คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. เจมส์ ลา ลีกา
ฟัลโซ่ น้วยเบ
12/06/2012 10:56:26 น.

ผลเสมอ 1-1 ในนัดแรกกับ อิตาลี แม้จะน่าผิดหวังอยู่บ้าง หากแต่ปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากสื่อต่างๆ ในสเปน รวมถึงบุคคลในวงการดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่การจัดตัวของ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ มากกว่า


         ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานักข่าวจากสำนักดังต่างเขียนวิจารณ์ลงในคอลัมน์ รวมถึงตั้งกระทู้ให้แฟนๆ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นว่าสุดท้ายกุนซือใหญ่หนวดเฟิ้มจะเลือกใครเป็น ''EL 9'' (เอล น้วยเบ) หรือกองหน้าตัวเป้า
 ยอเรนเต้, เนเกรโด้ หรือ ตอร์เรส?


         การวิเคราะห์ส่วนตัวรวมถึงความคิดเห็นจากแฟนๆ ตีโจทย์นี้ออกมาแตกต่างกันไป ถึงแม้มีอยู่หลายคราจะเล็งว่า เฟร์นานโด ตอร์เรส มีโอกาสสูงกว่าใครเพื่อน


         แต่แล้วเวลาที่ทุกคนใช้ไปในการค้นหาคำตอบกลับสูญไปโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อ เดล บอสเก้ อาจหาญทำเซอร์ไพรส์ทุกคนด้วยการวางเกมลงไปในรูปแบบ ''FALSO 9'' (ฟัลโซ่น้วยเบ) หรือระบบการเล่นที่ไม่ใช้กองหน้าตัวเป้า หากแต่อาศัยบรรดาเพลย์เมกเกอร์ หรือกองหน้าตัวต่ำเป็นตัวเข้าทำแทน


         หลายท่านอาจเพิ่งเคยได้ยินคำนี้ รวมถึงเพิ่งจะสัมผัสกับระบบการเล่นดังที่เอ่ยข้างต้นก็เมื่อวันที่ สเปน เล่นกับ อิตาลี หากแต่วิธีการเล่นแบบนี้มีมาช้านานตั้งแต่ปี 1953 หรือร่วม 60 ปีแล้วครับ แต่ที่ไม่โด่งดังและเป็นที่นิยมกันก็เพราะมันเล่นยาก และเอาผลเลิศลำบาก ซึ่งทีมที่ใช้แผนการเล่นแบบนี้โดยส่วนใหญ่มักตกอยู่ในสถานการณ์บังคับคือไม่มีกองหน้าตัวเป้าให้ใช้งาน


         ภายใต้แผนการเล่นแบบนี้คุณจำต้องมีแผงมิดฟิลด์ที่มีความเข้าใจในเกมสูง อ่านเกมขาด รวมทั้งมีทักษะในการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม แต่ทุกคราปัญหาของแผนการเล่นนี้ก็คือนักเตะในตำแหน่ง ฟัลโซ่ น้วยเบ มักขาดวิญาณเพชฌฆาต


         ตัวอย่างที่ชัดเจนของทีมที่เคยเล่นแผนนี้ในยุคหลังก็คือ บาร์เซโลน่า ของ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า 


         ย้อนกลับไปในเกม ลา ลีกา 2011/12 นัดที่สองของฤดูกาล เป๊บใช้แผนนี้ในการบุกเยือน เรอัล โซเซียดาด ที่อาโนเอต้า ซึ่งเกมนั้นผู้เล่นในตำแหน่ง ฟัลโซ่ น้วยเบ ก็คือ เชส ฟาเบรกาส นั่นเอง


         ในเกมนั้นบาร์ซ่าออกสตาร์ตอย่างสวยหรูด้วยการนำไปก่อนถึง 2-0 ในช่วง 11 นาทีแรกจาก ชาบี เอร์นานเดซ และฟาเบรกาส ก่อนที่จะโดนเจ้าบ้านไล่ตีเสมอเป็น 2-2 ในครึ่งหลัง และผลจบลงด้วยสกอร์นี้ 


         หลังเกม กวาร์ดิโอล่า พูดถึงการวางเกมของตัวเองว่า ''นี่คือบทเรียนสำคัญของทีมในการก้าวสู่อนาคตข้างหน้า''


