ท้ายสุด กับสิ่งที่เป็นไป จะบอกว่ากลุ่ม บี กลุ่มแห่งความตายประจำยูโร 2012 นับเป็น ''Group of Unpredic
le'' ก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก
ทั้งใช่และไม่ใช่ กับสิ่งที่เหนือการคาดเดาด้วยประการทั้งปวง เมื่อ ฮอลแลนด์ ทีมดีกรีรองแชมป์โลก ตกรอบแรกอย่างน่าอนาถด้วยการแพ้รวดทั้ง 3 นัด แต่ก็ไม่ผิดไปจากคาดเมื่อ เยอรมนี เต็งแชมป์ของรายการ แสดงศักยภาพแกร่งทั่วแผ่นสมราคาและกระแสยกย่อง, ทั้งที่ไม่ได้โชว์ฟอร์มดีเลิศอะไรนัก, ไล่ตบทั้ง โปรตุเกส-ฮอลแลนด์-เดนมาร์ก ทีละนัดๆ สุดท้ายกลายเป็นทีมเดียวของรายการที่ชนะ 3 เกมรวดรอบแรก
ทั้งใช่และไม่ใช่ ที่แนวทางของกลุ่มจะสมกับการจับตามองในฐานะกลุ่มที่ดีที่สุดของรายการ เมื่อทีมที่แพ้ 2 นัดแรกและชนะ 2 นัดแรก ยังต้องลุ้นต่อถึงเกมสุดท้ายว่าใครจะเข้ารอบ-ตกรอบ แต่เอาเข้าจริงแล้ว บทสรุปมันก็ไม่ได้พลิกโผอะไรมากมาย เยอรมนี ลอยลำเข้าป้ายไม่มีพลาด โปรตุเกส ก็ไม่ได้นับว่าเซอร์ไพรส์ เมื่อมีการมองกันแต่แรกแล้วว่า ไม่ โปรตุเกส ก็ ฮอลแลนด์ ที่จะเป็น 2 ทีมที่แย่งตั๋วอันดับ 2 รองจากอินทรีเหล็ก
ทั้งใช่และไม่ใช่ ที่ เดนมาร์ก คือทีมจอมเซอร์ไพรส์ของยูโรหนนี้ ด้วยการเปิดหัวสยบ ฮอลแลนด์ ทีมที่พวกเขาไม่เคยเอาชนะได้มา 4 ทศวรรษ และแสดงถึงทรงฟุตบอลที่ทำให้บางคนเริ่มพูดถึงเทพนิยายที่อาจหวนกลับมาอีกครั้งในฐานะที่ครบรอบ 20 ปี ทว่าจุดอ่อนที่ไม่อาจแก้ได้ตก รวมถึงความแข็งแกร่ง ''เกินไป'' ของคู่แข่งใน 2 เกมถัดมา ก็ทำให้ความเซอร์ไพรส์นั้นเป็นเพียงสายลมวูบผ่าน ท้ายสุดก็แพ้ 2 เกมหลัง ตกรอบไปตามคาด
ทั้งใช่และไม่ใช่ ที่ มอร์เตน โอลเซ่น จะชื่นชมการเล่นของลูกทีม ทั้งในเกมกับ โปรตุเกส และ เยอรมนี ทั้งอ้างว่า ''โชคดวง'' คือสิ่งที่ขาดหายตกหล่นไปในระหว่างเกม ไม่ว่าจะการเสียประตูในอึดใจสุดท้ายให้ ซิลเวสเตร วาเลร่า หรือการยิงชนโคนเสานอกของ ยาค็อบ โพลเซ่น (ในเกมตัดสิน) แต่เราคงไม่ลืมว่า เดนมาร์ก ใช้โชคดวงมาแล้วในการสยบ ฮอลแลนด์ ภายใต้รูปเกมที่เป็นรองสุดกู่ และแท้ที่จริงแล้วมันก็เป็นการขาดความแข็งแกร่งใน ''รายละเอียดปลีกย่อย'' ที่ทำให้แพ้ใน 2 เกมต่อมา
โอลเซ่น ให้การหลังเกมเมื่อวันก่อน ว่าถ้า ยาค็อบ โพลเซ่น ยิงชนเสาในไม่ใช่เสานอก ถ้าบอลผลุบผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ เข้าไป สกอร์จะเปลี่ยนไปจากนี้ และ เดนมาร์ก ก็อาจไม่ตกรอบ เพียงทว่าถ้ามองกันตามจริง ความต่างระหว่าง เดนมาร์ก กับ เยอรมนี นั้นค่อนข้างเห็นชัด ความแกร่งทั่วแผ่นของสองทีมอยู่ในระดับที่ต่างกัน เพราะในขณะที่ โยกี้ เลิฟ ไม่สามารถใช้งาน เยโรม บัวเต็ง ได้ เขาก็มี ลาร์ส เบนเดอร์ ให้ใช้เสียบแทนอย่างสมบูรณ์แบบ-ไม่พอ-ดอดขึ้นมายิงประตูชัยเสียอย่างนั้น นอกนั้น พ้นไปจากทีมตัวจริง ก็ยังตัวเลือกมีเกรดอย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่, มาริโอ เกิทเซ่, มาร์โค รอยส์ ฯลฯ ให้ใช้ได้ตามใจชอบ โอลเซ่น กลับไม่มีตัวที่ฝากความหวังได้ถ้าพ้นไปจาก 11 คนแรกชุดเดิม โดยเฉพาะกลางรับคนสำคัญอย่าง นิกิ ซิมลิง ที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อขาดไปแล้วส่งผลกระทบใหญ่อย่างเห็นได้ชัด การไม่มีผึ้งงานตัวสกรีนหน้าแผงหลังอย่าง ซิมลิง เป็นประเด็นหนึ่งของการแพ้ โปรตุเกส และโดน เบนเดอร์ ยิง 2-1 ซึ่งจังหวะนี้เกิดขึ้นหลัง ซิมลิง ออกไป คริสเตียน โพลเซ่น ลงสำรองมาแทนแค่ 2 นาทีเท่านั้น
