มาได้ไกลเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูโร 2012 เท่านั้นสำหรับ ทีมชาติฝรั่งเศส อย่างที่ โลร็องต์ บล็องก์ เซเล็กซิยอนเนอร์วางเป้าหมายหลักที่รอบนี้
เลส์ เบลอส์ พยายามหนี สเปน แต่พวกเขาทำไม่สำเร็จ หลังจากนัดสุดท้ายรอบแรก ดันแพ้ สวีเดน 0-2 อย่างหมดฟอร์ม เลยทำได้แค่อันดับ 2 ของกลุ่มดี. ต้องชนแชมป์เก่า กระทิงดุ ทีมอันดับ 1 กลุ่มซี. อย่างช่วยไม่ได้
เกมเมื่อคืนวันเสาร์ 23 มิถุนายนที่ดอนบาส อารีน่า ในโดเนตส์ค ประเทศยูเครน "ฝรั่งเศส" ทำให้บรรดาแฟนบอลผิดหวัง พวกเขาสู้ สเปน ไม่ได้เลย และพ่ายไปในที่สุด 0-2
ขุนพลเลส์ เบลอส์ (จากซ้ายไปขวา) เฌเรมี่ เมเนซ, โยอัน กาบาย, อาดิล รามี่, อ็องโตนี่ เรเวยแยร์ ต่างเซ็งไปตามๆ กัน หลังทีมตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูโร 2012
บล็องก์ วางแท็กติกพลาด เน้นรับจนเกินไป กะใช้ลูกโต้กลับเร็วเล่นงานคู่แข่ง แต่ลืมไปว่า เกมรุกของตัวเองก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดี และแนวรับกระทิงดุแข็งแกร่งมาก ไม่พลาดเลย ยิ่งแดนกลางหายห่วง คุณภาพคับแก้ว โดยเฉพาะ ชาบี อลอนโซ่ สตาร์เรอัล มาดริด ที่เหมาคนเดียวสองประตู คว้าตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ พร้อมฉลองการรับใช้ชาตินัดที่ 100 ซึ่งเขายิงไปแล้ว 15 ประตู
แดนหลังตราไก่เล่นพลาดจนเสียประตูตั้งแต่นาที 19 อันเดรส อิเนียสต้า จ่ายบอลให้ จอร์ดี้ อัลบา ฉีกตัวหนีการสกัดของ มาติเยอ เดอบูชี่ จากนอกกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดจากกรอบเขตโทษไปเสาสอง ชาบี อลอนโซ่ พุ่งโหม่งโล่งๆ ไม่มีใครตามประกบ บอลพุ่งเสียบเสาแรกตุงตาข่าย
และนาที 91 สเปน ตอกย้ำชัยชนะ เมื่อ อ็องโตนี่ เรเวยแยร์ ทำฟาวล์ เปโดร โรดริเกซ กองหน้าตัวสำรองในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน นิโกล่า ริซโซลี่ จากอิตาลีเป่าให้ สเปน ได้ลูกจุดโทษทันที ชาบี อลอนโซ่ สังหารจุดโทษเรียบร้อย
ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า สเปน แกร่งทั่วแผ่น พวกเขาคือหนึ่งในทีมที่เก่งที่สุดในโลก ตำแหน่งแชมป์ยูโร 2008, แชมป์ฟุตบอลโลก 2010 การันตีคุณภาพเกมที่ครบเครื่องได้เป็นอย่างดี ซึ่ง ณ วินาทีนี้ กระทิงดุ ไม่แพ้คู่แข่ง 9 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว
อดีตที่ผ่านมา ฝรั่งเศส เหนือกว่า สเปน โดยตลอดในการเล่นแมตช์ทางการ ชนะ 5 เสมอ 1 เพิ่งแพ้ก็เกมล่าสุดนี่แหละ แต่หากนับผลงานเจอกัน 3 ครั้งหลังสุด กระทิงดุชนะรวด นอกจากเกมที่ดอนบาส แล้ว ยังมีเกมอุ่นเครื่องนัดเปิดบ้านที่มาลาก้า เชือด 1-0 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2008 และ บุกมาคว้าชัย 2-0 ที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, แซงต์-เดอนีส์ วันที่ 3 มีนาคม 2010
