คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. เป้ง เกาะเกร็ด
เรื่องน่ารู้ของคาร์คีฟ
16/06/2012 14:51:57 น.
Share :
Tweet
แบ่งบัน
นับเป็นครั้งแรกที่ใช้ชีวิตอยู่ในคาร์คีฟเกิน 1 วัน เนื่องจากต้องอยู่เพื่อรอดูเกมระหว่าง ยูเครน เจ้าภาพที่เริ่มต้นได้ดี กับทีมชาติฝรั่งเศส ที่เปิดหัวด้วยการเจ๊ากับอังกฤษ
บรรยากาศในเมืองนี้ยามไร้โปรแกรมการแข่งขันค่อนข้างเงียบเหงา ผมได้เห็นแต่ผู้คนท้องถิ่นเดินทางไปทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ ผู้คนในสถานีรถไฟใต้ดินเมโทรลดจำนวนลง เสียงโหวกเหวกเอะอะจากแฟนลูกหนังหายไปจนกลายเป็นเมืองเงียบๆ พื้นๆ เมืองหนึ่งเท่านั้น และพอไม่มีเกมลูกหนังให้ต้องรายงาน ผู้ชายอย่างผมจะทำยังไงดีล่ะ จะไปชมสนามฟุตบอลยามไร้เกมแข่งขันก็เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เพราะในยุโรป การเดินเข้าสนามฟุตบอลยามไม่มีเกมการแข่งขันเพื่อเที่ยวชม ไม่ได้ทำได้ง่ายๆ เหมือนการเข้าสู่สนามศุภชลาศัยในบ้านเรา พูดง่ายๆ ก็คือเขาปิดครับ และการเข้าในเวลาที่ปิดทำการ จะต้องมีการติดต่อกับสหพันธ์ลูกหนังของประเทศและมีการประสานงานมาโดยตรง ยุ่งยากไหมล่ะ?!
ดังนั้น สิ่งที่ผมพอจะคิดออกก็คือ การท่องเที่ยวคร้าบ แหม แต่ว่า ไอ้การเที่ยวแบบกระจุยกระจายทั้งวันทั้งคืนชนิดแบบรายการทัศนาจรก็คงจะทำไม่ได้แน่ๆ เพราะเราไม่ได้มีรถเช่าเพื่อขับขี่อย่างสะดวกโยธิน หรือมีความชำนาญราวกับคนท้องถิ่น ดังนั้น สิ่งที่ผมพอจะทำได้ คือการท่องเที่ยวแบบเดินเท้า และอาศัยรถไฟใต้ดินที่่เราพอมีความรู้ในการเดินทางนั่นเองครับ อีกอย่าง ผมคิดว่ารายการท่องเที่ยวที่ผมและทีมงานจะทำนั้น มันมีความสำคัญน้อยกว่าการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปไม่มาก หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ผมคิดว่ามันสำคัญไม่น้อยกว่ากันเท่าไหร่เลย เพราะลองคิดดูว่า นอกจากทีมข่าวของผมและอีกหลายสำนักจากประเทศไทยรวมกันไม่เกิน 12 ชีวิต พร้อมด้วยจำนวนประชากรไทยที่ประกอบอาชีพอยู่ในยูเครนอีกราว 200 คน ก็คงไม่มีใครได้มีโอกาสมาเยือนดินแดนแห่งนี้มากนัก ผมและทีมงานจึงต้องถ่ายทอดบรรยากาศของแดนดินยุโรปตะวันออกแห่งนี้ให้ท่านผู้ชมผู้ฟังได้รับรู้บ้างให้ได้
สถานที่แรกที่เราได้เดินทางไปถ่ายทำก็คือบริเวณแฟนโซนของเมืองคาร์คีฟ เพราะนอกจากจะเป็นบริเวณที่เจ้าภาพจัดให้แฟนบอลรวมตัวกันแสดงอารมณร่วมทางเกมลูกหนังแล้ว สถานที่แห่งนี้ ยังมีประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การจดจำอีกด้วย เพราะถ้ามองดูเผินๆ ในทีแรก ก็อาจจะคิดว่าเป็นเพียงลานกว้างโล่งๆ ธรรมดาๆ ที่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือใช้จัดงานใหญ่ๆ เท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว สถานที่แห่งนี้กลับเป็นพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ และเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเอกราชแห่งยูเครน ที่มีชื่อว่า ซโวบอดี้ สแควร์ หรือ ฟรีด้อม สแควร์ ในภาษาอังกฤษ
