เมื่อเวลาและงานรัดตัวจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องกินอาหารแบบเร่งด่วน และอาหารแบบเร่งด่วนที่ว่านั้น ถ้าในบ้านเราก็คงจะเป็นข้าวเหนียวหมูปิ้ง, ข้าวเหนียวปิ้ง, ขนมปังปิ้ง, ปาท่องโก๋ ฯลฯ
แต่ที่ยูเครน ของที่ว่านั้นมันไม่มีให้ผมกินสักอย่าง ช่วงที่ผ่านมาอาหารมื้อเร่งด่วนของผมและทีมงานจึงเป็นอาหารจำพวกแป้งเป็นหลัก อย่างพวก ขนมปัง, แซนด์วิช และแฮมเบอร์เกอร์ พูดไปแล้วดูเหมือนจะไฮโซจนน่าหมั่นไส้ จะมาโชว์ว่ากินแต่อาหารฝรั่งหรือไง !? เปล่าเลยครับ คุณลองมากินของพวกนี้โดยไม่ทานข้าวหรือรับประทานอาหารอย่างอื่นเลยติดต่อกันสักห้าวันสิครับ แล้วคุณๆ จะเข้าใจว่ามันเป็นเยี่ยงไร แต่สำหรับผมที่เข้าใจดีว่า การหาอาหารไทยรับประทานที่นี่ก็เป็นอะไรที่เกินฐานะเกินไป เนื่องจากราคาของมันสูงลิบ ไอ้จะหาซื้อของมาทำกินเองก็หมดแรงก่อนทำซะแล้ว ใช่ครับ วันนี้เราจะมาว่ากันที่เรื่องของอาหารกันบ้างนะ สบายๆ สไตล์หนุ่มชาวเกาะ (เกร็ด)
ดังนั้น เราจึงคิดกันว่าควรจะหาอะไรรับประทานให้มันเป็นเรื่องเป็นราวซะบ้าง จึงดิ่งตรงเข้าร้านอาหารทันที และสั่งอาหารประจำชาติของยูเครน ก็คือ ''ชิกเก้น เคียฟ'' หรือไก่เคียฟนั่นเอง ภาพที่หามานั้นเป็นภาพจากเว็บไซต์ที่ใกล้เคียงของที่เรากินในวันนี้มากที่สุดนะครับ เนื่องจากไปถูกหวยเจอร้านที่ห้ามถ่ายรูปเข้า จึงเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่อาจนำภาพจริงมาประกอบได้ กลับมาเข้าเรื่อง ''ชิกเก้น เคียฟ'' กันต่อ ไก่ที่ว่านี้ไม่ได้เดินอยู่ตามพัทยา เอ๊ย!! ไม่ได้เป็นสเต๊กอย่างที่ผมเข้าใจครับ แต่เป็นเนื้ออกไก่ที่นำมาคลุกเคล้าเครื่องเทศแล้วนำไปม้วนชุบแป้งและเกล็ดขนมปังป่นทอดให้เหลืองกรอบนอกนุ่มใน จัดจานกับผักเล็กๆ น้อยๆ ให้ดูน่ารับประทาน
แต่เมื่อได้ชิมรสแล้วแทบจะขอซอสมะเขือกันแทบไม่ทัน ก็ตามแบบฉบับของอาหารฝรั่งล่ะครับ เค้าทานอาหารรสชาติค่อนข้างจืด ผิดกับเราที่คุ้นชินกับอาหารรสจัดมาโดยตลอด ทานแล้วคึดฮอดไก่ทอดหาดใหญ่อย่างแรง เรียกว่าเกลือที่วางอยู่นี่แทบจะเทกันลงไปครึ่งขวดเลย ฮ่าๆๆ แต่ถ้าพิจารณาดูดีๆ ก็มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศเฉพาะตัวครับ เป็นรสธรรมชาติ (จริงๆ) ที่ไม่ได้ปรุงแต่งเลย อิอิ... แต่เราก็ทานกันจนหมดนะครับ เพราะว่าจ่ายเงินไปแล้ว แต่ที่น่าสังเกตอีกอย่าง คืออาหารที่นี่มักจะตกแต่งด้วยผักชีลาวครับ คือถ้าไม่ดึงเป็นช่อๆ ออกมา ก็จะใช้การสับละเอียดแล้วโรยลงบนอาหารต่างๆ เพื่อความสวยงามและแต่งกลิ่น