โลร็องต์ บล็องก์ เทรนเนอร์นำลูกทีมตราไก่ เดินทางออกจากโดเนตส์ค, ยูเครน กลับมาถึงฝรั่งเศสเมื่อเย็นวันอาทิตย์ 24 มิถุนายน
บล็องก์ ยังไม่เปิดเผยเกี่ยวกับอนาคตของเขาว่าจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (แอฟแอฟแอฟ) หรือย้ายไปคุมทีมอื่น เพราะเขาและสต๊าฟฟ์ฝ่ายเทคนิคจะนั่งประชุมร่วมกันที่ปารีสในสัปดาห์นี้ เพื่อวิเคราะห์ผลงานของทีมในยูโร 2012
"ผมคิดว่าเราเสียประตูเร็วตั้งแต่นาที 19 นี่คือจุดพลิกผันที่สำคัญมาก เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าเกมทางฝั่งซ้ายของ สเปน แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการทำเกมของ จอร์ดี้ อัลบา และ อันเดรส อิเนียสต้า แต่เราก็เสียประตูทางฝั่งนั้นจนได้" บล็องก์ กล่าว
"สเปนครองบอลได้มากกว่า แต่ครึ่งหลัง เราเล่นดีขึ้น มีโอกาสมากขึ้น ทว่าสุดท้ายเราไม่สามารถเจาะกองหลังที่แข็งแกร่งของพวกเขาเข้าไปทำประตูได้"
หลังจากตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซามีร์ นาสรี่ ที่ไม่กินเส้นกับนักข่าวมาโดยตลอด เกิดอาการรั่วท้าต่อยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพี. ที่เข้ามาถามความรู้สึกของเขาหลังตกรอบ โดยในเวลาต่อมา บล็องก์ ถึงกับตำหนิพฤติกรรมของลูกทีมว่าทำตัวไม่เหมาะสม
ขณะที่สื่อมวลชนในฝรั่งเศส โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ เลกิ๊ป ประโคมข่าวโจมตี เลส์ เบลอส์ ที่พบความล้มเหลวในทัวร์นาเม้นต์ยูโร 2012
ทัพตราไก่เดินทางจากโดเนตส์ค ประเทศยูเครน มาถึงสนามบินบูร์กเช่ต์ ในแซน-แซงต์-เดอนีส์ ช่วงเย็นวันอาทิตย์ 24 มิถุนายน หลังจากนี้ไปพวกเขาแยกย้ายกันไปพักผ่อน ก่อนเก็บตัวฝึกซ้อมกับสโมสรต้นสังกัดในช่วงปรี-ซีซั่น เพื่อเตรียมทีมให้พร้อมสู้ศึกต่างๆ ในฤดูกาลหน้า
พวกเขาจะลงเตะให้ เลส์ เบลอส์ แมตช์ต่อไป วันพุธ 15 สิงหาคมนี้ ในเกมอุ่นเครื่องนัดเจอ อุรุกวัย ที่เลอ อาฟร์ ถิ่นของตัวเอง เป็นการเตรียมความพร้อม ก่อนลุย ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนยุโรป นัดแรกไปเยือน ฟินแลนด์ คู่แข่งกลุ่มไอ. วันศุกร์ที่ 7 กันยายน ซึ่งวันนั้น เฌเรมี่ เมเนซ ปีกขวาปารีส-แซงต์ แชร์กแมง จะติดโทษแบน 1 นัดโดยอัตโนมัติ หลังจากสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบจากศึกยูโร
อูโก้ โยริส นายทวาร กัปตันทีมชาติฝรั่งเศส เป็น 1 ในแข้งตราไก่ไม่กี่คนที่เล่นได้ดีในยูโร 2012 รอบสุดท้าย
