คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. ลิ้ม ทรนง
''สิงโต'' ประเดิมเจ๊า ''ตราไก่'' ''เชว่า'' ฮีโร่ของเจ้าภาพร่วม
13/06/2012 11:27:13 น.


      ''สิงโตคำราม'' อังกฤษ ประเดิมสนามในศึกยูโร 2012 นัดแรกของกลุ่มดี ที่ว่ากันว่าหนักหนาที่สุดแล้วก็เป็นได้เมื่อเสมอกับฝรั่งเศส 1-1 จากผลงานของนักเตะจากค่ายแมนฯ ซิตี้ ที่ยิงคนละหนึ่งประตูช่วยให้ทีมแบ่งแต้มกันไป




        ขณะที่อีกคู่ อังเดร เชฟเชนโก้ ศูนย์หน้าระดับว่าที่ตำนานของยูเครน เจ้าภาพร่วมทำให้การเฉลิมฉลองกลางกรุงเคียฟเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่เมื่อสวมบทฮีโร่ซัดคนเดียวสองประตูพาทีมเฉือนชนะสวีเดน 2-1 เก็บสามแต้มได้สำเร็จ


        อังกฤษ ที่แม้จะเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยปัญหารุมเร้ามากมายไม่เว้นแต่ละวันแต่พวกเขาก็ทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่งกับเกมนัดประเดิมสนามนัดแรกในศึกยูโร 2012 กลุ่มดี กับฝรั่งเศส คู่แข่งที่ว่ากันว่าหินที่สุดในกลุ่มแล้ว
 

        จากการอาการบาดเจ็บของ แกเร็ธ แบร์รี่, แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ แกรี่ เคฮิลล์ จนต้องทยอยถอนตัวกันออกไปก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มทำให้ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือจอมเก๋ามีทางเลือกไม่มากนักนอกจากจะต้องจัดทีมตามสภาพที่มีอยู่
 

        จากการจัดทัพ 11 คนแรกของอังกฤษไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์เมื่อ แดนนี่ เวลเบ็ค ได้โอกาสออกสตาร์ตเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าทดแทนการขาดหายไปของ เวย์น รูนี่ย์ ที่ต้องชดใช้โทษแบนในช่วง 2 นัดแรกโดยมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด รับหน้าที่แม่ทัพใหญ่ในแผงมิดฟิลด์ยามที่ไร้เงา แฟร้งค์ แลมพาร์ด
 

        ขณะที่ฝรั่งเศสของ โลร็องต์ บล็องก์ ที่กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครเลยใน 21 เกมหลังสุดก็จัดทัพลงเล่นตามความคาดหมายของสื่อมวลชนเช่นกันเมื่อมี คาริม เบนเซม่า ยืนหน้าเป้าพร้อมให้ ฟร้องค์ ริเบรี่, ซามีร์ นาสรี่ และ ฟลอร็องต์ มาลูด้า ปั้นเกมข้างหลัง
 

        เกมในครึ่งแรกเปรียบเสมือนเป็นเวทีโชว์เฉพาะกิจของนักเตะจากค่ายแมนฯ ซิตี้ ล้วนๆ ก็ว่าได้เมื่อนักเตะของทั้งสองทีมจากสังกัด ''เรือใบสีฟ้า'' ต่างแสดงศักยภาพและมีจังหวะให้พูดถึงกันหลายชอตไม่ว่าจะเป็นการพาบอลหลุดเข้าไปของ เจมส์ มิลเนอร์ ที่ยิงเข้าต่างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย, การเซฟประตูอันเหนียวหนึบของ โจ ฮาร์ท ตลอดจนประตูขึ้นนำ 1-0 ของ โจลีออน เลสค็อตต์ ที่โขกประตูแรกในการรับใช้ชาติ 17 เกมรวมถึงประตูตีเสมอของฝรั่งเศสจากการยิงอันเฉียบคมของ ซามีร์ นาสรี่ ซึ่งถือเป็นการสังเวยประตูแรกของทีม ''สิงโตคำราม'' ในยุคของ รอย ฮ็อดจ์สัน อีกด้วย
 

        รูปเกมโดยรวมแม้ว่าฝรั่งเศสจะเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า แต่อังกฤษก็ตั้งโซนรับได้อย่างเหนียวแน่นและมีวินัยอย่างมาก พวกเขาอาศัยรับแน่นหน้าเขตโทษพร้อมกับรอจังหวะโต้กลับอย่างอดทนแม้ว่าการต่อบอลอาจจะยังสะเปะสะปะแต่ภาพรวมกับผลการแข่งขันที่ได้มาถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง
 

