ในที่สุดเกมที่จบลงด้วยสกอร์0-0ก็เกิดขึ้นจนได้ในยูโรหนนี้ ซึ่งมาจากเกมที่เน้นเล่นในสไตล์อิตาเลี่ยนด้วยกันทั้งคู่
อิตาลีเจอกับอังกฤษที่เล่นในสไตล์อิตาเลี่ยน จนกลายเป็นที่มาของเกมคู่แรกในยูโรหนนี้ ที่จบลงด้วยสกอร์0-0
แต่จะว่าไปแล้วเกมนี้ไม่น่าจะกลายเป็นเกมที่ทำลายสถิติยิงประตูกันทุกนัดของยูโรครั้งนี้ลงได้เลย ถ้าหากว่าเราได้ติดตามดูการเล่นของเกมคู่นี้
โดยเฉพาะเมื่ออิตาลี ยอมเปลี่ยนแปลงการเล่นที่เป็นธรรมเนียมของตัวเอง กับการเน้นเกมรับ มาเน้นเกมรุกแทนในเกมนี้
แต่ว่าเกมรุกของอิตาลี ก็เจาะแนวรับของอังกฤษที่เปลี่ยนมาเล่นเลียนแบบอิตาลีเองไม่ได้
ถือเป็นเรื่องแปลกมากครับ กับรูปแบบการเล่นที่ออกมาของเกมคู่นี้ ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างนี้
ผมขอชมอิตาลี ที่หันกลับมาเล่นเกมรุก ซึ่งทำให้เกมนี้ดูสนุกและเร้าใจทุกนาทีกันเลยก็ว่าได้
และถ้าเทียบกับเกมรอบก่อนรองฯในสามคู่แรก ผมเลือกให้เกมคู่สุดท้ายนี้ เป็นคู่ที่สู้กันได้สนุกที่สุดแล้ว
ผมว่าสาเหตุที่อิตาลีกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงการเล่นของตัวเองอย่างนี้ คงเป็นเพราะว่าพวกเขาได้ประเมินแล้วว่า อังกฤษคงไม่สามารถเล่นงานพวกเขาได้แน่ จึงได้ยกทัพขึ้นไปบุกกระหน่ำใส่ตั้งแต่เริ่มเกมอย่างนี้
ส่วนอังกฤษผมไม่โทษพวกเขา ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองไปอยู่ในร่างทรงของอิตาลีอย่างนี้ เพราะผมว่ารอย ฮอดจ์สันทำถูกต้องแล้ว
ถ้าฮอดจ์สันไม่เปลี่ยนแทคติกของอังกฤษ ผมว่าบางทีทีมผู้ดีอาจจะมาไม่ได้ไกลถึงขนาดนี้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงจุดนี้ผมขอยกนิ้วให้กับกุนซืออังกฤษ ที่ทำทีมได้เข้าตากว่ากุนซือคนก่อนๆหลายต่อหลายคน ทั้งๆที่มีเวลาในการเตรียมทีมน้อยมาก
แต่ก็ยังคงเป็นคำถามว่า อังกฤษจะเดินไปในทิศทางใดหลังจากจบยูโรหนนี้ เพราะเชื่อได้เลยว่า บรรดาสื่อซึ่งถือว่ามีอิทธิพลสูงมากต่อทีมชาติ ย่อมต้องไม่พอใจแน่กับสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไปในยูโรครั้งนี้
อังกฤษจะปรับโฉมกันอย่างไร คงต้องมาติดตามดูกัน!
No.10