คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. เปริมี่
ธีโอ ไทม์
17/06/2012 13:53:25 น.


     ช่วงเวลาแค่ 6 สัปดาห์ ของ รอย ฮ็อดจ์สัน บนบังเหียนสิงโตคำรามเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงและดูล่อแหลมต่อสวัสดิภาพของทีมชาติอังกฤษ ในยูโร 2012



        แต่อย่างน้อยแมตช์แซงชนะสวีเดน 3-2 กุนซือรุ่นปู่ ก็แสดงสัญญาณที่ดีออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว
 

        โดยเฉพาะเรื่องของการตัดสินแก้เกมวัดใจปรับเปลี่ยนใช้ตัวสำรอง และ ธีโอ วัลค็อตต์ ก็ไม่ต่างจากแจ็กพอตรางวัลใหญ่ที่ทำให้ฮ็อดจ์สันภาคภูมิใจในเดิมพันหนสำคัญของตัวเอง
 

        ย้อนกลับไปตอนที่ โอลอฟ เมลเบิร์ก เทกตัวโขกโล่งๆ แบบไร้คนกดดันเสียบเสาไกลเปลี่ยนสกอร์ให้ไวกิ้งขึ้นนำ 2-1 นั้น ฮ็อดจ์สันคงมีหลายไอเดียในหัวสมองเพื่อกอบกู้สถานการณ์ของทีมกลับมา ก่อนจะยืนยันให้สตาฟฟ์โค้ชไปแจ้งผู้ตัดสินที่สี่ว่าขอใช้สิทธิ์โควตาแรกด้วยการส่งวัลค็อตต์ลงแทน เจมส์ มิลเนอร์
 

        เจตนาของ ''ปู่รอย'' คือต้องการเพิ่มศักยภาพของเกมริมเส้น ซึ่งนอกเหนือจากธีโอแล้ว ก็ยังมีปีกอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง เป็นอะไหล่พร้อมใช้งานอีกด้วย
 

        เป้าหมายและความคาดหวังเบื้องต้นของอังกฤษ ณ ขณะนั้น คงไม่ได้มองไกลถึงขั้นให้วัลค็อตต์มาช่วยผลิตสกอร์ ขอเพียงแค่เพิ่มลีลาวูบวาบปราดเปรียวเปิดบอลให้คู่กองหน้า แอนดี้ แคร์โรลล์ หรือ แดนนี่ เวลเบ็ค ได้มีโอกาสลุ้นสกอร์มากกว่าเดิมก็ดีถมไปแล้ว 
 

        หากมองปีกสองข้างที่ลงเป็น 11 คนแรกอย่างตรงไปตรงมาก็ต้องยอมรับว่าทั้ง มิลเนอร์ และ แอชลี่ย์ ยัง แทบไม่ได้กดดันฟูลแบ็กซ้าย-ขวาสวีดิชเลย โดยเฉพาะในรายของยังนั้นดูแย่เสียยิ่งกว่า เพราะนอกจากจะไม่สร้างประโยชน์ใดๆ แล้ว ยังทำบอลเสียมากสุดถึง 18 หน เท่ากับแคร์โรลล์อีกต่างหาก
 

        หนึ่งในเหตุผลที่ยังโชว์ฟอร์มไม่ออก อาจเกิดจากความสับสนเรื่องตำแหน่ง เพราะตั้งแต่แมตช์อุ่นเครื่องยันเกมเปิดหัวกับฝรั่งเศส เขาถูกจับไปเล่นหน้าต่ำ และพอกลับมาประจำการริมเส้นเลยเกิดอาการทำตัวไม่ถูก
 

        ทว่าศักยภาพเรื่องการทะลวงประตูในตัวเขาก็ทำให้ฮ็อดจ์สันเลือกที่จะเก็บเขาไว้ในสนาม และถอดมิลเนอร์ที่โดนใบเหลืองเรียบร้อยออกไปแทน
 

        ซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง เป็นของคู่กับฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ยักษ์อยู่เสมอ และมากกว่าเรื่องของฝีเท้าทักษะความสามารถแล้ว บางทีจังหวะและโชควาสนาก็เข้ามามีเอี่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 

        วัลค็อตต์ไม่เคยทำประตูให้อังกฤษได้เลย นับจากวันตะบันแฮตทริกใส่โครเอเชีย ในเวิลด์ คัพ 2010 รอบคัดเลือก เมื่อเดือนกันยายน 2008 และลูกซัด 20 หลาที่พุ่งเสียบตาข่ายเล่นงาน อันเดรียส อิซัคส์สัน แทบล้มทั้งยืนนั้น ก็เป็นภาพที่หาดูยากตลอดวีรกรรมบนสังเวียนแข้งของดาวเตะไฮสปีดรายนี้
 

