เปิดสนาม ยูโร 2012 โปแลนด์ เจ้าภาพร่วมรอดตายอย่างหวุดหวิดแม้จะออกสตาร์ทด้วยการพังประตูขึ้นนำไปก่อนในครึ่งแรกแต่หลังจากนั้นแปรเปลี่ยนเป็นหนังดราม่าในตอนท้ายเมื่อทีมดังจากแดนเทพนิยายตามตีเสมอแถมมีโอกาสเป็นผู้ชนะจากลูกจุดโทษแต่ เกรกอร์ซ ซานโดเมียร์สกี้ นายทวารตัวสำรองลงมาเซฟประตูได้อย่างฉิวเฉียดแบ่งแต้มกันไปท่ามกลาง 2 ใบแดงที่เกิดขึ้นขณะที่อีกคู่ รัสเซีย ประเดิมสนามด้วยฟอร์มสุดโหดไล่ถลุง สาธารณรัฐเช็ก ไปแบบหมดสภาพ 4-1
ว่ากันว่าทัวร์นาเมนต์อันยิ่งใหญ่ที่เกิดในช่วงซัมเมอร์นั้นมักเป็นเวทีที่สร้างชื่อให้กับนักเตะหน้าใหม่ขึ้นมาประดับวงการลูกหนังเสมอเช่นเดียวกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ที่จัดการตอกย้ำความยอดเยี่ยมและตอบคำถามที่ว่าเพราะอะไร แมนฯ ยูไนเต็ด ยอดทีมจากเกาะอังกฤษจึงกระสันที่จะคว้าตัวไปร่วมเหลือเกินได้แบบสนิท
โปแลนด์ ชาติเจ้าภาพร่วมลงประเดิมนัดเปิดสนามในศึกยูโร 2012 พบกับ กรีซ ทีมแกร่งซึ่งมีดีกรีเป็นถึงอดีตแชมป์เมื่อปี 2004 ที่หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างตำนานเทพนิยายบทใหม่ให้เกิดขึ้นเป็นคำรบสองให้จงได้
อย่างไรก็ตามขุนพล โปลสก้า ที่ผ่านเข้ามาเล่นในยูโรรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่สองอาศัยความได้เปรียบจากเสียงเชียร์ของแฟนบอลในฐานะชาติเจ้าภาพร่วมและสภาพแวดล้อมอันคุ้นเคยด้วยการพังประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากผลงานของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้พังประตูแรกในศึกยูโร 2012 ครั้งนี้
จากนั้นเกมของ โปแลนด์ ที่นำทัพโดย ลูคัสซ์ ปิสซ์เซ็ค, ยาคุบ บลาสซ์ซีคอฟสกี้ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งเป็นสามแกนหลักจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ดับเบิ้ลแชมป์จากเมืองเบียร์ยังคงเป็นฝ่ายทำเกมได้เหนือกว่าและเกมดูเหมือนจะยิ่งเข้าทางพวกเขามากขึ้นไปอีกเมื่อ โซคราตริส ปาปาสตาโธปูลอส ปราการหลังทีมชาติกรีซจากสโมสร แวร์เดอร์ เบรเมน มาโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามทำให้ทีมเทพนิยายต้องเหลือแค่ 10 คน
ทว่าด้วยแท็กติกเกมรับอันเหนียวแน่นบวกกับมันสมองในการแก้เกมอันชาญฉลาดของ เฟอร์นันโด ซานโตส เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสที่พาทีมดังจากเทพนิยายคว้าแชมป์กลุ่ม เอฟ ในรอบคัดเลือกก็พาทีมพลิกสถานการณ์ได้สำเร็จ