         ย้อนกลับมาว่ากันถึงเหตุการณ์ปัจจุบันกับทีมชาติกับวิธีการเล่นแบบเดียวกันนี้บ้าง


         บรรดาผู้สันทัดกรณีและนักข่าวสเปนส่วนใหญ่คอมเมนต์แผนการเล่นนี้ออกมาในเชิงลบมากกว่าบวก เนื่องจากแม้สถิติหลังเกมจะออกมาว่าเด็กของ เดล บอสเก้ จะสามารถพาสบอลไปมาได้ถึง 777 ครั้ง หากแต่กับจังหวะจบพวกเขาสามารถยิงเข้ากรอบได้แค่ 6 ครั้ง จากโอกาสทั้งสิ้น 19 ครั้ง


         หลุยส์ อราโกเนส ให้สัมภาษณ์กับรายการข่าวช่วงเย็นของมาร์ก้า ทีวี ว่าถ้าเขาเป็นเทรนเนอร์เขาจะเลือกใช้การเล่นแบบมีกองหน้าตัวเป้าตั้งแต่นาทีแรก


         ''ด้วยความเคารพต่อ เดล บอสเก้, แม้ว่าการทำงานของแผงมิดฟิลด์ในแถวสองจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่เมื่อทีมมีการปรับเอาตอร์เรส และนาบาส ลงไปเราจะเห็นได้ชัดว่าครึ่งหลังเราเล่นได้ดีขึ้น และมีพื้นที่ว่างมากกว่าเดิม''


         ''ถ้าเป็นผม ผมจะส่งตอร์เรสลงสนามเป็น 11 ตัวจริง'' อราโกเนส สรุป 


         เช่นเดียวกับทาง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่มองในมุมคล้ายๆ กับกุนซือขรัวเฒ่าด้วยการกล่าวว่า ''การเล่นแบบไม่มีกองหน้าตัวเป้าก็เหมือนกับการทำหมันทีมนั่นเอง'' 


         คำพูดของกุนซือเรอัล มาดริด ตีความหมายได้ว่าทีมเล่นสวยงามเป็นไปตามที่ต้องการแต่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพในการบรรลุสู่เป้าหมาย 


         ขณะที่ทาง โตมัส รอสเซโร่ คอลัมนิสต์ประจำของนสพ.อาส ก็วิจารณ์ว่าแม้การประสานงานของ อิเนียสต้า,ซิลบา และเชส ในแดนหน้าจะเป็นไปอย่างลื่นไหล แต่ที่สุดแล้วทีมก็ขาดซึ่ง instinto asesino หรือสัญชาตญาณเพชฌฆาตนั่นเอง 


         ครับ กับเกมแรกที่ลงเล่น สเปน ถือว่าทำผลงานได้ไม่ดีนัก แถมยังมีข้อติติงถึงการจัดตัวของ เดล บอสเก้ ตามมาอีกเป็นพรวน แต่ถ้ามองในแง่ดีก็คือทีมชุดนี้มีความหลากหลายของแผนการเล่นเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งขั้น แถมได้รับรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองแล้วด้วย

 
        ดังนั้นคอบอลกระทิงดุทั้งหลายอย่าเพิ่งหวั่นวิตกจนเกินไป เพราะโดยส่วนตัวผมเชื่อว่าทัพ ''ลา โรฆา'' ยังมีอาวุธเด็ดอีกมากมาย อีกทั้งการเสมอกับทีมแกร่งอย่าง อิตาลี ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายใดๆ เลย

 
        ในการทำศึกใหญ่บางครั้งย่อมต้องมีความกล้าในการทดลองยุทธวิธีใหม่ๆ บ้าง ซึ่งที่สุดแล้วมันจะนำมาซึ่งความสมดุลในบั้นปลาย


         ฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ สเปนเปิดหัวได้เลวร้ายกว่านี้เยอะด้วยการพ่ายต่อ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 แต่สุดท้ายพวกเขาก็นำข้อผิดพลาดมาเป็นบทเรียนจนก้าวสู่บัลลังก์แชมป์โลกได้ มาหนนี้ก็เช่นเดียวกัน











           เจมส์ ลา ลีกา

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : เจมส์ ลา ลีกา

จำนวนเรื่อง : 55
All post : 99
All view : 232,961
คอลัมน์ ยูโร 2012

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263