
"กำแพงบาร์บิคาน" หนึ่งในความทรงจำเลวร้ายสมัยสงครามโลก
อิฐแดงตั้งเด่นอยู่ใกล้โอลด์ ทาวน์ กลิ่นโศกเศร้ายังมีให้ติดตาม
เยอรมนีเคยทิ้งระเบิดแบบปูพรมเมื่อครั้งปี 1945 ถึง 1947 ประเทศนี้มีแต่ร่องรอยของความสูญเสีย
ปัจจุบัน กำแพงอิฐแดงเหล่านี้นอกจากให้บรรดาคุนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความหลัง ....พื้นที่ริมทางเดินก่อประโยชน์มากกว่านั้น โดยเฉพาะวันอาทิตย์
วันหยุดประจำสัปดาห์มาพร้อมสภาพอากาศดีเยี่ยม นอกจากสตรีทโชว์ของเหล่าคนหนุ่มสาว - บาร์บิคานยังอุดมไปด้วยศิลปะข้างถนน
ภาพวาดเกี่ยวกับโปแลนด์วางเรียงรายเรียกร้องความสนใจ
พระองค์ จอห์น พอล อดีตพระสันตะปะปา เลือดเนื้อเชื้อไขโปลิชโดยแท้กับภาพใช้มือยันหน้าผากแสดงถึงความคร่ำเคร่ง ปรากฎกายด้วยสีน้ำมัน
ตามด้วยความเสียหายสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเฉพาะบริเวณเมืองเก่ามีให้เห็นมากมายหลายรูป
จตุรัส "ซิกมุนด์ คอลัมน์" เพื่อยกย่ององค์ราชันองค์แรกของโปแลนด์มีให้เห็น รวมถึงซากปรักหักพัง "รอยัล คาสเซิ่ล" หลังเจอนาซีบุกถล่มคอยเป็นเครื่องเตือนใจ
หรือจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์,ดอกไม้, ต่างๆอีกมากมายบรรจุอยู่ที่นี่ด้วยศิลปินข้างถนนผู้รักอิสระมากกว่าเมียตัวเอง ดูพวกเขาไม่ใส่ใจกับราคาค่างวดเท่าไหร่
ขายได้กี่ภาพต่อวัน ไม่เคยมีสถิติทำไว้ - แต่ถ้าถามมาขายภาพแล้วได้เปิดวงกาแฟกี่รอบ .... อันนี้น่าสนใจกว่า แต่ละคนพกถ้วยกระติกจากบ้านพร้อมยาเส้นหนึ่งซอง นั่นถกงานศิลปะอย่างสนุกสนานจนบางครั้งลืมเรียกลูกค้า
มีหลายคนในมาดคนท่องเที่ยว ยืนฟังแล้วเกิดความสนใจทิ้งตัวลงนั่งถกด้วยก็มีให้เห็น
ภาพวาดแพงระดับ "เดอะ สกรีม" ของ เอ็ดเวิร์ด มุนซ์ เป็นประเด็นพูดคุยกันออกรส .... น่าสนใจ
ฝั่งตรงข้าม ศิลปะอีกแขนงมีให้ติดตาม
หนุ่มใหญ่ผิวกร้านสีน้ำตาลไหม้ บรรจงใช้มีดเฉพาะทางจิ้มเข้าเปลือกไม้อย่างทนุถนอม เขาก้มหน้าก้มตาไม่มองคนผ่านไปผ่านมาเหมือนนั่งอยู่สวนหลังบ้านคนเดียว
แสงแดดแผดเเผาทำอะไรไม่ได้
ทรงผมกระเซอะกระเซิงเหมือนไม่ได้ทำอะไรกับมันมานาน
เขาค่อยๆใช้มีดเฉพาะทางแกะสลักต่อเนื่อง ไม่นานนักกระทาคนเดิมเงยหน้าขึ้นมองลูกค้าแบบเพิกเฉย เอาชิ้นงานแขวนบนแผ่นไม้คล้ายแผงโชว์งานตามเอ็กซ์ซิบิชั่นต่างๆ
ไม่หลายวินาที เขากลับมาก้มหน้าแกะสลักอีกครั้ง
โลกใบนี้ ไม่มีควรสนใจมากกว่า เปลือกไม้,ลวดลลาย และมีด...เขาคงคิดแบบนั้น
คอลัมน์อื่น ๆ