันแรกยังเที่ยวได้ไม่คุ้มเท่าไหร่ เริ่มจากการพาไปล่องเรือชมความงามของสองฝั่งแม่น้ำนีเปอร์ แม่น้ำสายหลักของยูเครนอันกว้างใหญ่ ต่อด้วยการชิมอาหารไทยพร้อมทำความรู้จักกับ ''เชฟโดโด้'' กิตติวัชร์ เถาว์ศิริพันธ์ เชฟชาวไทยที่ร้านซันโตรี่ ก่อนปิดท้ายที่ อนุสาวรีย์มาเธอร์แลนด์ สถานที่รำลึกและเชิดชูเกียรติทหารกล้าในศึก แบทเทิ่ล ออฟ เคียฟ ที่ผู้มาเยือนเมืองหลวงแห่งนี้พลาดไม่ได้ เรียกได้ว่าพากันเดินจนลืมเมื่อยขาเลยทีเดียวเชียว ก่อนเดินทางกลับสู่สนาม โอลิมปิก สเตเดี้ยม เพื่อชมเกมยูโร 2012 รอบก่อนรองชนะเลิศระหว่าง อังกฤษ กับ อิตาลี นั่นเอง ครบเครื่องจริงๆครับวันนี้
 

        ที่ว่าครบเครื่องมันยิ่งเสียกว่าครบ เพราะว่างานมาเข้าตอนก่อนจะเข้าชมเกมในสนามนี่แหละครับ เนื่องจากตามระบบของยูฟ่า นักข่าวและช่างภาพทุกคนจะมี USERNAME กับ PASSWORD ส่วนตัวเพื่อทำการจองตั๋วในลักษณะการส่งชื่อเพื่อรอการตัดสินใจ (WAITING LIST) ซึ่งผมกับน้องเบียร์ก็จะมีผู้ใหญ่ใจดีทางบริษัทที่คอยส่งเรื่องเหล่านี้ให้แทนทุกนัด และก็ไม่พลาดการชมเกมทุกนัดในรอบแรก แต่สำหรับในนัดนี้ การพิจารณาเรื่องการให้ตั๋วเข้าชมเกมต่อสื่อเปลี่ยนไป เนื่องจากมีสื่อของอังกฤษและอิตาเลียน และสื่ออื่นในยุโรปมากันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ชาติที่เกี่ยวข้องกับทีมที่แข่งขันในนัดนี้ จะได้รับสิทธิ์ก่อน และชาติของเราที่ไม่ได้เป็นประเทศในทวีปยุโรป ก็ต้องแห้วไปตามระเบียบ
 

        แต่ไม่เป็นไรครับ เรายังมีตั๋วหนึ่งใบของพี่ ''มอนตี้'' ที่ตัดสินใจทิ้งไว้ให้เราขายคืนทุน เนื่องด้วยต้อง
เดินทางไปเมืองโดเนตส์คเพื่อเป็นบอดี้การ์ดให้พี่ ''มาเฟียรี่'' หัวหน้าชุด ในการติดตามเกมของทีมชาติฝรั่งเศส ผมจึงตัดสินใจยกตั๋วใบนั้นให้น้องเบียร์ ช่างภาพของผมเข้าไปเก็บบรรยากาศภายในสนาม ส่วนผมก็ควงกล้องวิดีโอส่วนตัวไปเก็บบรรยากาศที่แฟนโซนแทน และเมื่อเกมเริ่มขึ้น ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คาด คือ ขุนพลสิงโตคำราม เล่นอย่างระมัดระวังเพื่อสร้างความอึดอัดให้กับคู่แข่งตามเคย และมีโอกาสน้อยครั้งกว่า แต่ก็ยังได้ลุ้นอยู่บ้างจากลูกยิงที่หลุดกรอบอย่างน่าแพ่นกบาลของ แดนนี่ เวลเบ็ค ส่วนทีมอัซซูรี่ได้โอกาสหวาดเสียวมากครั้งกว่า โดยเฉพาะ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่ป่วนแนวรับได้ดีเหลือเกิน
 

        หลังจากนั้นความรู้สึกของผมมันบอกว่า เกมนี้ต้องยืดเยื้อกันจนถึงการดวลจุดโทษอย่างแน่นอน โดยจะเสมอกันแบบไม่มีประตูด้วย แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ก่อนจะไปว่าถึงเรื่องการดวลจุดโทษ ก็ขอชมเชยห้องเครื่องของทั้งสองทีมอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ อันเดรีย ปีร์โล่ ว่าเล่นได้ยอดเยี่ยมและโดดเด่นที่สุดในเกมนี้ และเป็นสองผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่มีฟอร์มการเล่นคงเส้นคงวามาตั้งแต่รอบแรกแล้ว
เอาล่ะ หลังจากนั้นบอกตามตรงเลยว่า เมื่อต้องดวลจุดโทษกัน ผมไม่คิดเลยว่า อังกฤษ จะเป็นฝ่ายชนะ เพราะเท่าที่จำได้ตั้งแต่ฟุตบอลยูโร 96 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ และดวลจุดโทษพ่าย เยอรมัน ในรอบตัดเชือก ผมก็ไม่เห็นว่าขุนพลสิงโตคำรามจะชนะการดวลเป้าได้เลยสักครั้งกระทั่งทุกวันนี้ แม้ ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ จะทำให้แฟนๆ สิงโตได้เริงร่าจากการยิงพลาดเป้าก็ตาม แต่ทันทีที่ผมได้เห็นสีหน้าของ ''ดับเบิลแอชลี่ย์'' ทั้งยัง และ โคล ก่อนสังหารจุดโทษแล้ว บอกได้เลยว่าไม่รอดแน่นอน
 

        สุดท้ายหนังเศร้าม้วนเดิมก็ถูกฉายให้แฟนๆทรีไลอ้อนส์ ได้น้ำตาตกอีกครั้ง และไม่รู้ว่า หนังเรื่องนี้ จะถูกสร้างใหม่ด้วยนักแสดงรุ่นหลังอีกกี่ครั้ง และก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ผู้ที่ทำหน้าที่เสมือนผู้กำกับภาพยนตร์อย่าง รอย ฮ็อดจ์สัน และคนต่อไปในอนาคตจะรู้ตัวหรือไม่ว่า แฟนๆ เค้าเริ่มเซ็งกับพล็อตเรื่องเดิมๆ แล้ว ฉะนั้น ถ้ารู้ตัวดีว่า ดวลเป้าไม่ชนะแน่ๆ อย่างที่ผ่านมา คราวหน้า ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร ก็เดินหน้าฆ่ามันให้จบไปใน 90 นาทีดีกว่าไหม ถ้าพลาดพลั้งโดนหมัดสวนร่วงไปก็ช่างมัน ดีกว่าให้แฟนๆ เค้ามีความหวังแล้วมาชอกช้ำแบบนี้
 

        ซ้อมยิงจุดโทษมันไม่ช่วยอะไร ถ้าถึงเวลาแล้วใจไม่ถึงมันก็เท่านั้น  




 

เป้ง เกาะเกร็ด
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : เป้ง เกาะเกร็ด

จำนวนเรื่อง : 16
All post : 3
All view : 12,880
คอลัมน์ ยูโร 2012

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263