เรื่องธรรมดาของศึกใหญ่ระดับทวีป ทุกคนมีงานหนักต้องทำ ไม่เว้นกระทั่งนายนางสวมเสื้อกั๊กสีเขียวสะท้อนแสงเหล่านี้
กดังส์ เมืองท่าที่เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมจุดเจาะ การเห็นปั้นจั่นยืนอยู่ริมถนนคือภาพชินตาของที่นี่ ไม่บ่อยครั้งกับบรรยากาศศึกระดับมหาเขื่องเมื่อชื่อ สเปน-อิตาลี ลอยเข้ามา
ชื่อเสียงทั้งสวยงามและขุ่นมัว ลอยมาพร้อมกัน
รักวิถีสนุกสนานอยู่ในสายเลือดทั้งอิตาเลียน, เอสปันญ่า เพียงแค่บางครั้งมีเลยขอบเขตบ้าง ตัดไฟแต่ต้นลมควรเป็นคำพูดติดปาก
ยูเอฟ่า ทำให้งานเมื่อวันอาทิตย์ผ่านพ้นไปอย่างดีเยี่ยม ด้วยแรงช่วยเหลือจากทีมรักษาความปลอดภัยพวกนี้
คำว่าเข้มงวดอาจดูเบาบางเมื่อเห็นการทำงาน ตั้งแต่ทางเข้ามีเดีย ด่านตรวจเครื่องสัมภาระใช้เวลานานผิดปกติถ้าเทียบกับนัดเปิดสนาม ณ วอร์ซาวา
แต่ละคนโดนเช็กละเอียดตั้งแต่เส้นผมยันปลายฝุ่นใต้รองเท้า แอบคิดในใจถ้าถอดกางเกงในดูได้พวกเขาคงทำ แถมไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง...ใครมี เอดีการ์ด ไม่มีสิทธิ์ละเลย
เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งเกิดอาการหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อโดนกวดขัน พร่ำบ่นด่าทอตามประสาคนรักใคร่อัตตาตัวเอง...โทษที! บุรุษบนหัวโขนคนรักษาความปลอดภัย ก้มหน้าก้มตาตรวจต่อเนื่องเหมือนเป็นคนหูหนวก
ผมอยากปรบมือให้
ทำงานมุ่งมั่น, รับผิดชอบตัวเองจนถึงที่สุด, ไม่เลือกปฏิบัติ ต่อให้คุณใส่สูทราคาแพงเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือแค่คนแบกกล้องก็ต้องโดนค้นเหมือนกัน
หลังจบเกมปลาบปลื้มเพิ่มเข้าไปอีก
จากก่อนแข่งหน้าตาถมึงทึง ตรวจข้นแบบไม่มีเกรงใจ หลังเกมทีมเสื้อกั๊กเขียวเปลี่ยนเป็นคนละคน ทิ้งแววตาเคร่งเครียดลงถังขยะแล้วหันมาโปรยรอยยิ้มแทน
ยิ้มไม่ยิ้มเปล่า อุตส่าห์ตั้งแถวรอส่งผู้คนให้เดินทางกลับพักสถานโดยปลอดภัย
ภาพออกมาอย่างที่เห็น เสร็จสิ้นภารกิจทีมงานสยามสปอร์ตฯเตรียมกลับเข้าโรงแรม บรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนเรียงหน้ากระดานรอส่ง
เหมือนให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ณ วินาทีนั้น...คล้ายเดินลอดซุ้มกระบี่ระดับนายร้อยหรือกำลังเดินลงสู่สนามแล้วมีคนยืนเรียงแถวให้การต้อนรับ...นึกว่าตัวเองเป็นพวกแข้งระดับเงินล้าน ทั้งๆ ตอนนี้แค่สิบซวอทตี้ยังแพงไปด้วยซ้ำ!
กดชัตเตอร์สามสี่ภาพ พวกเขาแจกรอยยิ้มอีกครั้ง...ขยี้ตาให้ตัวเอง ก่อนเกม-หลังเกมพวกพี่ๆ เหมือนเปลี่ยนวิญญาณได้
ขออนุญาตปรบมือให้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่...และขออนุญาตปรบมืออีกครั้งกับความเป็นกันเองของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่กดังค์
ยักษ์ ดอยแดง