''พี่ชอบโปแลนด์นะ พวกเขาต้อนรับพี่ดีมาก'' ประโยคนี้ทำเอาผมรู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกอง
การมาใช้ชีวิตต่างถิ่นนานๆ เรื่องลำดับต้นๆ ที่ต้องคิดถึงไม่รู้มีใครเหมือนกันหรือเปล่าว่าอยากปะหน้าคนไทยเหลือเกิน ซึ่งนั่นเองทำให้ทีมข่าวสยามสปอร์ตประจำประเทศโปแลนด์ขออนุญาตเข้ากราบสวัสดี ท่านทูตบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
อย่างน้อยๆ ก็ทำให้พวกเรามองภาพประเทศที่เคยผ่านเรื่องราวโหดร้ายมามากมายในอดีตชัดเจนยิ่งขึ้น เรื่องเข้าใจผิดก็แก้เป็นถูกรวมถึงคำแนะนำมากมายที่ช่วยได้เยอะมากต่อการผจญภัยตลอดหนึ่งเดือนเต็มๆ
ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าคนเรามักแข็งแกร่งขึ้นหากผ่านมรสุมมาได้
เช่นกันสำหรับชาวโปลภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองก็ส่งผลให้พวกเขาเพิ่มแรงขับให้ตนเองพยายามก่อร่างสร้างแดนใหม่ซึ่งปัจจุบันต้องนับว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียว
''จริงๆ แล้วการมาอยู่โปแลนด์ถือเป็นเรื่องน่าภูมิใจเพราะพวกเขามีศักยภาพมากทั้งที่ตั้งตรงศูนย์กลางของยุโรปรวมถึงการส่งขายสินค้าออกและยังมีบริษัทไทยอย่างส.ขอนแก่นเข้ามาทำธุรกิจที่นี่อีกต่างหาก'' ท่านทูตเล่าความเป็นมาเป็นไป
''โปแลนด์เพิ่งเข้าร่วมอียูได้ไม่นานดังนั้นค่าเงินเลยยังไม่เปลี่ยนจากยูโรแต่นั่นแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงจัง''
นั่นนะซิครับ ผมลองนึกภาพตาม
ย่ำนครวอร์ซอมาได้ประมาณสองวันสัมผัสแรกที่รู้สึกได้คือผู้คนที่นี่หน้าตาเคร่งเครียดเหลือเกิน แทบหารอยยิ้มบริเวณมุมปากไม่ได้เลยฉะนั้นอย่าเลยไกลถึงเสียงหัวเราะซึ่งนั่นคงมาเพราะคราบน้ำตาที่ยังฝังลึกพวกเขาจากรุ่นสู่รุ่น
''ครั้งที่เยอรมันรุกรานแล้วนำชาวยิวไปกักกันที่เอาส์วิทช์ (Aushwitz) นั่นก็มีคนล้มตายถึงหนึ่งล้านห้าแสนคนดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่ประเทศของเขาจะดูเหมือนคนเก็บกดยิ่งเคยปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์มาก่อนอีกด้วย''
พวกเรายังคงคุยกันไปอย่างเป็นกันเอง
น้ำเสียงและท่าทางของท่านทูตช่วยให้เราคลายความเกร็งอย่างรวดเร็วรวมถึงความรู้เกี่ยวกับดินแดนแห่งนี้ต่างๆ นานา จึงยิ่งมองเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
แทบไม่น่าเชื่อ...ท่านบอกกับเราว่าเพิ่งมารับตำแหน่งที่วอร์ซอเพียงสองเดือน
''น่าหนักใจมั๊ยครับเรื่องการปรับตัว'' ผมอยากรู้
''แรกๆ แน่นอนเพราะพวกเขาแตกต่างจากบ้านเราพอสมควรทั้งเรื่องชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมยิ่งภาษาแล้วพูดยากมาก (ว่าแล้วท่านลองสอนเราเบสิค 3-4 คำ) กระนั้นอย่างที่บอกพี่ชอบนะโปแลนด์''
พื้นฐานของชีวิตคนเราอยู่ตรงคำไม่กี่คำหรอกครับหากใครบ้างที่สามารถพอใจกับตรงนั้นได้เร็วกว่ากันต่างหาก ยิ่งในยามที่หายใจบนสภาวะอันแสนแตกต่างจากที่ผ่านๆมา
ผมกำลังปรับตัวเข้ากับชาติที่ทุกคนเรียกว่า ''ยุโรปตะวันออก'' แม้จากภูมิศาสตร์ถือว่าตั้งอยู่ ''ยุโรปกลาง'' และว่ากันว่ามีบางเมืองที่กระเดียดไปทาง ''ยุโรปตะวันตก'' มากกว่าอยู่ครับ จะการเดินทางที่ต้องเน้นรถเมล์เป็นหลักแตกต่างจากเมืองใหญ่ๆ ยิ่งลอนดอนด้วยแล้วต้องบอกว่าคนละเรื่อง จะอาหารที่ส่วนมากเห็นฟาสต์ฟู้ดสัญชาติอเมริกันเต็มไปหมด จนยังไม่มีโอกาสแวะไปฝากท้องกับจำพวกอาหารท้องถิ่นเลยหรือจะเป็นสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ยังไงก็ชวนให้ต้องวิตกจริตอยู่บ้าง
''เป็นธรรมดาก็ต้องระวังกันหน่อยแต่โปแลนด์ระเบียบเข้มงวดเหมือนกับยูโรป คราวนี้เท่าที่คุยหรืออ่านข่าวมาเชื่อว่าความไม่ปลอดภัยต่างๆ คงมีน้อยมาก เนื่องจากเขาวางแผนกันมานานและมีมาตรการลงโทษหนักทีเดียว'' ท่านทูตพยายามยกภูเขาออกจากบ่าพวกเรา
บางเรื่องสิบปากว่าไม่มีทางเท่าตาเห็น...
