ฟุตบอล ยูโร 2012 ปรากฎว่าทั้ง 16 ทีมต่างก็ลงเตะนัดแรกกันไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าบรรดาทีมเต็งก่อนเริ่ม ทัวร์นาเมนท์ ยังไม่มีทีมใดสามารถโชว์ฟอร์มได้สมราคาเลย โดยเฉพาะ ฮอลแลนด์ ที่เป็นเต็งสองก่อนการแข่งขัน แต่ร่วงไปเป็นเต็งหกทันที หลังจากที่พ่าย เดนมาร์ก
ส่วนทีมที่ทำผลงานได้อย่างเซอร์ไพรส์มากที่สุดน่าจะเป็นรัสเซีย ที่ถล่มทีม เช็ก ไป 4-1 พร้อมกับก้าวขึ้นมาเป็นเต็งสี่เคียงคู่กับอังกฤษ
เป็นเรื่องธรรมดาที่ก่อนการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ จะต้องมีการทำนายทายทักหรือคาดหมายว่าทีมใดน่าจะมีโอกาสคว้าแชมป์ไปครองมากที่สุด และแน่นอนว่าการวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ก็มักจะนำฟอร์มการเล่นในรอบคัดเลือก รวมทั้งฟอร์มการเล่นของสตาร์ดังในแต่ละทีมในฤดูกาลล่าสุด มาเป็นปัจจัยสำคัญ แต่หลังจากที่จบเกมที่ อังกฤษ เสมอกับ ฝรั่งเศส ไป 1-1 ในนัดแรกของกลุ่ม ดี ดูเหมือนว่าเรายังไม่ได้เห็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอด หรือฟอร์มการเล่นของทีมที่เราจะสามารถพูดได้ว่าจะเป็นว่าที่แชมป์ในปีนี้
นอกจากนั้น เมื่อพูดโดยรวมแล้ว หลังจากที่ทุกทีมผ่านการลงสนามไปหนึ่งนัด เรายังไม่เห็นบรรยากาศที่คึกคัก สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปีนี้เลย ขณะเดียวกัน ในสนาม เราก็เห็นภาพสนามที่ว่างเปล่า มากกว่าจะเห็นคนดูเต็มสนาม เหมือนทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะเกมคู่ อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส ที่นอกจากคนดูจะโหรงเหรง หลังจากที่แฟนบอลทีม ''สิงโตคำราม'' ส่วนใหญ่ เลือกที่จะอยู่ที่บ้านมากกว่าจะเดินทางมาชมเกมที่ยูเครน เนื่องจากปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วแล้ว ทั้ง อังกฤษ และทีม '' ตราไก่ '' ดูเหมือนจะเล่นกันแบบเกร็งๆ และกลัวแพ้ มากกว่าที่อยากจะเป็นผู้ชนะ
ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นฝ่ายครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ และกดดันจนอังกฤษ หากเป็นมวยก็เรียกว่าหลังผิงเชือก แต่หลังจากที่พวกเขาได้ประตูตีเสมอแล้ว ความกระหายในการลุ้นทำประตูเพิ่ม กลับหายไปจากเกมดื้อๆ ขณะเดียวกัน สามทีมเต็งก่อน ทัวร์นาเมนต์ ไล่ตั้งแต่ เยอรมัน, สเปน ที่เป็นแชมป์เก่า และ ฮอลแลนด์ ที่เป็นรองแชมป์โลก ยังไม่ได้แสดงให้เห็นศักยภาพของทีมเต็งเลยแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะ ''อัศวินสีส้ม'' ที่เคยถล่มประตูได้อย่างมากมายในรอบคัดเลือก แต่ในเกมกับ เดนมาร์ก พวกเขากลับฝืดขึ้นมาเฉยๆ โดยมีโอกาสมากมายครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ อาร์เยน ร็อบเบน แต่ทั้งคู่กลับเท้าบอดอย่างเหลือเชื่อ ทำให้จะพลาดไม่ได้อีกแล้วในสองนัดที่เหลือ หลังจากที่การพ่าย เดนมาร์ก เรียกได้ว่าเป็นเกมที่พลิกล็อกมากที่สุดในขณะนี้
ทางด้าน เยอรมัน ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับ ฮอลแลนด์ แม้ว่าพวกเขาจะเอาชนะโปตุเกสไปได้ แต่ก็เจอปัญหาเดียวกับทีม ''กังหนลม'' เมื่อไม่สามารถเจาะแนวรับชองทีม ''ฝอยทอง'' ได้ แถมหลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำจากการโหม่งของ มาริโอ โกเมซ พวกเขายังเกือบจะโดนทีมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตีเสมอหลายครั้งหลายหน
กลับมาดูทีมเต็งหนึ่งและแชมป์เก่าอย่าง สเปน ในเกมที่เสมอกับ อิตาลี 1-1 พวกเขาสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน ด้วยการส่ง กองกลาง ลงไปเล่นถึง 6 คน และเล่นแบบไม่มี กองหน้า ขณะที่ทีม ''อัซซูรี่'' ก็ได้ชื่อว่าเน้นแดนกลาง และแพ็กเกมรับแน่นอยู่แล้ว ดังนั้นรูปเกมจึงดูเกร็งๆ และมาสนุกขึ้นหลังจากที่ทั้งสองทีมเปลี่ยนกองหน้าลงมาในช่วงท้ายเกม ดังนั้น เมื่อมองโดยรวมแล้ว ยังถือว่า ยูโร 2012 หนนี้ ออกสตาร์ตได้ไม่น่าประทับใจนัก
อะไรคือปัญหาสำคัญที่ทำให้ นักเตะ โชว์ฟอร์ม ไม่ออกที่ โปแลนด์ และ ยูเครน ซึ่งหลายๆ คนมองไปที่การที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ต้องกรำศึกมาอย่างหนักให้กับสโมสรต้นสังกัด โดยเฉพาะยิ่งเป็นผู้เล่นตัวเก่ง และอยู่ในทีมใหญ่ๆ พวกเขามักจะต้องลงเล่นมากกว่าผู้เล่นที่อยู่ในทีมเล็กๆ แต่หากมองในอีกแง่หนึ่ง การที่ทีมตัวเต็งของสามจากสี่กลุ่ม ต้องเจอกันตั้งแต่นัดแรก ไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน พบกับ โปรตุเกส, สเปน พบกับ อิตาลี หรือ อังกฤษ พบกับ ฝรั่งเศส อาจจะทำให้ทีมเหล่านั้นกดดัน และเล่นกันแบบระวังตัวมากเกินไป ทำให้เกมที่ไม่มีใครคิดว่าจะสนุก กับเป็นเกมที่สนุก อย่างเช่นนัดที่ รัสเซีย พบกับ เช็ก, โครเอเชีย พบ ไอร์แลนด์ หรือ ยูเครน พบ สวีเดน
ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีคนพูดว่า
''เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง'' แต่เราก็เห็นตัวอย่างจากหลายๆ ทีม ที่ออกสตาร์ตได้อย่างย่ำแย่ ก่อนที่จะเร่งเครื่อง กลับมาเป็นแชมป์ได้ในบั้นปลาย ดังนั้นเพียแค่ผ่านไปนัดแรกของแต่ละทีม เรายังไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า สุดท้ายแล้ว ฟุตบอล ยูโร 2012 จะเกิดตำนาน หรือ ซูเปอร์สตาร์ คนใหม่มาประดับรายการ หลังจบ ทัวร์นาเมนต์ นี้หรือไม่