ศักยภาพในเชิงลึกคือจุดที่ตัดสินเกมทั้ง 2 นัดท้าย กระนั้นบางที เรื่องนี้อาจโทษใครไม่ได้ เมื่อระบบฟุตบอลของ เยอรมนี เข้มแข็งกว่า เดนมาร์ก แต่ไหนแต่ไรมา ตัวเลือกนักเตะระดับคุณภาพมีเยอะกว่ากันแบบคนละเรื่อง - นี่เองคือเส้นที่แบ่งแยกระหว่าง ''ยอดทีม'' กับ ''ทีมที่ดี'' และไม่ใช่ปัญหาที่โค้ชคนเดียวอย่าง โอลเซ่น จะคลี่คลายได้ด้วย
ทั้งใช่และไม่ใช่ ที่ เดนมาร์ก จะผิดหวังกับการตกรอบแรกอีกครั้ง หนสุดท้ายที่ไปไกลกว่ารอบแรกทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ต้องย้อนไปไกลถึงโน่น ยูโร 2004 จากนั้นเป็นต้นมามีทั้งตกรอบแรกและรอบคัดเลือก โดยเฉพาะกับคราวนี้ที่การเปิดหัวอย่างดี สร้างความหวังและความฝันให้ ''โรลลิแกน'' ทั้งชาติ แต่เอาเข้าจริงแล้วมันก็สามารถมองออกได้ตั้งแต่ต้นว่า นี่คือกลุ่มที่ เดนมาร์ก หมดสิทธิ์ผ่านตั้งแต่ผลจับสลากปรากฏออกมานั่นแล้ว
ทั้งใช่และไม่ใช่ ที่ โอลเซ่น จะบอกว่าทีมชุดนี้ ''มีอนาคตสดใส'' ด้วยนักเตะยังเติร์กอย่าง นิคลาส เบนท์เนอร์ (24), คริสเตียน เอริคเซ่น (20), ซิมอน เคียร์ (23) และพวกที่จะเป็นแกนหลักไปอีก 3-4 ปีสบายๆ อย่าง ซิมลิง (27), ซิมอน บุสค์ โพลเซ่น (27), วิลเลี่ยม ควิสต์ (27) และ แดเนียล แอ็กเกอร์ (27) แต่นักเตะที่ ''ดีที่สุด'' ในทัวร์นาเมนต์นี้อย่าง ไมเคิ่ล โครห์น-เดห์ลี ปีกซ้ายบรอนด์บี้ ปาเข้าไป 29 แล้ว จะยังเหลือความพลิ้วได้ไกลถึงไหน และต้องไม่ลืมว่า นี่มาถึงจุดสิ้นสุดช่วงเวลาของ โอลเซ่น แล้วด้วย ไหนจะเรื่องโค้ชใหม่ที่เข้ามา (ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร) แท็กติกที่อาจปรับเปลี่ยนใหม่ ความเข้าใจที่ต้องมาจูนกันใหม่หมด และเพื่อนร่วมกลุ่มฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกที่มีทั้ง อิตาลี กับ สาธารณรัฐเช็ก (นับ บัลแกเรีย ด้วยก็พอไหว) นี่เป็นจุดที่บอกว่า ''งานหนักสาหัส'' กำลังรออยู่ข้างหน้า
บางความเชื่อบอกว่า ถ้า เดนมาร์ก จะอยู่ในกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่บี ไม่ได้มีทีมเขี้ยวลากดินรุมล้อมแบบนี้ นี่จะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่งดงามของพวกเขา เพราะเมื่อมองดูเกมในสนามแล้ว เดนมาร์ก มีดีกว่าอีกหลายทีมที่ตอนนี้ผ่านเข้ารอบไป
แต่ก็อีกนั่นแหละ เมื่อฟุตบอลไม่เคยเปิดประตูต้อนรับเงื่อนไขคำว่า ''ถ้า'' ข้อสังเกตทั้งหมดทั้งปวงจึงไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าข้อเท็จจริง
คงใช่ ที่เดนมาร์กคือทีมชั้นดี แต่ถ้าหมายถึงการไปต่อในยูโร 2012 แล้ว คำตอบมีเพียงอย่างเดียวคือ ''ไม่ใช่''
ไกด์เถื่อน