คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. ไกด์เถื่อน
ระดับความเป็นความตาย
09/06/2012 12:57:57 น.


     แล้ววันนี้ก็มาถึง อีกอึดใจไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ''กลุ่มแห่งความตาย'' กลุ่มที่ดีที่สุด-หนักหนาสาหัสสากรรจ์ที่สุดของยูโร 2012 ก็จะเริ่มต้นขึ้น




        ด้วยศักดิ์ด้วยศรี ด้วยฝีเท้าของแต่ละทีม ด้วยดีกรีมากมายหลายแหล่ของทั้ง ฮอลแลนด์, เยอรมนี, โปรตุเกส และเดนมาร์ก ทำให้ ''กลุ่มบี'' เป็นที่จับตาของทุกฝ่ายตั้งแต่สิ้นสุดการจับสลากแบ่งสาย การจะมองหา 2 ทีมที่เข้ารอบในตอนนี้ คงคล้ายๆ ยื่นมือควานหาเศษกระดาษกลางทะเล อีกทั้งยังมีการมองกันว่า ใครก็ตามที่ผ่านกลุ่มนี้ไปได้ จะพร้อมเดินหน้าสู่การเป็นแชมป์ในท้ายที่สุด
 

        แต่ก็อีกนั่นแหละ ในการจัดระดับของ 4 ทีมร่วมกลุ่ม ในสายตาชาวโลก มันก็ยังแยกออกเป็น 2 เต็งจ๋า - ฮอลแลนด์, เยอรมนี กับอีก 2 ม้ามืดที่จ้องสอดแทรก - โปรตุเกส, เดนมาร์ก
 

        นั่นจึงควรตั้งคำถามว่า จะมีความเป็นไปได้ขนาดไหนที่ 2 ม้ามืดนั่นจะเป็น 2 ทีมที่ควงกันเข้ารอบ หักปากกาเซียนให้สะบั้นกันไปข้าง
 

        ไม่เป็นที่ติดค้างสงสัย ฮอลแลนด์ กับ เยอรมนี มีก้าวที่เหนือกว่า โปรตุเกส กับ เดนมาร์ก อยู่ในภาพรวม ด้วยศักยภาพของขุมกำลังที่ดีกว่า ความลงตัวและชื่อชั้นของนักเตะในทีม และแน่นอน การเป็นรองแชมป์โลกรายล่าของ ฮอลแลนด์ และความสม่ำเสมอในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของ เยอรมนี ล้วนแต่เป็นข้อเท็จจริง
 

        ทว่า โปรตุเกส กับ เดนมาร์ก ก็ยังจะพอคาดหวังได้, ใช่หรือไม่, ว่าจะมีเซอร์ไพรส์จากพวกเขา เมื่อฟุตบอลไม่เคยใช่บัญญัติไตรยางศ์ ทีมที่ดีกว่าใช่จะเป็นผู้ชนะเสมอไป และแม้จะเป็นรอบแบ่งกลุ่มเก็บคะแนน นัยของมันก็คือการเน้นเก็บทุกเม็ดนัดต่อนัดอยู่ดี
 

        นั่นยิ่งทำให้ความสำคัญของ ''นัดแรก'' ทบทวีคูณขึ้นไปหลายเท่า
 

        3 คะแนนแรกเป็นของใครเมื่อไหร่ ก็หายใจได้โล่งคอเมื่อนั้น
  

        เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ ยังยอมรับ ''ผมยังไม่คิดถึงเกมกับ เยอรมนี หรอก ผมเน้นไปที่เกมแรก สำหรับผม นัดแรกสำคัญสุด มันเหมือนในฟุตบอลโลก เกมแรกเราก็พบกับ เดนมาร์ก แล้วมานี่ก็อีกครั้ง เราต้องชนะให้ได้ ผมหมายถึงว่า ถ้าคุณต้องการก้าวเดินที่ดี ที่ราบรื่น คุณต้องชนะนัดแรกให้ได้''
 

        ว่ากันว่า ประวัติศาสตร์ มีความสำคัญตรงที่บางแง่มุมของมัน สามารถบ่งบอกถึงอนาคตของบางสิ่งได้ ฟุตบอลเองก็อาจไม่ต่างกันนัก
 