        มันอาจไม่ใช่จุดเด่นหรือเครื่องหมายการค้าที่ผู้คนคุ้นเคยกัน แต่มันกลายเป็นอีกผลงานชิ้นโบแดงที่ใครอยากจดจำเรื่องราวของวัลค็อตต์ในนามทีมชาติอังกฤษ
 

        แล้วเมื่อทุกอย่างเป็นใจเข้าทางปืนไปซะหมด จังหวะกระชากแหกแนวรับไวกิ้งและปาดเรียดเข้ากลางแบบย้อนตัดหลังเล็กน้อย ก็ดันกลายเป็นของดี พร้อมได้รับเสียงเยินยอว่าคือลูกใส่พานให้เวลเบ็คสังหารประตูชัยอย่างฉลาดปราดเปรื่อง
 

        1 ประตูบวก 1 แอสซิสต์เลอค่า เพียงพอที่ทำให้สื่อทุกสำนักยัดเยียดตำแหน่ง ''แมน ออฟ เดอะ แมตช์'' แบบเป็นเอกฉันท์ให้กับวัลค็อตต์ แล้วเมื่อลงลึกในรายละเอียดก็ยิ่งรู้ซึ้งถึงคุณภาพตลอด 34 นาที ที่อยู่ในสนาม และค่าเฉลี่ยที่ออกมาก็คงทำให้คนที่โดนแทนอย่าง มิลเนอร์ อดน้อยใจไม่ได้ เพราะความทุ่มเทของแข้งสารพัดประโยชน์จากทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกล่าสุดตลอดหนึ่งชั่วโมงของเกม แทบกลายเป็นความพยายามที่ไร้ค่าไปโดยปริยาย 



ธีโอ วัลค็อตต์ ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงพลิกสถานการณ์ช่วยให้อังกฤษสยบสวีเดน ได้อย่างลุ้นระทึก

 

        60 นาที ของมิลเนอร์ แยกเป็นการครองบอลรวม 1.01 นาที, ครอสบอลเข้ากลาง 5 หน ได้ผล 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการผ่านบอล 30 ครั้ง ก็ตรงเป้าหมายดีถึง 93 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีโอกาสหวังผลจากการทำประตูเลยซักนิด   
 

        ความจริงฟอร์มของมิลเนอร์ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร แต่ก็จำต้องหลีกทางให้กับตัวเลขเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ของธีโอ ซึ่งได้บอลมาครองไม่ถึง 20 วินาที ด้วยซ้ำ แต่ทุกอย่างที่หลุดจากสตั๊ดของเขาล้วนเข้าฝักไปหมด ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งหนที่สับไกยิงประตู หรือ 2 ครั้ง ที่ครอสบอลเข้ากลาง และ 5 เที่ยวที่จ่ายลูกให้เพื่อนร่วมทีม
 

        วัลค็อตต์ คือคีย์แมนสำคัญที่ทำให้อังกฤษชนะสวีเดน ได้เป็นครั้งแรกในฟุตบอลรายการระดับเมเจอร์ และเป็นที่ชื่นชมล้นหลามกับการใช้เวลาอย่างคุ้มค่า นับตั้งแต่กระโดดจากม้านั่งสำรอง
 

        นัดสุดท้ายของรอบแรก กลุ่ม ดี อังกฤษ ต้องดวลกับ ''เจ้าภาพร่วม'' ยูเครน โดยขอแค่ผลเสมอก็จะฉลุยเข้าน็อกเอาต์ แต่การชนะและยิงประตูให้ได้มากๆ น่าจะไฉไลมากกว่า เพราะมันอาจทำให้สิงโตคำรามไม่ต้องชนกับของแข็งอย่าง สเปน ที่มีดีกรี ''แชมป์เก่าและเต็งหนึ่ง'' ของรายการค้ำคออยู่ แต่ก็ต้องคอยเช็กผลอีกคู่ของสายเดียวกันว่า ฝรั่งเศสจะยังไงกับทีมที่ตกรอบไปแล้วอย่าง สวีเดน
 

        ในวันอังคารหน้าที่โดเนตส์ค เวย์น รูนี่ย์ จะพ้นโทษแบนพร้อมกลับมาช่วยสิงโตคำรามอีกครั้ง และฮ็อดจ์สันเองก็ยอมรับว่าคงปล่อยให้แข้งคนพิเศษรายนี้นั่งดูอยู่ข้างสนามอีกไม่ได้แล้ว 
 

        ขณะที่ ธีโอ วัลค็อตต์ ก็น่าจะได้โอกาสยึดตำแหน่งตัวจริงคืนมา และมีเวลาเหลือเฟือให้ใครๆ ตะลึงทึ่งไปกับช่วงนาทีทองของเขา  
   

* เปริมี่ *

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : เปริมี่

จำนวนเรื่อง : 68
All post : 601
All view : 809,464
คอลัมน์ ยูโร 2012

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263