เชื่อว่าตอนนี้โลกลูกหนังคงจะกำลังวิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างหนัก ว่าเพราะเหตุใดทีมที่มีดีกรีเป็นถึงรองแชมป์โลกล่าสุดอย่างฮอลแลนด์ ถึงได้กระเด็นตกรอบแรกยูโรแบบหมดสภาพเช่นนี้
หมดสภาพจริงๆสำหรับอัศวินสีส้ม ทีมที่ได้รับการยกให้เป็นทีมเต็ง ที่มีโอกาสจะคว้าแชมป์ยูโรหนนี้ไปครอง แต่กลับประสบกับความปราชัยไปถึง3นัดรวดแบบคาดไม่ถึง ทั้งๆที่ในทีมชุดนี้ยังมีผู้เล่นหน้าเดิมๆ และก็โค้ชคนเดิม จากชุดรองแชมป์โลกเมื่อสองปีก่อน
และในรอบคัดเลือกของยูโรหนนี้ ฮอลแลนด์ก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยชนะได้ถึง9จาก10นัด จึงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า พวกเขาจะโบกมือลารอบสุดท้ายไปแบบรวดเร็วขนาดนี้
โดยส่วนตัวผมเห็นว่า สาเหตุหลักของความล้มเหลวครั้งนี้ของพวกเขา มาจากการที่กุนซือเบิร์ต ฟาน มาไวจ์ค โดนกดดันให้เขาต้องปรับเปลี่ยนแทคติกใหม่ หลังจากที่ทีมออกสตาร์ทด้วยการพ่ายให้กับเดนมาร์กตั้งแต่ในนัดเปิดสนาม
คนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบฮอลแลนด์ มักจะติดอยู่กับสไตล์การเล่นแบบเน้นเกมรุกเป็นหลักของพวกเขา ดังนั้นเมื่อทีมพ่ายในเกมแรก ทำให้มีเสียงกดดันอย่างหนัก ให้ฟาน มาไวจ์คต้องหันมาใช้ผู้เล่นตัวรุกมากยิ่งขึ้น
กุนซือดัตช์ทำตามเสียงเรียกร้องของมหาชนทุกอย่าง ในการจัดทีมลงสู้กับโปรตุเกสนัดสุดท้าย แต่ว่าผลก็ออกมาอย่างที่เห็นกันอยู่คือ พวกเขาโดนคู่แข่งเล่นงานทั้งแนวรับ และแดนกลางที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด จนทีมต้องตกรอบไปอย่างน่าขายหน้า
คงจะยังจำกันได้ว่าฮอลแลนด์ของ ฟาน มาไวจ์คเคยโดนวิจารณ์มาแล้วหนหนึ่ง เมื่อครั้งที่เขาพาทีมไปทำศึกฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ กับการที่เขาไปปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของทีม จากแบบฉบับเดิมที่เล่นเกมรุกสวยๆ มาเป็นเน้นเกมรับมากขึ้น ซึ่งทำให้ทีมของเขา ไปได้ไกลจนถึงรอบชิงชนะเลิศ
แต่พอทีมโดนบีบให้กับมาเล่นเน้นเกมรุกอีกครั้งในทัวร์นาเม้นท์นี้ ฮอลแลนด์กลับพังไม่เป็นท่า ซึ่งตรงจุดนี้คงจะแสดงให้เห็นว่า นี่คือตัวแปรที่สำคัญในความล้มเหลวของพวกเขาในครั้งนี้
เมื่อเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่ ก็มักจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นตามมาเป็นของธรรมดา
เพราะฉะนั้นจึงน่าจับตาดูว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับทีมอัศวินสีส้มบ้าง หลังจากนี้ไป?
No.10