คอลัมน์ : บอลไทยหลังไมค์ โดย.. ต้นรำเพย
วิกฤตหัวใจ
20/06/2012 15:32:42 น.
Share :
Tweet
แบ่งบัน
บางกอกกล๊าส เอฟซีเป็นทีมนึงในฟุตบอลลีกสูงสุดบ้านเราที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสมากที่สุดทั้งในสนามและนอกสนาม ถ้าว่ากันในสนามด้วยความรู้จักมักคุ้นกับ "โค้ชง้วน สุรชัย จตุรภัทรพงศ์" ในฐานะคนเคยจัดรายการด้วยกันทางทรูสปอร์ต หลายๆครั้งผมจึงต้องโทรขอคำปรึกษาเชิงฟุตบอลอยู่เรื่อยๆ
ส่วนเรื่องนอกสนามด้วยความที่บ้านผมอยู่ห่างจากสนามไม่เท่าไร ดังนั้นภาพของการเห็นคนใส่เสื้อเขียวขาวเดินซื้อของตามตลาดแถวบ้านจึงเป็นภาพที่ชินตาอยู่เสมอ ทุกสัปดาห์ที่มีเกมในบ้าน จะเห็นพ่อจูงลูก เพื่อนชวนเพื่อนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ไปดูฟุตบอลเป็นแบบนี้อยู่ประจำ
ภาพเด็กตัวเล็กๆเข้าไปสนามโหวกเหวกโวยวายเชียร์ทีมรัก รู้จักนักฟุตบอลไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อหรือแม่ ก็เป็นสัญลักษณ์อย่างนึงของสนามนี้ นอกจาก สาวๆ "แรบบิท" ที่มองเห็นความขาวสว่างมาตั้งแต่ไกล (ฮา)
แต่ผลงานในสนามล่ะ.... 6 เกมลีกหลังสุดพวกเค้าเก็บชัยชนะได้เพียงแค่เกมเดียว นั่นคือการไล่ทุบการท่าเรือไทยคา "ลีโอ สเตเดี้ยม" 4-0 เมื่อราวกลางเดือนพฤษภาคมแถมยังเก็บชัยชนะในเกมลีกไม่ได้มา 4 เกมติดต่อกัน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เมื่อพวกเค้าออกสตาร์ท 4เกมแรกเก็บชัยชนะไม่ได้เลย
ผมลองสอดส่ายมองหาว่า แล้ว บางกอกกล๊าส ขาดอะไร หน้าดี หลังดี กลางได้ ประตูไม่ขี้เหร่ ทุกอย่างดูดีหมดเหมาะกับการเป็นทีมกลุ่มบน แต่สิ่งที่ดีเหล่านั้นกลับประสานเล่นกันเป็นทีมเวิร์คเหมือนที่หัวเรือใหญ่ต้องการไม่ได้ ด้านหน้า "เบงก้า" สามวันดีสี่วันไข้ (แต่ออกจะเป็นวันไข้ซะมากกว่า)
ตรงกลางของทีมก็ยังหาคนที่จะมาเล่นประสานงานแบ่งเบาภาระของ พีรพงศ์ พิชิตโชติรัตน์ ไม่ได้ "มิเชลลินี่" อาจจะยังไม่ใช่คำตอบ เพราะเป็นฟุตบอลเชิงสูงด้วยกันทั้งคู่ ในหลายๆเกมถึงแม้ว่าทีมจะชนะแต่ก็ยังเห็นความอ่อนยวบในแผงหลัง เพราะบอลเดินทางมาถึงคู่เซ็นเตอร์รวดเร็วเกินไป เพราะทีมยังหาฮาร์ดแมนมืออาชีพคอยไล่ทำลายเกมคู่ต่อสู้ไม่ได้
แผงหลัง การได้ วาเลรี่ เฮียก มาเหมือนทำท่าจะดีขึ้นเพราะช่วยแบ่งเบาได้เยอะแต่ปัญหาคือ คนที่จะยืนคู่กับ "วาเลรี่" คือใคร ยังเป็นสิ่งที่แฟนบอลยังต้องตามกันต่อ อำนาจ แก้วเขียว ถูกลักพาตัวออกไปจาก 11 ตัวจริงหลายเกมและเปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มอย่าง "ประวีณวัช บุญยงค์" ลงเล่น ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เองก็เป็นพื้นที่ที่คู่ต่อสู้ของทีมกระต่ายแก้วใช้เจาะเล่นงานเหมือนกัน
นี่ยังไม่นับหลายต่อหลายเกมทีทีมพยายามจะมอบโอกาสให้กับเด็กหนุ่ม "ธนาสิทธิ์ ศิริผลา" ลงมากระชากลากเลื้อยสร้างความวูบวาบตามแบบฉบับความห้าวของเด็กหนุ่ม จนมีชื่อไปอยุ่ในทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 22 ปีซะด้วย
เกมริมเส้นก็เริ่มจะโดนคู่ต่อสู้จับทางได้ ทางซ้ายเป็น"สุธี" ทางขวาเป็น "อนาวิน" สองสามเกมหลังทีมเนือยลงไปแบบเห็นได้ชัด
ทีนี้แล้วทีมกำลังขาดอะไร?? ตัวเก๋าก็มี ดาวรุ่งก็มีแถมเม็ดเงินก็ไม่น้อย
"ใจ" ไงล่ะครับ ใจจะเป็นยาเร่งชั้นดีที่จะพาทีมไล่อัดคู่ต่อสู้ให้กองพังพาบได้โดยง่าย ผมเห็นสีหน้า โค้ชง้วน จากเกมนัดที่ทีมเล่นเสมอกับทีโอทีแล้ว ดูสีหน้าไม่ดียังไงบอกไม่ถูก ในฐานะคนบ้าพลังอย่าง "โค้ชง้วน" ผมเชื่อว่าโค้ชง้วนจะผ่านวิกฤตครั้งนี้และผ่านมันไปได้อย่างดีด้วย ผมนี่ล่ะครับ 1 เสียงยกมือเป็นกำลังใจให้ครับ
ต้นรำเพย
Share :
Tweet
แบ่งบัน
คอลัมน์อื่น ๆ
''โป๊ป'' โต้วางมวย ''เคน-ภูภูมิ''
''เก๋-ชลลดา'' เจอขู่ฆ่า
เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ทั้งใช่และไม่ใช่
Comment
นามปากกา : ต้นรำเพย
จำนวนเรื่อง : 28
All post : 45
All view : 179,022
คอลัมน์ บอลไทยหลังไมค์
ต้นรำเพย
ผู้ท้าชิงหน้าเก่า
View : 7,736 Post : 3
ต้นรำเพย
ผู้-ตัด-สิน
View : 6,017 Post : 3
ต้นรำเพย
โรควูบ
View : 2,826 Post : 0
ต้นรำเพย
TOP 3 ยังคงน่ากลัว
View : 8,325 Post : 3
ต้นรำเพย
ก้าวย่างสำคัญของฟุตบอลไทย
View : 7,191 Post : 2
Recommend on Google
Follow @siamsport_news
© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท
|
ติดต่อเรา
|
ลิขสิทธิ์
|
ร่วมงานกับเรา
|
ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263