| 16/06/2012 13:09:38 น. |

เป็นเรื่องไม่ธรรมดาที่ สวอนซี ซิตี้ ทีมเล็กๆจากเวลส์ สามารถหว่านล้อมจน ไมเคิ่ล เลาดรู๊ป มาเป็นกุนซือคนใหม่ เพราะเขาคนนี้คือตำนานวงการลูกหนังแดนโคนม ผู้เคยเล่นให้สโมสรยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง ยูเวนตุส, บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาแล้ว
สถานีลูกหนังแห่งสุดท้ายก่อนมา สวอนซี คือ มายอร์ก้า ในลา ลีกา สเปน
อดีตจอมทัพซึ่งผ่านการเตะให้ทีมชาติเดนมาร์ก 104 นัด ยิงได้ 37 ประตู ตกลงเซ็นสัญญา 2 ปี เพื่อเข้ามารับงานในถิ่น ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม แทน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งย้ายไปอยู่ ลิเวอร์พูล เจ้าตัวตกงานมาเกือบปี หลังลาออกจาก เรอัล มายอร์ก้า เมื่อ 27 กันยายน เพราะมีปัญหากับ ลอเรนโซ่ เซร์ร่า เฟร์เรร์ ผู้อำนวยการสโมสร โดยเฉพาะเรื่องการปลด เอริค ลาร์เซ่น ผู้ช่วยของเขา ทั้งๆหนึ่งฤดูกาลที่ร่วมงานกัน เลาดรู๊ป สามารถช่วยให้ มายอร์ก้า ซึ่งมีปัญหาทางการเงินถึงขั้นล้มละลายจนต้องขายนักเตะออกไปเกือบหมด แถมโดนตัดสิทธิ์จากการเตะ ยูโรป้า ลีก อยู่รอดบน ลา ลีกา สเปน ก่อนหน้านั้นก็เคยพา เคตาเฟ่ เข้าชิงชนะเลิศ โคปา เดล เรย์ ปี 2008 วิธีบริหารทีมเล็ก ทุนต่ำ ให้ประสบความสำเร็จได้ อาจเป็นผลงานเข้าตา สวอนซี เพราะพวกเขาก็มีงบประมาณไม่มากนัก แต่เป้าหมายเดียวที่ต้องการคือลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ต่อไปให้นานที่สุด
ตำนานหมายเลข 10 ของทีมชาติเดนมาร์ก
ตอนออกจาก เคตาเฟ่ เมื่อปี 2008 เลาดรู๊ป คือกุนซือเนื้อหอม เพราะทำให้ทีมลูกเมียน้อยแห่งกรุงมาดริด มีการเล่นอันน่าตื่นตื่นใจด้วยสไตล์บุกอย่างไหลลื่น แบบเดียวกันกับสมัยเขายังเป็นจอมสร้างสรรค์เกมอยู่ในสนาม สโมสรที่ให้ความสนใจมีทั้ง บาเลนเซีย, พานาธิไนกอส, ซีเอสเคเอ มอสโก, เบนฟิก้า รวมทั้ง เชลซี, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จากอังกฤษ แต่กลับเลือก สปาร์ตัค มอสโก ซึ่งมีโอกาสร่วมงานกันเพียง 7 เดือน ปลายปี 2009 มีข่าว แอตเลติโก มาดริด อยากดึงตัวไปคุมทัพแทน อาเบล เรซิโน่ แต่สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ ก่อนลงเอยกับ มายอร์ก้า ช่วงกลางปี 2010 แม้แต่ตอนที่ลาออกจากสโมสรดังกล่าว ก็ยังมีกระแสเป็นระยะว่าหลายค่ายให้ความสนใจ แต่ไม่มีใครคิดว่าสุดท้าย เลาดรู๊ป จะเลือกมาอยู่ สวอนซี ในลีกที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนตลอดชีวิต
ครั้งหนึ่งก็เคยอยู่ บาร์เซโลน่า และคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 1992 และแชมป์ ลา ลีกา 4 สมัยซ้อน
