เขาคือนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก
เขาคือนักเตะที่ยิงไปถึง 60 ประตูกับต้นสังกัดในฤดูกาลที่ผ่านมา
เขาคือนักเตะที่เคยคว้า บัลลง ดอร์ เมื่อปี 2008 มาแล้ว
และเขาคือนักเตะที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกว่าสมควรมีค่าตัวมหาศาลกว่า 200 ล้านปอนด์
กระนั้นกับทีมชาติโปรตุเกสเขาคนนี้กลับไม่สามารถที่จะแสดงความมหัศจรรย์ออกมาได้เลย หรือถ้ามีก็ประปรายแทบจะนับครั้งได้
เกมล่าสุดที่ทัพ ''ฝอยทอง'' เฉือนชนะ เดนมาร์ก ไปแบบหืดจับ 3-2 เป็นอีกครั้งที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โชว์ฟอร์มน่าผิดหวังออกมา โดยเฉพาะกับการพลาดโอกาสทำประตูในจังหวะหลุดเดี่ยวสองครั้งซ้อน จนทำให้เหล่าแฟนบอลฝั่งตรงข้ามออกมาเย้ยหยันตะโกนชื่อ ลิโอเนล เมสซี่ ใส่กัปตันทีมชาติโปรตุเกส
คงไม่ต้องอธิบายให้มากความว่าหมายถึงอะไร เพียงแต่ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นคือระยะหลัง เมสซี่เริ่มจะสามารถระเบิดฟอร์มเทพกับทีมชาติอาร์เจนตินาได้แล้ว ซึ่ง 3 เกมหลังสุดเจ้าของซูเปอร์สตาร์จากบาร์เซโลน่ากดไปถึง 7 ประตูกับทัพ ''ฟ้า-ขาว'' โดยเฉพาะกับการทำแฮตทริกใส่ สวิตเซอร์แลนด์ และ บราซิล
เป็นการเปรียบเทียบที่แสบทรวงดีแท้ แต่มันก็เป็นสถานการณ์ที่โรนัลโด้เจอมาอยู่ตลอด กระทั่งเกมล่าสุดนี้เองที่ความอดทนของดาวเตะวัย 27 ปีหมดลง เมื่อได้ออกมาสัมภาษณ์ตอบโต้และเอ่ยชื่อถึงเมสซี่แบบเต็มๆ
''รู้ไหมว่าช่วงเวลานี้ของปีที่แล้วเขา (เมสซี่) ทำอะไรอยู่? เขากำลังจะตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโคปา อเมริกา ในบ้านเกิดของตัวเขาเอง''
แน่นอนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยกับการที่โรนัลโด้จะให้สัมภาษณ์ด้วยการยกเหตุผลความย่ำแย่ของเมสซี่ ออกมาให้ได้เห็น จึงพอสรุปได้ว่าสำหรับสถานการณ์ของเจ้าตัวกับทีมชาติยามนี้กำลังอยู่ในช่วงแห่งความกดดันอย่างหนัก
ความจริงประเด็นเรื่องของโรนัลโด้ใน ยูโร 2012 นั้นได้ร้อนระอุออกมาตั้งแต่หลังจบเกมแรกที่แพ้ เยอรมนี 0-1 แล้ว โดยมีข่าวหลุดมาว่า ซีอาร์ 7 ได้มีปากเสียงกับ เปาโล เบนโต้ อย่างรุนแรง ถึงขนาดที่ว่าไม่ยอมลงฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมในวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนที่ข่าวลือนี้จะได้รับการยืนยันว่าไม่เป็นความจริงในภายหลัง
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ฟอร์มดับสนิทกับทีมชาติใน 2 นัดเเรกของยูโร 2012
ไม่มีใครกล้าเถียงเรื่องความสุดยอดในฝีเท้าของแข้งวัย 27 ปีแน่นอน และเลิกคิดถึงความเป็นไปได้ที่เบนโต้จะไม่ส่งโรนัลโด้ลงเป็นตัวจริงไปได้เลย เพราะการมีนักเตะแบบนี้อยู่ในสนามทุกคนย่อมรู้ดีว่าเจ้าตัวสามารถที่จะสร้างเรื่องมหัศจรรย์ความแตกต่างได้ในชั่วพริบตา อยู่ที่ว่าความคาดหวังดังกล่าวจะออกมาเมื่อไหร่ หรือจะต้องทนรอต่อไปเรื่อยๆ
อีกแง่ความคิดเห็นหนึ่งได้มีเสียงเล็ดลอดจากสื่อกีฬาในประเทศอย่าง อา โบล่า, โอโชโก้ หรือแม้แต่สื่อในแดนผู้ดี (จอมจุ้น) ตั้งคำถามว่าเป็นเพราะเบนโต้เองหรือเปล่าที่ไม่สามารถดึงศักยภาพของโรนัลโด้ออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และความคิดเห็นนี้ทั้ง รุย คอสต้า และ หลุยส์ ฟิโก้ ซึ่งเป็นนักเตะทีมชาติรุ่นราวคราวเดียวกับเบนโต้ก็ได้ชูมือเห็นด้วยเช่นกัน
''ทุกคนกำลังพูดถึงแผนการของผม แต่เพื่อนร่วมอาชีพของผมน่าจะรู้ว่าการกระทำมันเป็นเรื่องยากกว่าการพูดออกมา'' กุนซือ วัย 42 ปี เผย
อย่างที่เบนโต้บอกนั่นแหละว่าทุกอย่างบนโลกมนุษย์เป็นเรื่องง่ายมากกับการวิพากษ์วิจารณ์ออกมา แต่ครั้นพอลงมือทำจริงๆ กลับเป็นเรื่องยากแสนเข็ญที่จะทำให้สำเร็จ ซึ่งเรื่องของโรนัลโด้กับทีมชาติที่โชว์ฟอร์มกลายเป็นคนละคนกับยามรับใช้สโมสร ทั้ง หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ และ คาร์ลอส เคยรอช ต่างก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เช่นกัน ทั้งที่ทุกคนล้วนแล้วแต่มอบบทบาทความสำคัญ, ตำแหน่งที่เล่น, ปลอกแขนกัปตัน และทุกอย่างเท่าที่จะเอื้ออำนวยได้เพื่อให้ ซีอาร์ 7 รีดศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาให้ได้
หรืออีกด้านหนึ่งเป็นเพราะความคาดหวัง, ไม่พอใจส่วนตัว, ความกดดัน และฯลฯ ที่ยากจะเข้าใจได้?...........ที่ทำให้โรนัลโด้โดนวิพากษวิจารณ์อยู่ตลอดยามมาสวมเสื้อรับใช้ชาติบ้านเกิด
ในชัยชนะแสนสำคัญที่ส่งผลให้โปรตุเกสยังคงอยู่ในเส้นทางการเข้าสู่รอบต่อไป น่าใจหายที่หลายฝ่ายกลับเลือกมองข้ามและมุ่งเป้าไปโฟกัสที่กัปตันทีมชาติอยู่คนเดียว
ดังนั้นเห็นทีตำแหน่งกุนซือโปรตุเกสคนต่อไป คงต้องรอให้ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาของโรนัลโด้ ควบคู่ไปกับพาฝอยทองสร้างผลงานสวยหรูให้ได้ด้วย
ดาร์วิน