ซานโตส จัดการแก้เกมด้วยการเปลี่ยนเอา ดิมิตริส ซัลปินจิดิส กองหน้าจากสโมสร พีเอโอเค ลงมาเล่นแทน โซติริส นินิส และมันได้ผลอย่างมากเมื่อหัวหอกวัย 30 ปีรายนี้จัดการสวมบทซูเปอร์ซับพังประตูตีเสมอให้กับทีมหลังจากอยู่ในสนามเพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ ซัลปินจิดิส ยังก่อกวนแนวรับ โปแลนด์ จนออกอาการลนลานก่อนที่ตัวเขาจะหลุดเข้าไปในกรอลบเขตโทษพรอ้มกับบีบให้ วอยเชี๊ยค เชสนี่ นายทวารเจ้าภาพต้องทำฟาวล์สถานการณ์ในเวลานั้นไม่มีทางเลือกที่ การ์ลอส เบลาสโก้ การ์บัลโญ่ สิงห์เชิ้ตดำจอมเฮี้ยบจากสเปนจะตัดสินเป็นอื่นนอกจากควักใบแดงไล่ผู้รักษาประตูจากอาร์เซน่อลออกจากสนามและเป็นใบแดงที่สองของยูโรในครั้งนี้พร้อมกับเป็นจุดโทษของ กรีซ
อย่างไรก็ดี จอร์จอส คารากูนิส กัปตันทีมจากแดนเทพนิยายที่มีประสบการณ์มากที่สุดในทีมชุดนี้ด้วยสถิติการลงสนามรับใช้ชาตินัดที่ 118 กลับไม่นิ่งพอที่จะซัดผ่านมือ เกรกอร์ซ ซานโดเมียร์สกี้ นายทวารตัวสำรองที่โชว์สัมผัสแรกด้วยการเซฟจุดโทษพร้อมได้ชื่อว่าเป็นฮีโร่ของทีมไปโดยปริยาย
จากนั้น กรีซ มีโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะอีกครั้งเมื่อ ซัลปินจิดิส คนเดิมที่เล่นได้อย่างโดดเด่นหลุดเข้าไปซัดตุงตาข่ายแต่ถูกปฏิเสธโดยผู้กำกับเส้นที่ยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนแล้วก่อนเกมจบลงที่ผลเสมอกันไป 1-1
หลังเกมการแข่งขัน ฟรานซิสเซ็ค สมูด้า กุนซือชาวโปแลนด์ออกมากล่าวว่า "เราเล่นผิดพลาดหลายครั้ง โดยเฉพาะประตูที่พวกเขาได้ แต่เกมแรกของทัวร์นาเมนต์มันมักจบด้วยผลเสมอ อย่างน้อยเราไม่แพ้ผมบอกลูกทีมของผมให้เดินหน้าสร้างผลงานต่อไปและตั้งเป้าที่จะคว้าชัยในอีก 2 นัดที่เหลือให้ได้"
"ผมยอมรับว่านักเตะของเราเตรียมตัวมาอย่างดีแต่ก็ถูกแรงกดดันบวกกับความคาดหวังเล่นงาน แต่พวกเขาก็ต่อสู้อย่างมีสปิริต คุณต้องไม่ลืมว่ากลุมนักเตะของเราส่วนใหญ่เป็นแข้งดาวรุ่งที่ประสบการณ์ในเกมระดับใหญ่ยังไม่มากนั้นดังนั้นผลเสมอที่ได้มาผมจึงค่อนข้างพอใจแล้ว"
ขณะที่ เฟอร์นันโด ซานโตส เทรนเนอร์ทีมชาติกรีซกล่าวว่า "ผมรู้สึกประทับใจผลงานของลูกทีมอย่างมากพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นเลือดนักสู้ เรารู้ดีว่า โปแลนด์ แข็งแกร่งเพียงใดและผมก็เตือนลูกทีมในจุดนี้แล้ว"
"แม้ครึ่งแรกเราจะเสียประตูและนักเตะของเราถูกไล่ออกแต่ครึ่งหลังเราทำได้อย่างเยี่ยมยอดและเล่นตามเกมของเราและมีโอกาสเป็นผู้ชนะแต่ก็พลาดไปแต่ผมก็รู้สึกภูมิในในฟอร์มของลูกทีมอย่างมาก"