และที่สำคัญ ตราไก่ จะได้ปะทะ สเปน อีกครั้ง เพราะ กระทิง เป็นคู่แข่งของพวกเขาในเวิลด์ คัพ เช่นเดียวกับ เบลารุส, จอร์เจีย โดยวันที่ทั้งคู่จะบู๊กันคือ อังคาร 16 ตุลาคมที่จะถึงนี้นัดเยือน สเปน
รายชื่อผู้เล่นฝรั่งเศสพร้อมคะแนนความสามารถทั้ง 4 นัดในยูโร 2012
@@ เกมเสมอ อังกฤษ 1-1 ที่ดอนบาส อารีน่า (จันทร์ที่ 11 มิถุนายน) เล่นระบบ 4-3-3 : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม, 5) - มาติเยอ เดอบูชี่ 6, อาดิล รามี่ 4, ฟิลิปป์ เม็กแซส 7, ปาทริซ เอวร่า 5 - โยอัน กาบาย 6 (ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา น.84), อาลู ดิยาร์ร่า 6, ฟลอร็องต์ มาลูด้า 4 (มาร์กวิน มาร์กแต็ง น.84) - ซามีร์ นาสรี่ 7, คาริม เบนเซม่า 4, ฟร้องค์ ริเบรี่ 6
@@ วันดับซ่า ยูเครน ชาติเจ้าภาพร่วม 2-0 ที่โดเนตส์ค ศุกร์ที่ 15 มิถุนายน วางแท็กติก 4-3-3 : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม, 6) - มาติเยอ เดอบูชี่ 6, อาดิล รามี่ 5, ฟิลิปป์ เม็กแซส 6, กาแอล กลิชี่ 6 - ซามีร์ นาสรี่ 5, อาลู ดิยาร์ร่า 6, โยอัน กาบาย 7 (ยันน์ เอ็มวีล่า น.67) - เฌเรมี่ เมเนซ 6 (มาร์กวิน มาร์กแต็ง น.72), คาริม เบนเซม่า 6 (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.76), ฟร้องค์ ริเบรี่ 8
@@ เกมแพ้ สวีเดน 0-2 ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุงเคียฟ, ยูเครน วันอังคาร 19 มิถุนายน เล่นระบบ 4-2-3-1 : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม, 7) - มาติเยอ เดอบูชี่ 4, อาดิล รามี่ 3, ฟิลิปป์ เม็กแซส 3, กาแอล กลิชี่ 4 - ยันน์ เอ็มวีล่า 4 (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.83), อาลู ดิยาร์ร่า 4 - ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา 4 (ฟลอร็องต์ มาลูด้า น.59), ซามีร์ นาสรี่ 4 (เฌเรมี่ เมเนซ น.77), ฟร้องค์ ริเบรี่ 5 - คาริม เบนเซม่า 4
- เลส์ เบลอส์ ได้ที่ 2 กลุ่มดี จากผลงาน 3 นัดรอบแรก ทำได้ทั้งสิ้น 4 คะแนน ขณะที่ อังกฤษ เป็นแชมป์กลุ่ม 7 คะแนน โดย ยูเครน กับ สวีเดน ตกรอบแรก ทั้งคู่ทำได้ 3 แต้มเท่ากัน
@@ นัดแพ้ สเปน ใช้สูตร 4-3-3 : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม, 7) - อ็องโตนี่ เรเวยแยร์ 5, อาดิล รามี่ 5, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ 6, กาแอล กลิชี่ 6 - โยอัน กาบาย 5, ยันน์ เอ็มวีล่า 4 (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.79), ฟลอร็องต์ มาลูด้า 5 (ซามีร์ นาสรี่ น.64) - มาติเยอ เดอบูชี่ 4 (เฌเรมี่ เมเนซ น.64), คาริม เบนเซม่า 4, ฟร้องค์ ริเบรี่ 4
โมนาลิซ่า