        ฮอลแลนด์ กับ เดนมาร์ก เจอกันมาไม่ใช่น้อย 30 เกม ทีมกังหันเหนือกว่าที่ชัยชนะ 12 ครั้ง เสมอ 10 ส่วนทัพโคนม ได้เฮ 8 รอบ แต่หากนับเฉพาะเกมอย่างเป็นทางการแล้ว ฮอลแลนด์ ค่อนข้างข่ม เพราะหลังจากที่ เดนมาร์ก ชนะ 3-2 ในยูโร 1968 โน่นแล้ว (ไม่นับรวมการชนะจุดโทษ 5-4 ในยูโร 92 หลังเสมอในเวลา 2-2) การพบกัน 2 ครั้งหลังในยูโร 2000 กับฟุตบอลโลก 2010, ซึ่งเป็นการคุมทีมของ มอร์เตน โอลเซ่น ทั้งหมด, ฮอลแลนด์ ชนะขาด 3-0 และ 2-0 โดยเฉพาะเวิลด์ คัพ ที่แอฟริกาใต้ ซึ่งนักเตะของทั้งคู่แทบจะยกชุดเดิมมาถึงคราวนี้ - สเตเคเลนเบิร์ก, ฟาน เดอร์ วีล, ไฮติงก้า, มาไธจ์เซ่น, ฟาน บอมเมล, เด ยองก์, สไนเดอร์, ฟาน เดอร์ ฟาร์ท, เค้าท์, ฟาน เพอร์ซี่, อเฟลลาย, ยาค็อบเซ่น, เคียร์, แอ็กเกอร์, บุสค์ โพลเซ่น, คาห์เลนเบิร์ก, เอริคเซ่น, รอมเมดาห์ล, เบนท์เนอร์ ปะทะกันมาที่โยฮันเนสเบิร์ก ทั้งหมด และก็จะมีส่วนร่วมกับคืนนี้อีกเช่นกัน
 

        ครั้งสุดท้ายที่ เดนมาร์ก ชนะ ฮอลแลนด์ ในเวลาปกติของเกมทางการ ต้องย้อนไปถึง 1967 หรือก็คือ 45 ปีมาแล้ว นั่นหมายความถึงว่า นอกจากจะต้องอุดช่องโหว่ของความ ''ห่างชั้น'' กันทางฝีเท้าของนักเตะ (ไม่ว่าจะด้วยแท็กติกแบบใดก็ตาม) เดนมาร์ก ยังต้องสู้เพื่อชัยชนะหนแรกใน 4 ทศวรรษอีกต่างหาก
 

        ก็คล้ายๆ กันกับความเป็นมาของคู่ เยอรมนี - โปรตุเกส
 

        คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความเป็นนักฟุตบอล เหนือกว่านักเตะอินทรีเหล็กทุกคน เหนือกว่า เมซุต โอซิล เพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริด ที่เขาเคยบอกเองว่าเป็นกองกลางที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ทว่า ถัดจาก โรนัลโด้ ลงมาแล้ว มันคือช่องโหว่ขนาดใหญ่ในทีมของ เปาโล เบนโต้ - ช่องโหว่ที่ไม่มีนักเตะระดับนั้น หรือใกล้เคียงระดับนั้นเลย
 

        สถิติภาพรวมของยุคโมเดิร์น (90 ขึ้นมา) โปรตุเกส อาจไม่เป็นรอง เยอรมนี นัก แต่การพบกัน 2 ครั้งหลังในฟุตบอลโลก 2006 ต่อด้วยยูโร 2008 ก็เป็น เยอรมนี ที่กำชัยด้วยสกอร์ 3-1 กับ 3-2
 

        ครั้งสุดท้ายที่ โปรตุเกส ชนะ (ในเกมทางการ) คือยูโร 2000 ด้วยแฮตทริกของ แซร์โจ้ คอนไซเซา
   

        แน่ละ นอกจากต้องควานหาเสียงเฮแรกในรอบ 12 ปี เปาโล เบนโต้ ยังต้องหวังให้นักเตะคนอื่น ''ช่วยงาน'' โรนัลโด้ ได้มากกว่าที่เป็นมาด้วย
 

        จากขยุ้มอักษรทั้งหมดทั้งปวง บอกกับเราอย่างชัดเจนว่า ถึงแม้จะเป็นกลุ่มแห่งความตาย มันก็ยังแบ่งแยกระดับความเป็นความตายมากน้อยอยู่ในนั้น - ฮอลแลนด์ กับ เยอรมนี อยู่ฝั่งหนึ่ง โปรตุเกส กับ เดนมาร์ก อยู่อีกฝั่ง
 

        แต่ใช่หรือไม่ว่า ฟุตบอล ก็มีวงจรของมัน วงจรที่คล้ายกับชีวิต
 

        แม้ความเป็นเหตุเป็นผลจะเป็นส่วนประกอบหลักของโลกใบนี้ ทว่า มันก็ยังมีพื้นที่ให้ ''เรื่องไม่คาดฝัน'' ได้หายใจอยู่
 

        และนั่นเอง คงเป็นสิ่งที่ เดนมาร์ก กับ โปรตุเกส ยึดถือ


ไกด์เถื่อน

ภาพจาก : cphpost.dk     

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ไกด์เถื่อน

จำนวนเรื่อง : 4
All post : 6
All view : 10,732
คอลัมน์ ยูโร 2012

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263