''เริ่มต้นดีไปชัยไปกว่าครึ่ง'' วลีคุ้นหูในการทำศึกนี้ อาจนำมาใช้พูดถึงการประเดิมสนามในยูโร 2012 ของ
ทีมชาติอังกฤษได้ไม่เต็มปากนัก
แต่หนึ่งแต้มสำหรับการต่อสู้กับทีมที่แข็งแกร่งสุดในกลุ่ม ดี อย่าง ฝรั่งเศส ก็ไม่ถือว่าขี้เหร่และมีอะไรให้ตำหนิเท่าไหร่นัก
นี่คือการคุมทัพทรี ไลอ้อนส์ ลงดวลแมตช์แข่งขันทางการหนแรกของ รอย ฮ็อดจ์สัน และเจ้าตัวก็คงซาบซึ้งดีแล้วว่ามันแตกต่างจากเกมกระชับมิตร 2 นัดที่ผ่านมากันคนละเรื่องเลย
''ปู่รอย'' จัดทัพตามความคาดหมายของใครต่อใครและเอาใจเสียงเชียร์ของสื่อมวลชนด้วยการส่ง อเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ดาวโรจน์จากอาร์เซน่อล ลงเป็น 11 ตัวจริง โดยก่อนเกมไม่กี่วัน เกล็น ฮ็อดเดิ้ล อดีตกุนซือสิงโตคำรามแสดงทรรศนะเชิงแนะนำให้เสี่ยงใช้งานไอ้หนูวัย 18 รายนี้เหมือนอย่างที่ตนเองเคยประสบความสำเร็จงดงามตอนไว้วางใจให้ ไมเคิ่ล โอเว่น วาดลวดลายในฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส และแจ้งเกิดไปทั่วสารทิศด้วยประตูที่กระทุ้งใส่อาร์เจนตินา
แชมเบอร์เลน อาจทำได้ไม่ดีเท่ากับ ''เบบี้โกล'' ทว่าหลายๆจังหวะก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและศักยาภาพที่พร้อมรับมือแรงกดดันมหาศาลยามก้าวลงสู่สมรภูมิระดับยักษ์
ตลอด 77 นาทีในสนามของเขาอาจจะโดน มาติเยอ เดอบูชี่ แบ็กขวาเฟร้นช์แมนคอยดักสกัดขวางทางอยู่บ่อยครั้ง แต่มันจะเป็นประสบการณ์ชั้นยอดที่สอนให้เขากร้าวแกร่งขึ้นในอนาคต
ฮ็อดจ์สัน ให้สัมภาษณ์ถึงฟอร์มของ แชมเบอร์เลน ว่า
''เขาทำหน้าที่ได้ดี และสร้างความอันตรายได้พอสมควร, ผมพอใจกับผลงานของเขา แต่นี่คือการเจอกับทีมระดับแถวหน้าของโลกและไม่ยอมเปิดโอกาสให้กับเราเลยในเกมนี้''
''มี 2-3 ครั้งที่ อเล็กซ์ พาบอลหลบคู่แข่งไปได้ โดยผมบอกกับเขาก่อนเกมว่านี่คือโอกาสที่ดีเยี่ยมก็จริง แต่ยังมีอีกหลายๆโอกาสที่ใหญ่กว่านี้รออยู่ข้างหน้า ดังนั้นอย่าได้ไปคาดหวังอะไรมาก เขาเพียงทำทุกอย่างให้เต็มที่สุดความสามารถ เพราะยังมีเกมใหญ่ๆมากมายในทีมชาติอังกฤษสำหรับเขา''
อังกฤษ ออกสตาร์ตเกมด้วยสไตล์การเล่นแบบตั้งรับเหนียวแน่น และคอยจังหวะสวนกลับโจมตีทัพตราไก่เป็นระยะ ก่อนได้ประตูเบิกร่องในช่วงครึ่งชั่วโมง จากฟรีคิกของกัปตันทีม สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่เปิดโค้งให้ โจลีออน เลสค็อตต์ ดันสูงขึ้นมาโขกผ่านมือ อูโก้ โยริส นายทวารเลส์ เบลอส์ เสียบตาข่าย
''มันเป็นความรู้สึกที่ดีเสมอเวลาที่ทำประตูได้ โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษเช่นนี้ ซึ่งไม่ต่างจากความฝันเลยจริงๆ'' ปราการหลังจากแมนฯ ซิตี้ กล่าวหลังประเดิมประตูแรกให้ทีมชาติอังกฤษ
''แต่ทั้งหมดก็ต้องยกเครดิตให้กับการส่งทำทางที่มีคณภาพสูงและมันก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับผมในการส่งบอลเข้าประตู''
ด้าน สตีวี่ จี เผยความในใจหลังเกมว่า
''พวกเราจะดีใจกันมากกว่านี้หากได้รับชัยชนะ แต่ก็เป็นอย่างที่ทุกคนกันว่าฝรั่งเศสนั้นเต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าเยี่ยมจริงๆ''