        อังกฤษในยุคของ ฮ็อดจ์สัน กล้าที่จะให้โอกาสกับนักเตะโดยเฉพาะกับการที่เขาประเดิมส่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ดาวรุ่งวัย 18 ปีลงสนามเป็นตัวจริงอย่างน่าเซอร์ไพรส์ทั้งที่ปีกวัยกระเตาะจากอาร์เซน่อลรายนี้เป็นตัวสำรองในต้นสังกัดมากกว่าที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในฤดูกาลที่ผ่านมาส่งผลให้ แชมเบอร์เลน ทำสถิติเป็นแข้งของอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในเกมระดับทัวร์นาเมนต์หลังจาก คีธ เคิร์ล คือเจ้าของสถิติล่าสุดในปี 1992
 

        หลังเกมการแข่งขัน โลร็องต์ บล็องก์ เทรนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศสออกมากล่าวว่า ''เราสร้างความยากลำบากให้กับพวกเขา เราได้ประตูที่สุดยอด เราน่าจะยิงประตูที่สองแม้ว่าโอกาสจะมีไม่ค่อยมากก็ตาม แต่ผลเสมอกันสมควรแล้ว และมันก็ไม่ใช่ผลการแข่งขันที่เลวร้ายอะไรเลย'' 
 

        ''มันเป็นเกมที่เต็มไปด้วยหลากหลายรสชาติและผมก็เชื่อว่าอังกฤษก็คิดแบบนี้เช่นกัน เราออกสตาร์ตเกมอย่างเชื่องช้าไปหน่อย แต่ผมไม่อยากจะเอ่ยถึงมันอีกซึ่งผมหวังว่าเราจะปรับปรุงแก้ไขพร้อมสำหรับเกมนัดถัดไป''
 

        ทางด้าน รอย ฮ็อดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษออกมาเปิดเผยว่า ''ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีเลยทีเดียว เมื่อต้องเจอกับทีมอย่างฝรั่งเศส เราเล่นกันเป็นระเบียบวินัยมากๆ ผมก็คิดว่าเราคงมีความสุขแล้วกับสิ่งที่เราทำในวันนี้ ผมไม่เสียใจเลยตอนเสียประตูตีเสมอ เพราะสุดท้ายเราก็ยันพวกเขาได้ และความจริงก็คือเรามีโอกาสทำประตูหลายครั้งเช่นกัน'' 
 
''ผมหวังว่าผลงานแบบนี้ทำให้เราโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง เราฝึกซ้อมกันอย่างหนัก เราเต็มไปด้วยความฟิต มันเป็นเรื่องยากในช่วง 15-20 นาทีสุดท้ายของเกม โชคดีที่ลูกทีมของผมบางคนมีโอกาสได้พัก แต่เราก็รู้สึกเหนื่อยล้าเช่นกันจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว''

''ดิยาร์ร่า'' ผู้ปิดทองหลังพระให้ตราไก่
 นอกเหนือจาก ซามีร์ นาสรี่ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์แล้ว อาลู ดิยาร์ร่า มิดฟิลด์ตัวรับจากโอลิมปิก มาร์กเซย คืออีกหนึ่งนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้กัน
 ตลอดทั้งเกมอดีตห้องเครื่องผู้ถูกลืมของลิเวอร์พูลรายนี้ทำผลงานที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพเขาคือผู้ปิดทองหลังพระให้กับฝรั่งเศสอย่างแท้จริงภาพรวมของเกมที่ปรากฏออกมาว่าทีม ''ตราไก่'' เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่านั้น ดิยาร์ร่า ถือมีส่วนอย่างมากกับการรับหน้าที่คอยทำหน้าที่ปัดเป่าเกมรุกของอังกฤษก่อนถึงหลังบ้าน
 

        นอกจากนี้ ดิยาร์ร่า ยังมีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จสูงที่สุดในเกมนี้ด้วยสถิติ 35 จาก 42 ครั้งคิดเป็น 82 % พร้อมกับวิ่งพล่านอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเป็นระยะทางถึง 9.21 กม. อีกด้วย

 



        ยูเครนประเดิมอัดไวกิ้งเก็บสามแต้มแรก
 

        ยูเครน เจ้าภาพร่วมออกสตาร์ตนัดแรกในประวัติศาสตร์ของศึกยูโรรอบสุดท้ายราวกับความฝันเมื่อจัดการเฉือนเอาชนะสวีเดนได้อย่างหวุดหวิด 2-1 ประเดิมความ 3 แต้มแรกได้สำเร็จ
 

        โอเล็ก บล็อคกิ้น กุนซือของทีมเจ้าภาพร่วมที่ได้สิทธิ์ลงเล่นในยูโรรอบสุดท้ายจัดการส่ง อังเดร เชฟเชนโก้ ศูนย์หน้ากัปตันทีมวัย 35 ปีเจ้าของสถิติยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลของยูเครนลงสนามเป็นตัวจริง
 

