เชื่อว่าคงได้อ่านข่าวการจากไปของคุณธราวุธ นพจินดา เจ้าของนามปากกา "น้องหนู" กันไปแล้วนะครับ
"พี่น้องหนู-ธราวุธ" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบุคลากรที่มีคุณค่าของวงการกีฬาในหลายๆ บทบาท ไม่ว่าจะเป็นคอลัมนิสต์, ผู้ประกาศข่าวกีฬา, พิธีกร ทั้งทางเคเบิลทีวี, ฟรีทีวี ซึ่งงานทั้งหมดของพี่น้องหนูได้แก่ การเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาช่อง 5, พิธีกรกีฬาของสตาร์ซอคเก้อร์ทีวี ช่องทรู 75, ผู้บรรยายกีฬาทรูวิชั่นส์ รวมทั้งเป็นคอลัมนิสต์นสพ.สยามกีฬา
ผมรู้จักกับพี่น้องหนูทางตัวหนังสือสมัยยังเก็บเงินซื้อสตาร์ซอคเก้อร์และสยามกีฬาอ่าน ตอนนั้นพี่น้องหนูรับบทบาทของการเป็นเหยี่ยวข่าวเกาะติดฟุตบอลยูโรและฟุตบอลอังกฤษก่อนจะเข้ามาทำงาน และถือว่าเป็น
"รุ่นน้อง" และ "ลูกน้อง" ผมเข้าทำงานปีแรกเมื่อปี 1992 ช่วงเวลาที่พี่น้องหนูกลับจากการทำงานที่อังกฤษในฐานะนักข่าวสยามกีฬารุ่นแรกที่ประจำการที่อังกฤษและบุกตะลุยฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่ยังเป็นดิวิชั่นหนึ่งเดิม ก่อนเปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีก...
ช่วงนั้นนสพ.สยามกีฬาออกหนังสือพิมพ์ฟุตบอลต่างประเทศรายวันชื่อสยามกีฬา/สตาร์ซอคเก้อร์ ผมคือสตาฟฟ์งานมือแปลชุดแรก มี
"คุณฉุย" สมศักดิ์ สงวนทรัพย์, คุณโมนาลิซ่า ช่วงนั้น "คุณบิ๊กจ๊ะ" สาธิต กรีกุล กลับมาจากอังกฤษแล้วไปอ่านข่าวกีฬาช่อง 3
ตอนนั้นพี่น้องหนูถือว่าเป็นพี่เลี้ยง...คอยดูแลรุ่นน้อง สอนงานการเขียนข่าว...การแปลข่าว ซึ่งผมต้องเรียนรู้จากจุดนี้ นอกเหนือไปจากการสอนงานการเป็นนักข่าวแล้ว พี่น้องหนูในฐานะคนรักกีฬาชอบเล่นกีฬา ยังชวนผมรุ่นน้องไปเตะฟุตบอลกับทีมวีไอพีสตาร์ซอคเก้อร์ เล่นแบดมินตัน...เล่นวอลเลย์บอล...รวมกลุ่มออกกำลังกายและทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
จะด้วยความที่เป็นพี่หนู คือนักเรียนโรงเรียนประจำอย่างวชิราวุธวิทยาลัย ซึ่งส่งเสริมเรื่องการเล่นกีฬา รวมทั้งเรื่องของวิถีชีวิตในสังคมไทยที่ยังยึดมั่นกับ
''ระบบอาวุโส'' พรรคพวกเพื่อนฝูง พี่น้องหนูจึงดูแลผมในฐานะน้องใหม่เป็นอย่างดี
ไม่แค่นั้น ในฐานะนักข่าวใหม่เงินเดือน 5,500 บวกเบี้ยเลี้ยงอีกก็ 7,500 บาท (เมื่อปี 1992) พี่หนูมีน้ำใจในการหางานแปลหนังสือพิเศษให้ทำ เหมือนกับคอยดูแลเราไม่ใช่แค่งานอย่างเดียว อันเป็นแนวนโยบายของคุณระวิ โหลทอง เจ้าของบริษัทที่ให้คนทำงานท้องอิ่มจะได้เดินทัพอย่างเข้มแข็ง
ตอนนั้นพี่ ย.โย่ง คือผู้ประกาศข่าวกีฬาช่อง 7 ก็เจอกันบ่อย แต่ผมจะสนิทสนมกับพี่หนูมากกว่า และด้วยอัธยาศัยใจคอที่มีน้ำใจ รักพี่น้องทำให้ความรู้สึกของผมกับพี่น้องหนูไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ความสัมพันธ์เหมือนเป็นพี่น้อง มีอะไรคอยสอน คอยเตือน นั่นก็ทำให้ผมทำงานอย่างสนุกและรู้สึกอบอุ่นที่มีรุ่นพี่ดีๆ คอยดูแลแนะนำเรื่องงานและส่วนตัว