''พวกเขาสร้างปัญหาให้เรามากมาย ดังนั้นเราจึงพึงพอใจกับผลงานในวันนี้''
เพียง 9 นาทีหลังจากขึ้นนำ อังกฤษ ก็โดนตีเสมอจากลูกยิงบริเวณหน้าเขตโทษของ ซามีร์ นาสรี่ ที่พุ่งผ่านนักเตะหลายคน รวมทั้ง โจ ฮาร์ท นายทวารร่วมสังกัดเรือใบสีฟ้า ซึ่งได้เอ่ยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า
''มันเป็นงานที่ยาก, พวกเราถอยลงมาตั้งรับต่ำ หลังได้ประตูออกนำ และพยายามเอาตัวขวางอย่างเต็มที่ แต่ลูกยิงของ นาสรี่ นั้นยอดเยี่ยมเหลือเกิน ผมพยายามป้องกันทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ในวินาทีนั้น''
โทษแบน 2 นัดของ เวย์น รูนี่ย์ หัวหอกความหวังสูงสุด บีบบังคับให้ อังกฤษ ต้องหันมาเน้นเกมรัดกุม โดยวาง แดนนี่ เวลเบ็ค เป็นหัวหอกตัวเป้าและมี แอชลี่ย์ ยัง เพื่อนร่วมสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นตัวคอยสนับสนุน ซึ่งสไตล์ดังกล่าวถูกทาง ปาทริซ เอวร่า แบ็กซ้ายตราไก่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมือนวันที่เชลซีบุกไปเยือนบาร์เซโลน่า ที่คัมป์ นูยังไงยังงั้นเลย
เอวร่า กัปตันทีมปีศาจแดง เผยว่า
''ผมคิดว่าฝรั่งเศสเล่นได้ดีกว่าอังกฤษมาก แต่กลับมาทำได้แค่เสมอ และมันก็เป็นทำให้เราผิดหวังกันเล็กน้อย''
''พวกเขาเล่นในแนวทางเดียวกับที่ เชลซี ต่อกรกับ บาร์เซโลน่า''
วันศุกร์นี้ อังกฤษ จะลงสนามนัดสองกับ สวีเดน ซึ่งพ่ายแพ้ต่อ ยูเครน เจ้าภาพร่วมมา 1-2 และจำเป็นต้องชัยชนะหรือเก็บคะแนนให้ได้เพื่อรักษาโอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์
ขณะที่ ฮ็อดจ์สัน กุนซือวัย 64 ปีก็ยังเชื่อมั่นว่าพลพรรคสิงโตคำรามจะสามารถสร้างผลงานได้ดีกว่าเดิม โดยประเมินสถานการณ์ต่างๆหลังจบเกมกับฝรั่งเศสไว้ว่า
''ผลเสมอวันนี้ช่วยให้พวกเราอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เลวเลย''
''ผมหวังว่าพวกเราจะมีสภาพความฟิตที่ดีขึ้น เมื่อได้ฝึกซ้อมในช่วงที่เหลือ''
''โดยรวมแล้วผมภูมิใจกับผลงานของลูกทีม และไม่มีใครที่เล่นได้แย่เลย''
''ฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในตัวเต็งของทัวร์นาเมนต์ พวกเขาไม่แพ้ใครมาถึง 21 เกมติดต่อกัน และมีศักยาภาพดีพอจะเป็นแชมป์ของรายการ''
''พวกเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่านี่น่าจะเป็นงานหนักที่สุดของเราในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ถึงอย่างไรก็ต้องให้ความเคารพต่อ สวีเดน และ ยูเครน คู่แข่งที่จะต้องเจอในอีก 2 เกมข้างหน้าด้วย''
''พวกเราอาจจะต้องปรับปรุงเรื่องจังหวะเข้าทำสุดท้ายอีกเล็กน้อย แต่ผมก็ได้เห็นหลายๆสัญญาณที่ดีเกิดขึ้นในทีมชุดนี้''
จากความเห็นของผู้จัดการทีม, นักเตะ และทรรศนะของสื่ออังกฤษ ต่างเป็นไปตามทิศทางเดียวกันว่าหนึ่งคะแนนจากเกมดวลแข้งเฟร้นช์แมน เป็นผลลัพธ์เริ่มต้นที่น่าพอใจ
แต่พวกเขาก็หวังว่าทุกอย่างจะพัฒนาไปข้างหน้าได้ดีขึ้นตลอดอีก 2 เกมที่เหลือในรอบแรก
ส่วนจะเป็นจริงและทำได้สำเร็จหรือเปล่านั้น สาวกสิงโตคำรามก็คงต้องลุ้นกันใจจดใจจ่อกันต่อไป
เปริมี่