รองประธานชมรมมวยสยามภาคอีสาน ''สร้างสรรค์เสียสละเพื่อวงการมวยด้วยใจเกินร้อย''
เป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของคนทำมวยภูธรด้วยหัวใจรักมวยอย่างแท้จริงที่ไม่มีใครเลยที่จะกล้าปฏิเสธได้ว่านักมวยจะโด่งดังได้ต้องเกิดมาจากดินกันทั้งนั้น โดยเฉพาะวงการมวยภูธรเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างมวยจากรากหญ้าขึ้นไปสู่ดวงดาวจรัสฟ้า เช่นกันกับนายตำรวจภูธรคนนี้ที่เดินเข้ามาสู่วงการมวยมาถูกทางแล้วกับการสร้างนักมวยภูธรสู่เมืองกรุง เป็นการเสียสละเพื่อวงการมวยตามหัวใจปรารถนาอยากเห็นความเจริญก้าวหน้าของนักมวยอยากให้วงการมวยแข็งแกร่งเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
ในอดีตจังหวัดมหาสารคามเคยมีค่ายมวยศิษย์ศรจันทร์ ตั้งอยู่ที่บ้านลาด ต.ลาดพัฒนา อ.เมือง โดยมี คุณพ่อจันทร์ ยศพล เป็นหัวหน้าค่าย ได้ทำมวยอยู่หลายปี ซึ่งจุดนี้เองเป็นประกายไฟของ ''หมวดรัน'' ร.ต.ต.นิรันดร์ ยศพล ที่ได้เข้ามาทำมวยในเวลานี้เป็นหัวหน้าค่ายมวยดาบรันสารคาม และเป็นรองประธานชมรมมวยสยามภาคอีสาน ที่จะร่วมอุดมการณ์ในแนวทางเดียวกัน รวมพลังสามัคคีสร้างสรรค์วงการมวยให้ยิ่งใหญ่เจริญรุ่งเรือง
ประวัติย่อๆ ของ หมวดรัน สารคาม มีชื่อจริงว่า ร.ต.ต.นิรันดร์ ยศพล เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2501 ที่หมู่บ้านลาด ต.ลาดพัฒนา อ.เมือง จ.มหาสารคาม ที่บ้านตั้งค่ายมวยศิษย์ศรจันทร์ มี คุณพ่อจันทร์ ยศพล เป็นหัวหน้าคณะ ด้วยความคุ้นเคยอยู่กับมวยจึงทำให้หมวดรันมีโอกาสได้ขึ้นสังเวียนชกมวย แต่ชกไม่กี่ครั้ง เพราะเน้นเอาดีทางการเรียนหนังสือจนกระทั่งสอบติดตำรวจเรียนที่ตำรวจภูธร 3 จอหอรุ่น 29 ปี พ.ศ. 2521 พอเรียนจบเข้าทำงานที่กองบัญชาการตำรวจภูธร 2 จ.นครราชสีมา จากนั้นปี 2525 ย้ายไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี ได้เป็นลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.ต.ชลินทร์ เปลี่ยนขำ ผู้บังคับการตำรวจภูธร 5 จนกระทั่งมาถึงปี 2530 ย้ายมาประจำอยู่ที่สภ.เมืองมหาสารคาม จนถึงปัจจุบันนี้และเมื่อเร็วๆ นี้ก็พึ่งได้ประดับยศเป็นนายร้อยตำรวจ ปัจจุบันนี้หมวดรันพักอยู่บ้านเลขที่ 106/1 ถ.มหาชัยดำริ อ.เมือง จ.มหาสารคาม มีภรรยา คุณพรทิภา ยศพล เป็นคู่ครองชีวิตและลูกๆ
''แต่ก่อนผมก็เคยชกมวย แต่ชกไม่กี่ครั้งครับ แค่อยากลองหาประสบการณ์เพราะว่าชอบมวย โดยก่อนนั้นผมก็เคยจัดมวยมาเช่นกัน เป็นงานประจำปีงานบุญเบิกฟ้าและกาชาดจังหวัดมหาสารคาม จัดตั้งแต่ปี 2534-2539 โดยได้รับความไว้วางใจจาก พ.ต.ท.พิรุณ สิงห์ทิพย์พันธ์ สารวัตรใหญ่สมัยนั้นให้เป็นคนจัดมวย ซึ่งผมก็ร่วมกับเซียนมวยดังของมหาสารคามมาร่วมแรงกัน งานจึงสำเร็จลุล่วงทุกปีครับ''