4-5 ปีหลังจากนั้นผมได้มีโอกาสไปทำงานที่อังกฤษตามคิวของผู้สื่อข่าวกีฬาต่างประเทศ ช่วงเวลาที่ผมทำงานที่อังกฤษคือปี 1996-98 ช่วงนั้นพี่น้องหนูทำรายการกีฬาเจาะสนามนำทีมตากล้องช่อง 7 ไปถ่ายรายการ ตระเวนเยี่ยมชมสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ
ผมเองเป็นลูกมือ...และได้เรียนรู้งานจากพี่น้องหนู ซึ่งพี่น้องหนูก็สอนงานทุกขั้นตอนเกี่ยวกับการทำงานทีวี ทั้งรายงานข่าว...วิธีการนำเสนอข่าวกีฬาทางทีวี ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ผมไม่คุ้นเคย เพราะเรามันนักหนังสือพิมพ์ ซึ่งใครจะทราบบ้างว่า
ในเวลาไม่นานหลังจากนั้นผมจะได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการอ่านข่าวกีฬาช่อง 7 สี, บรรยายกีฬาช่อง 7 สี ทำรายการกีฬา...มีหน้าที่การงานมั่นคงและได้รับการยอมรับจากสังคม
จุดหนึ่งที่ผมได้ซึมซับจากพี่น้องหนู...คือ
"น้ำใจ" ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอาเปรียบใคร พี่หนูหัวใจยิ่งใหญ่ ใครเดือดร้อนช่วยหมด เป็นคนที่มีบุคลิกภาพแตกต่างจากพี่ ย.โย่ง ในแง่ที่ว่า พี่โย่ง นั้นโมโหคนยาก โกรธคนยาก แต่พี่หนูนั้นจะทนไม่ได้ถ้ามีคนเอาเปรียบ คนรังแก พูดจาว่ากันตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม
ไม่มีปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ สวนหน้ากากเข้าหาคนอื่น นี่คือตัวตนพี่หนูที่ผมเชื่อมั่นว่าใครที่รู้จักกับพี่หนูย่อมรู้ดีและเห็นด้วยกับผมทุกประการ นอกจากนี้พี่หนูจะไม่อยู่ในเส้นทางของคนเอาเปรียบคน และทนไม่ได้กับคนที่ชอบคิดร้าย แทงหลังคนอื่นๆ พี่หนูจะไม่ยอมทำงานกับคนพวกนี้
ผมคิดว่าคุณค่าของพี่หนูคงไม่ใช่เรื่องประสบการณ์ทำงานกับสายกีฬามาทั้งชีวิตอย่างเดียว หากแต่คุณค่าของพี่น้องหนูคือความเป็นมนุษย์ที่มีพื้นฐานจิตใจอันประเสริฐสุด ผมคิดว่าผมได้สิ่งนี้และมันมีคุณค่ามากกว่าสิ่งใด หากเราจะยืนหยัดในสังคมนี้ได้โดยไม่ต้องอายใคร
ตลอด 20 ปีของการเป็นรุ่นน้องและลูกน้องพี่น้องหนู ผมถือว่ามันคือวาสนาอย่างหนึ่งที่เราได้มีโอกาสมาทำงานและใช้ชีวิตร่วมกันคนดีๆ คนหนึ่งของสังคมอย่าง
"พี่น้องหนู" ธราวุธ นพจินดา อย่างน้อยที่สุด วันนี้ผมสามารถเดินไปในสังคมแล้วยืดอกพูดอย่างมั่นใจและภูมิใจว่า
เพราะพี่น้องหนูนั่นแหละครับที่มีส่วนสำคัญยิ่งในการผลักดันให้ผมได้มีโอกาสก้าวเข้ามาเดินบนเส้นทางสายนี้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ขอบคุณ ''พี่หนู''...ธราวุธ นพจินดา ด้วยความรักและอาลัยจากน้องชายที่ชื่อ อดิสรณ์ พึ่งยา
Jackie