        แม้ว่าเสียงเชียร์จากแฟนบอลยูเครนกว่า 70,050 คนในโอลิมปิก สเตเดี้ยม จะต้องเงียบกริบไปก่อนเมื่อ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงทีมชาติสวีเดนที่พกพาดีกรีดาวซัลโวกัลโช่ เซเรีย อา คนล่าสุดซัดให้พลลพรรค ''ไวกิ้ง'' ขึ้นนำ 1-0 ในนาที 52
 

        ทว่าประตูตีเสมอจากลูกโหม่งของ อังเดร เชฟเชนโก้ ในอีก 2 นาทีต่อมาก็ทำให้แฟนบอลเฮลั่นสนั่นกรุงเคียฟและดูเหมือนว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีแห่งการเฉลิมฉลองกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า
 

        อึดใจต่อมาไม่นานอดีตดาวยิงของเอซี มิลานก็มาโหม่งประตูชัยให้ยูเครนแซงเอาชนะสวีเดนไปแบบสุดมัน 2-1 ประเดิมคว้าชัยชนะพร้อมกับพาทีมขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มดี ได้สำเร็จ
 

        หลังเกมการแข่งขัน โอเล็ก บล็อคกิ้น กุนซือทีมชาติยูเครนออกมากล่าวว่า ''เราคือทีมที่ดีกว่าในครึ่งแรกเพราะสวีเดนมาเล่นแค่เสมอ พวกเขาเน้นตั้งรับและอาศัยการเล่นโต้กลับ เราเสียประตูจากความผิดพลาดของเราเองแต่ผมก็ต้องขอบคุณนักเตะที่ช่วยกันสู้จนพลิกคว้าชัยชนะได้''
 

        ''อังเดรทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติ เขาไม่เชื่อเมื่อผมบอกเขาว่าผมฝันก่อนหน้านี้ว่าเขาจะทำสองประตูในเกมนี้ ตอนนี้เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับนัดต่อไปกับการเจอศึกหนักอย่างฝรั่งเศส''
 

        ขณะที่ เอริค ฮัมเรน เทรนเนอร์ทีมชาติสวีเดนออกมาเปิดเผยว่า ''ทั้ง 2 ทีมเล่นกันด้วยความเกร็งในช่วงเริ่มเกม จากนั้นเราก็เริ่มต้นครึ่งหลังได้ดีแล้วก็ยิงประตูได้ แต่โชคไม่ดีที่พวกเขาตีเสมอได้อย่างรวดเร็ว ช่วง 20 นาทีสุดท้าย เราไม่มีอะไรจะเสีย เล่นได้ดี และผมคิดว่าผลเสมอน่าจะเป็นผลการแข่งขันที่ยุติธรรม เพราะเราก็มีโอกาสมากมายเช่นกัน''
 

        ''เรารู้ว่าพวกเขาน่าจะเล่นแบบไหน และมันเป็นฟอร์มการเล่นของเราเองที่ทำได้ไม่ดีนัก คุณจำเป็นต้องมีนักเตะทั้ง 11 คนที่เล่นเกมของตัวเองได้อย่างเหมาะสม และเรามีเพียง 5-6 คนเท่านั้นที่ทำแบบนั้นในช่วงครึ่งแรก เรารู้ว่าจะมีการโยนบอลเข้ามาจากด้านข้าง เราต้องเจอกับนักเตะที่สุดยอด ตามแท็กติกแล้ว เราปิดมันไม่ได้ เราน่าจะยิงประตูได้จากโอกาสทองหลายครั้งในช่วงก่อนจบเกม''
 

        เชฟเชนโก้ ''เดอะ คิง ออฟ เคียฟ''


        อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเท่าไรนักเมื่อ เชฟเชนโก้ ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวร่วมของศึกยูโร 2012 อยู่ในเวลานี้เพราะแม้อายุอานามจะเข้าสู่บั้นปลายชีวิตการค้าแข้งแต่ด้วยชื่อเสียงและเกียรติประวัติเก่าๆ ย่อมไม่อาจประมาทกองหน้ารายนี้ได้อยู่วันยันค่ำ


        อดีตดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 2004 สวมบทฮีโร่ซัด 2 ประตูพายูเครนประเดิมสนามนัดแรกในศึกยูโรได้อย่างไร้ที่ติ ตลอดทั้งเกม ''เชว่า'' ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องนอกจากจะไม่ทำให้ทีมผิดหวังแล้วในฐานะกัปตันทีมเขายังแสดงถึงถึงความมีภาวะผู้นำอย่างเต็มตัวพร้อมกับปลุกเร้าลูกทีมให้ฮึดสู้จนพลิกกลับมาคว้าชัยได้อีกด้วย  











ลิ้ม ทรนง
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

ลิ้ม ทรนง
นามปากกา : ลิ้ม ทรนง

จำนวนเรื่อง : 22
All post : 15
All view : 51,733
คอลัมน์ ยูโร 2012

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263