''สำหรับการเข้ามาทำค่ายมวยนั้น ทางด้าน อ.สำอาง วิริยะ เข้ามาชักชวน เพราะว่าเป็นญาติพี่น้องกัน แกบอกว่าเวลานี้ค่ายมวยกำลังลำบากเพราะขาดเสาหลัก อ.ทวีศิลป์ วิริยะ ได้เสียชีวิต ทำให้ค่ายมวยเดินต่อไปไม่ไหว แล้วว่าจะยุบค่าย แต่ทางพ่อแม่ของนักมวยตลอดทั้งนักมวยก็ต้องการที่จะสู้ต่อ ไม่ยอมเลิก เขาจึงมาให้ผมช่วยเหลือ ผมจึงตัดสินใจช่วยเหลือ รับดูแลทั้งหมด จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นค่ายดาบรันสารคาม เมื่อปลายปี 2553 ครับ แต่ทว่าก็ยังเป็นทาง อ.สำอาง เป็นคนดูแลจัดการในค่ายเหมือนเดิม เพียงแต่ผมจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง และนักมวยไม่ว่าจะไปชกที่ไหนชนะกลับมา มีเงินพิเศษเพิ่มให้อีกทุกครั้ง เด็กจึงมีความตั้งใจอย่างมากที่จะต้องเอาชนะให้ได้''
นับตั้งแต่ปี 53 ที่มีชื่อค่ายมวยดาบรันสารคามขึ้นทำเนียบค่ายมวย จนกระทั่งมาถึงเวลานี้มีชื่อเสียงดังไปทั่วทั้งประเทศ แล้วจากการทุ่มเทหมดทั้งหัวใจ ทำเพื่อค่ายมวยของ ร.ต.ต.นิรันดร์ ยศพล และทีมงานของ อ.สำอาง วิริยะ จึงทำให้แฟนมวยเชื่อถือเรื่องคุณภาพของนักมวยทุกตัวที่ปล่อยออกไปชก ปัจจุบันนี้มีมวยในค่ายทั้งหมดคือ ชูเจริญ-ฟ้าสยาม-บักโจ้-ป่าจั่น-โชคพิชิต-รุ่งศิริ-รุ่งเจริญ-มาลัยทอง เมื่อเร็วๆ นี้เองที่ ฟ้าสยาม ดาบรันสารคาม สามารถไปคว้าแชมป์มวยสยามภาคอีสานรุ่น 54 กก. มาประดับค่ายเป็นเข็มขัดเส้นแรก สร้างความภาคภูมิใจให้กับหมวดรันกับภรรยา คุณพรทิภา เป็นอย่างมาก จึงจัดฉลองแชมป์อย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี และหมวดรันยังให้เด็กนักมวยทุกคนยึดข้อปฏิบัติของค่ายมวยคือ
''ห้ามเกี่ยวข้องยาเสพติด-ห้ามลักทรัพย์-ห้ามทะเลาะวิวาท-ห้ามออกเที่ยวเมื่อมีรายการชก''
ทำมวยนับว่าประสบความสำเร็จแล้ว หมวดรัน สารคาม ยังได้รับตำแหน่งเป็นรองประธานชมรมมวยสยามภาคอีสานที่มี ''นายกตุ้ย'' เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เป็นประธานเพื่อร่วมกับผู้สื่อข่าวภาคอีสานขับเคลื่อนให้ชมรมเข้มแข็งเพื่อสร้างสรรค์ให้กับวงการมวยมีความเจริญรุ่งเรือง นับว่าเป็นความเสียสละเพื่อวงการมวยของ หมวดรัน สารคาม อย่างแท้จริง ด้วยหัวใจที่รักมวย อยากทำเพื่อมวย
''สาเหตุที่ผมชอบมวย เพราะมวยเป็นกีฬาของลูกผู้ชายที่ต่อสู้กัน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีแต่ความจริงใจ รู้แพ้รู้ชนะ มีน้ำใจให้ต่อกัน ในส่วนเรื่องที่เข้ามาทำมวยเพราะชอบมวยอยู่แล้ว สนับสนุนนักมวยดีกว่าให้เขาไปติดยาเสพติดหรืออบายมุข ซึ่งผมก็ยินดีที่จะรับอุปการะรับนักมวยทุกคน แต่ต้องอยู่ในกฎกติกาของค่าย และเรื่องของชมรมมวยสยามภาคอีสาน ในฐานะที่ตัวผมเป็นรองประธานก็มีความยินดีมากครับที่จะได้ร่วมกันสร้างสรรค์วงการมวย แต่ผมอยากให้คนในชมรมมีความรักสามัคคีกันก่อน ดูแลทุกข์สุขกันได้ จากนั้นก็ต้องดูแลนักมวย ดูแลหัวหน้าค่ายมวยได้ อยากให้นักมวยที่เป็นแชมป์ของชมรมมีเงินเดือนเพื่อเพิ่มกำลังใจให้กับนักมวย สุดท้ายนี้ผมพร้อมที่จะเสียสละเพื่อวงการมวย พร้อมที่จะช่วยเหลือคนวงการมวยที่เดือดร้อน และส่งเสริมนักมวยทุกคนให้มีความเจริญก้าวหน้า มีอนาคตที่รุ่งเรืองต่อไปครับ''
นำพิชิต