นอกจากชอบเน้นเกมรุก เอกลักษณ์อีกอย่างในการคุมทัพของ เลาดรู๊ป คือไม่ค่อยชอบใช้ผู้เล่นสูงอายุ แต่พอใจกับการให้โอกาสดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์มากกว่า เป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยกุมบังเหียน บรอนด์บี้ ไอเอฟ สโมสรแห่งแรกในอาชีพกุนซือ จนพาต้นสังกัดซิวดับเบิ้ลแชมป์เดนมาร์ก เมื่อปี 2005 ช่วงปี 200206 เขาเคยปั้น ดาเนี่ยล แอ็กเกอร์ กับ นิกิ ซิมลิ่ง 2 นักเตะหลักของทีมชาติเดนมาร์ก ชุดปัจจุบัน พอไป เคตาเฟ่ ก็ให้ ออสการ์ อุสตารี่ และ เอสเตบัน กราเนโร่ 2 นักเตะอาร์เจนไตน์ แจ้งเกิดใน ลา ลีกา ประเด็นนี้ก็ยิ่งเหมาะกับ สวอนซี ซึ่งช่วงหลังเริ่มใช้บริการนักเตะอายุน้อยๆ อย่าง กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, นีล เทย์เลอร์, สตีเว่น คอลเกอร์, โจ อัลเลน และ จอช แม็คเอคราน มากขึ้น เลาดรู๊ป คงไม่เหงากับชีวิตในอังกฤษ เพราะเพื่อนร่วมชาติ เช่น ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส, นิคลาส เบนด์ทเนอร์, โธมัส โซเรนเซ่น, อันเดรียส์ ลินเดการ์ด กับ แอ็กเกอร์ ก็อยู่ใน พรีเมียร์ลีก เหมือนกัน
เนื้อหอมมากสมัยประสบความสำเร็จกับ เคตาเฟ่
''ผมคุยกับประธานสโมสรเรียบร้อยแล้ว และยินดีมากที่ได้เซ็นสัญญากับ สวอนซี มันจะเป็นประสบการณ์ใหม่ และผมตั้งตาคอยมันอยู่เช่นกัน ที่ผ่านมาเคยพูดกับหลายๆคนเกี่ยวกับ สวอนซี ชมเกมในอดีตผ่านดีวีดี แต่คงต้องเรียนรู้กันอีกเยอะ ทุกคนรู้สไตล์การเล่นของพวกเขา และมันเหมาะสมกับวิธีคิดของผมมาก'' โค้ชวัย 48 ปี เจ้าของสถิติผู้เล่นเพียงคนเดียวซึ่งคว้าแชมป์ลีก สเปน 5 สมัยติดต่อกัน จนได้เป็นผู้เล่นต่างชาติที่ดีสุดในวงการลูกหนังกระทิงดุในรอบ 25 ปี เมื่อปี 1999 แถมซิวแชมป์ลีกกับ ยูเวนตุส และ อาแจ็กซ์ กล่าว โดย สวอนซี ก็มีชื่อเสียงเรื่องการให้โอกาสกุนซือรุ่นใหม่ พัฒนา และแสดงฝีมือออกมา แม้จะถูกสโมสรอื่นดึงตัวไปในเวลาไม่นาน เช่น โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ, เปาโล ซูซ่า รวมถึง ร็อดเจอร์ส แต่พวกเขาได้ค่าชดเชยจากการเสียทั้ง 3 รายรวมกันกว่า 10 ล้านปอนด์
แต่ล้มเหลวไม่เป็นท่ากับ สปาร์ตัค มอสโก
ยุคนี้ไม่ค่อยมีกุนซือชาวเดนิช ประสบความสำเร็จในต่างแดน ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันคือ ลาร์ส โอลเซ่น กับ คิม โพลเซ่น ซึ่งคุมทีมชาติหมู่เกาะฟาโร และ แทนซาเนีย รวมทั้ง เฟลมมิ่ง คริสเตนเซ่น ของสโมสร ไอเอฟ ฟูกลาฟยอร์ดูร์ ในลีกไอซ์แลนด์ ก็หวังว่า เลาดรู๊ป จะกลับมาโชว์ฝีมือการเป็นโค้ชผู้ชื่นชอบเกมรุกที่สนุกสนาน ด้วยพลังของนักเตะดาวรุ่ง ให้เราได้เห็นกันอีกครั้ง และช่วย สวอนซี สร้างผลงานอันโดดเด่น เหมือนฤดูกาลก่อนด้วยเช่นกัน

| Recommend on Google |