สโวบอดี้สแควร์ มีชื่อเดิมว่า เซซินสกี้ สแควร์ ตามชื่อของ เฟลิกซ์ เซซินสกี้ หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต และเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรตำรวจลับเชก้า หรือที่มีชื่อในปัจจุบันว่า ''เคจีบี'' นั่นเอง (ชื่อนี้คอหนังฮอลลีวู้ดต้องรู้) โดยใช้ชื่อนี้มาตั้งแต่ในปี 1925-1991 จึงเปลี่ยนมาเป็น สโวบอดี้สแควร์ หรือ ฟรีดอม สแควร์ ซึ่งมีความหมายว่า จตุรัสแห่งอิสรภาพ หลังได้รับการประกาศเอกราชให้เป็นประเทศยูเครน เนื่องจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และถือเป็นโอกาสอันดี ที่จตุรัสแห่งนี้ จะได้กลายเป็นที่เฉลิมฉลองการได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในศึกยูโร 2012 อีกด้วย
สถานที่ถัดมาก็คือ อนุสาวรีย์ วลาดิเมียร์ เลนิน ที่มีชื่อเต็มว่า วลาดิมีร์ อิลลิช เลนิน ผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิส คนแรกของสหภาพโซเวียต ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกและเป็นเจ้าของแนวคิดส่วนใหญ่ในลัทธิเลนิน ผู้ซึ่งทำการปฏิวัติล้มล้างระบบกษัตริย์ของรัสเซียในปี พ.ศ. 2460 และตั้งตนเป็นผู้นำประเทศและรีบทำการเจรจาสงบศึกกับฝ่ายเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อทุ่มกำลังปราบปรามฝ่ายต่อต้านในสงครามกลางเมืองของรัสเซียที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2461-2464 และทำให้ประเทศสงบสุขในช่วงหนึ่ง
ส่วนสถานที่สุดท้ายที่นำเสนอในวันนี้ คืออาคารเดร์ซพรอม ซึ่งถ้าทุกท่านได้มาเห็นก็คงพากันงงเป็นไก่ตาฟางว่า นี่หรือคือไฮไลท์แห่งเมืองคาร์คีฟ?? เนื่องจากรูปแบบของอาคารที่สุดแสนจะธรรมดาเรียบง่าย ไร้ซึ่งลวดลายและความคลาสสิค ทำให้แม้แต่ผมเองก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า มันสำคัญอย่างไรกับประเทศนี้
แต่เมื่อได้ลองศึกษาประวัติดูแล้วก็พอจะเข้าใจได้ครับ เพราะอาคารแห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นในสมัยที่ยูเครนยังเป็นอาณาจักรของโซเวียต และเป็นอาคารทรงทันสมัยแห่งแรกของประเทศ โดยแหวกแนวจากการสร้างตึกแบบทึบ เป็นการสร้างหน้าต่างบานกระจกเพื่อความโปร่งแสงของตัวอาคาร ลดภาพที่ทึบตันให้ดูสบายตาด้วยการใช้หน้าต่างกระจกถึง 4,500 บาน ก่อให้เกิดเป็นตึกที่ทันสมัยที่สุดแห่งยุค และยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างตึกกระจกใสในปัจจุบันอีกด้วย ซึ่งทุกวันนี้ อาคารแห่งนี้ยังคงเปิดทำการเป็นศูนย์ราชการของยูเครน และเป็นศูนย์กลางเศรษกิจของเมืองคาร์คีฟด้วย
นับเป็นประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าภายใต้การก่อสร้างที่เรียบง่าย ซึ่งถ้าเราไม่ได้ศึกษาก่อน ก็คงไม่รู้เลยว่า ท้องถนนที่เราย่ำเดินไป อาคารสิ่งก่อสร้างที่เราไม่เคยสนใจ มีประวัติศาสตร์น่ารู้เพียงใดที่ควรค่าแก่การจดจำ
Share :
Tweet
แบ่งบัน
คอลัมน์อื่น ๆ
มาถึงกดังคส์ตั้งแต่บ่ายอ่อนๆ
เมื่อยอดดาวยิงกลับมาแล้ว
โอกาสสุดท้าย
พลาซิล v โพลันสกี้
Comment
นามปากกา : เป้ง เกาะเกร็ด
จำนวนเรื่อง : 8
All post : 3
All view : 5,035
คอลัมน์ ยูโร 2012
ไก่ป่า
มาถึงกดังคส์ตั้งแต่บ่ายอ่อนๆ
View : 3 Post : 0
เอล นินโญ่
เมื่อยอดดาวยิงกลับมาแล้ว
View : 1,404 Post : 0
TeeNo
โอกาสสุดท้าย
View : 1,007 Post : 0
ไม่ระบุ
พลาซิล v โพลันสกี้
View : 389 Post : 0
เปสเช่
2-2 สกอร์สยองของอัซซูรี่!!
View : 3,655 Post : 1
Recommend on Google
Follow @siamsport_news
© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท
|
ติดต่อเรา
|
ลิขสิทธิ์
|
ร่วมงานกับเรา
|
ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263