หลังจากนั้นเราก็ลองสั่งพิซซ่าสูตรยูเครเนียนทานกันบ้าง เรื่องของเรื่องคือจะได้ไม่เปลือง ได้ทานกันทุกคนด้วย ซึ่งพิซซ่าของที่นี่จะเป็นแป้งแบบบางครับ ส่วนเครื่องโรยหน้าอย่างพวกเป๊บเปอโรนี่ (แฮมแผ่นเล็กๆ รสเค็ม) แบบอิตาเลียน หรือไส้กรอกต่างๆ จะถูกตัดออกไป แต่จะใช้เนื้อไก่แทน ส่วนพริกหวานที่เคยเห็นอยู่เป็นประจำ ก็จะเปลี่ยนเป็นบร็อคโคลี่กับแตงกวาดองแทน ส่วนมอสซาเรลล่าชีสที่ใช้โรยหน้าก็จะลดปริมาณลงไปด้วย ซึ่งเมื่อผมได้ลิ้มลองแล้วก็ปรากฏว่าเป็นพิซซ่าที่ให้รสชาติแตกต่างออกไป เหมาะกับคนที่เลี่ยนง่าย และทานพิซซ่าแบบอิตาเลียนได้น้อยชิ้นครับ เพราะแป้งที่บางทำให้ทานง่าย และไม่อึดอัดท้องจนเกินไป ประกอบกับบร็อคโคลี่, แตงกวาดองที่มีรสเค็มและเปรี้ยว ช่วยตัดความเลี่ยนได้ดี อีกทั้งปริมาณชีสที่ลดลงก็ทำให้ความมันลดน้อยลงด้วย กินได้หลายชิ้นสบายๆ ครับ
ขณะที่พนักงานเสิร์ฟของที่นี่ แม้จะเป็นร้านอาหารเล็กๆ กลางซอยในเมืองโดเนตส์ค ที่อาหารราคาไม่แพง โดยอาหารจานหลักเริ่มต้นที่จานละ 22 ฮรีฟน่าร์ (ราว 88 บาท) แต่ก็มียูนิฟอร์มของทางร้านด้วย อีกการบริการและการเสิร์ฟอาหารก็ทำได้ดีทีเดียว เริ่มจากการรับออร์เดอร์ที่สุภาพ และพยายามอธิบายเมนูอาหารต่างๆ ที่เราไม่ทราบอย่างสุดความสามารถ แม้ภาษาอังกฤษจะไม่แข็งแรงนักก็ตาม และเมื่อถึงเวลาเสิร์ฟ เขาก็ไม่ได้เสิร์ฟอาหารทั้งหมดโครมเดียวแล้วให้ลูกค้าไปแยกกันเองว่าของใครเป็นของใครนะครับ แต่จะเสิร์ฟให้กับผู้ที่สั่งอาหารเป็นคนๆ ไปอย่างถูกต้อง ที่สำคัญการเสิร์ฟทุกครั้งยังเป็นการยื่นอาหารเข้าทางด้านหลังทางขวาของลูกค้าอีกด้วย
เรียกว่าบริการตามหลักการโรงแรมที่ผมเคยได้เรียนมาเป๊ะเลยล่ะครับ ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าเงินแค่นี้เราจะได้รับบริการระดับ 5 ดาวได้ ยอดเยี่ยมจริงๆ คราวต่อไปต้องลองไปอุดหนุนร้านอื่นดูบ้าง ว่าจะดีเหมือนร้านนี้หรือไม่ และเมนูอาหารอื่นๆ ของยูเครนจะมีหน้าตาและรสชาติเป็นอย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อนำประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดินแดนแห่งนี้มาฝากท่านผู้อ่านต่อไป อย่าลืมติดตามกันให้ได้นะครับกับคอลัมน์ของผม
เป้ง เกาะเกร็ด