ยูโรหนนี้ ทีมที่ใครๆ อยากจะโค่นลงให้ได้มากที่สุด คงจะหนีไม่พ้นแชมป์เก่า และแชมป์โลกอย่างสเปน
แต่ว่าจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนทำได้สำเร็จ!
แม้แต่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นทีมคนรุ่นใหม่ที่หลายๆ คนกำลังให้การจับตามอง ก็ยังต้องต้องยอมรับในการปราชัยต่อยอดทีมแห่งยุคนี้แบบหมดทางสู้
ที่นี้ก็คงจะต้องวนกลับมาที่คำถามเดิม ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนที่ยูโรหนนี้จะเริ่มต้นขึ้นกันอีกครั้ง
นั่นคือ แล้วใครจะล้มสเปน?
นั่นนะซิครับ! แล้วใครจะล้มพวกเขา? แล้วใครจะพอมีศักยภาพที่ทำได้บ้าง?
คำถามนี้เห็นทีว่า คงจะต้องโยนไปให้กับคู่ต่อสู้รายต่อไปของทีมกระทิงอย่างโปรตุเกส ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นตัวชูโรง
ดูจากผลงานของโปรตุเกสในเวลานี้ ผมว่าพวกเขาก็เป็นทีมที่ดีทีเดียว และมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกนัด เมื่อเทียบกับก้าวแรกของพวกเขา ที่พลาดท่าให้กับทีมแกร่งอย่างเยอรมันในนัดประเดิมสนาม
การแพ้ให้กับเยอรมันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเท่าที่ดูผลงานของทุกทีมที่เข้าร่วมชิงชัยในทัวร์นาเมนต์นี้ ผมว่าทีมอินทรีเหล็กสามารถเอาชนะได้ทุกทีม
แม้แต่กระทั่งสเปนเองก็ตาม!
ถ้าเยอรมันเจอกับสเปนตั้งแต่ในนัดแรกของยูโรหนนี้ ผมว่าเยอรมันมีโอกาสเอาชนะได้ เพราะในช่วงออกสตาร์ต จะเห็นได้ว่าสเปนยังดูฝืดๆ อยู่ ขณะที่เยอรมันเข้าที่มาตั้งแต่ออกสตาร์ตแล้ว
แต่ทีมที่น่ากลัวที่สุดของการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ และมีโอกาสที่จะก้าวไปคว้าแชมป์มาครองได้ คือทีมที่จะต้องค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอย่างสเปนและโปรตุเกส
หลังจากพ่ายต่อเยอรมันเกมแรก โปรตุเกสเริ่มจะเล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในเกมที่เอาชนะเดนมาร์ก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในเกมที่พวกเขาสยบฮอลแลนด์ ในเกมนัดส่งท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ผมยกให้เป็นเกมที่ดีที่สุดของโปรตุเกสในทัวร์นาเมนต์นี้
และน่าจะเป็นเกมที่ดีที่สุดของโรนัลโด้ด้วย!
จุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโปรตุเกส ก็เห็นจะเป็นการคืนฟอร์มอีกครั้งของโรนัลโด้ ที่กลับมาเป็นโด้คนเดิม ได้อย่างทันเวลา
หลายคนคงจะตั้งคำถามกับโรนัลโด้ เหมือนอย่างที่เคยตั้งคำถามกับ ลิโอเนล เมสซี่เวลาที่ลงเล่นให้กับทีมชาติว่า ทำไมผลงานถึงได้ต่างกับเวลาเล่นให้สโมสรเหลือเกิน?
คำตอบที่ได้รับมาส่วนใหญ่ก็คือ เป็นเพราะว่าองค์ประกอบของทีมต่างกัน คือเพื่อนร่วมทีมในระดับสโมสรของทั้งคู่ เก่งกว่าเพื่อนร่วมทีมชาติ
แต่สาเหตุส่วนหนึ่ง ผมว่าน่าจะมาจากการที่ทั้งคู่ เสียพลังไปกับการรับใช้สโมสรไปจนเกือบจะหมดตัวอยู่แล้ว
นักเตะที่มีความสำคัญกับทีมต้นสังกัดมากๆ อย่าง โรนัลโด้ และเมสซี่ จะต้องลงเล่นให้กับสโมสรอย่างน้อยไม่น่าจะต่ำกว่า 50 นัดต่อฤดูกาล
ดังนั้นถ้าฤดูกาลไหนที่จะต้องมีทัวร์นาเมนต์ทีมชาติต่อเนื่องมาอีก เหมือนอย่างเช่นในยูโรหนนี้ นักเตะคนนั้นก็แทบจะต้องลากสังขารมาเล่นให้ทีมชาติกันเลยทีเดียว
ในเกมแรกกับเยอรมัน เห็นได้ชัดๆ ว่าโรนัลโด้ยังมีอาการล้าอยู่ โดยเฉพาะกับจังหวะสปีดซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของนักเตะในตำแหน่งปีกอย่างเขา
แต่พอในเกมต่อๆ มา ผมว่าร่างกายของเขาเริ่มจะเข้าที่เข้าทางขึ้น ทำให้เราได้เห็นโรนัลโด้คนเดิม เหมือนอย่างที่เคยเห็นกันในชุดของเรอัล มาดริด
และในเกมกับฮอลแลนด์ โรนัลโด้คนเดิมก็กลับมาอีกครั้ง ทั้งการสปีด, การโชว์ลีลาสับขา และการยิงประตูที่เฉียบคม ซึ่งเขามายิงประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ได้สำเร็จในเกมนี้ หลังจากที่ยิงพลาดง่ายๆ มาหลายครั้งในเกมก่อนหน้านี้
เมื่อโรนัลโด้คนเก่ากลับมา โปรตุเกสก็ดีขึ้นแบบทันตาเห็น เพราะจะว่าไปนักเตะคนอื่นๆ ในทีมชุดนี้ก็ไม่ได้ขี้เหร่แต่อย่างใด
ทีนี้เราก็ต้องมาคอยดูกันว่า พวกเขาจะรับมือกับสเปนไหวหรือไม่?
ผมว่าการพบกันของคู่นี้มองดีๆ ก็เหมือนกับเรอัล มาดริด สู้กับบาร์เซโลน่านั่งเอง!
โปรตุเกสชุดนี้มีแกนหลักเป็นนักเตะจากทีมชุดขาว ที่สามารถโค่นบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลา ลีกา มาครองได้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง โรนัลโด้, เปเป้ และ ฟาบิโอ โกเอนเตรา
ส่วนสเปนชุดนี้ก็อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ใช้แกนหลักเป็นนักเตะจากบาร์ซ่าตั้งแต่แดนหน้าไปยันแผงหลังกันเลยทีเดียว
ดังนั้นวิธีการรับมือกับสเปนของโปรตุเกส ก็คือการไปก๊อปปี้วิธีการเล่นของ โชเซ่ มูรินโญ่ มาใช้!
ถ้าหากว่ากุนซือโปรตุเกสชุดนี้เป็นมูรินโญ่ ผมว่าเกมนี้พวกเขาคงจะได้สู้กับสเปนแบบสนุกสูสีแน่
แต่ในเมื่อเป็นไปไม่ได้ คงต้องมาดูว่า เปาโล เบนโต้ จะทำงานใหญ่ครั้งนี้ของเขาได้ดีขนาดไหน?
และโรนัลโด้กับผองเพื่อน จะคว่ำสเปนลงได้หรือไม่?
ผมเองก็อยากจะรู้อยู่เหมือนกัน!
No.10