ต้องยอมรับว่าเรื่องบรรยากาศความคึกคักเกี่ยวกับการเป็นเจ้าภาพยูโร 2012 คราวนี้ของโปแลนด์ยังถือว่าเบาบางเกินไป ตามถนนก็ไม่ค่อยมีคนแต่งตัวเข้ากับเทศกาล ตามตึกต่างๆ ต้องใจกลางเท่านั้นถึงพอมีลวดลายฉาบและยังรวมถึงร้านขายของที่ระลึกที่แทบหาซื้อไม่ได้เลย
กระนั้นมันคงเป็นเพราะความใหม่ของพวกเขาที่ไม่เคยรับหน้าเสื่องานใหญ่ๆ เช่นนี้รวมถึงความเคยเป็นประเทศปิดจึงเหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่หากภาพรวมๆ ก็ถือว่าไม่ได้ขี้เหร่ซะทีเดียว
''มีอีกเรื่องที่อยากพูดถึงคือปีนี้ครบรอบ 40 ปีพอดีที่การทูตไทยกับโปแลนด์มีความสัมพันธ์กันมา ดังนั้นจึงถือเป็นวาระอันดีและพี่ก็พยายามจะผลักดันให้แนบแน่นต่อไปเพราะที่ผ่านมามีคนไทยมาเที่ยวที่นี่น้อยมาก''
''ปัจจุบันมีคนไทยอาศัยในวอร์ซอประมาณ 300 คนเท่านั้น''
พอได้ฟัง...พวกเราทุกคนค่อนข้างตกใจในตัวเลข
''อย่างไรก็ตามคนโปแลนด์ชอบมวยไทยเรามากนะ มีการเปิดค่ายทีนี่ด้วย จ้างครูจากบ้านเราไปสอนตอนนี้ก็นับว่าแพร่หลายพอสมควร''
เรื่องนี้พวกเราทุกคนแทบไม่ประหลาดใจเหมือนประโยคก่อนหน้า
ผมยังคิดมองต่อๆ ไปอีกว่าเส้นทางจากนี้จนกว่าจะรู้แชมเปี้ยนอยากได้อะไรบ้างจากเจ้าภาพสีแดง-ขาว?? ถ้ามองในเรื่องพื้นฐานอาทิชีวิตความเป็นอยู่หรือว่าขนบประเพณีอันนั้นแน่นอนกระนั้นตอนนี้เริ่มอยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากอดีตถึงปัจจุบันให้ลึกซึ้งกว่านี้แล้วซิครับ
อย่างญี่ปุ่นอันเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ที่เคยโดนระเบิดทิ้งจนเสียหายป่นปี้ ตอนนี้พวกเขาไปถึงไหนอย่างน่าทึ่งเพราะอะไรล่ะครับ??
คำถามเดียวกันนี้กับโปแลนด์จึงน่าชมเชยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเลยกับทุกวันนี้ที่ให้ชาวโลกทั้งหลายต้องหันมามองพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะเมื่อเริ่มตั้งแต่วันเปิดสนาม 8 มิถุนายนเป็นต้นไป
คิดเหมือนกันมั๊ยครับ จะเคยล้มลุกคลุกคลานแค่ไหนมันไม่สำคัญเลยถ้าลองตั้งใจลุกยืนขึ้นมาจริงๆและจากสายตาคนไทยคนนี้อยากยืนขึ้นโค้งคำนับให้เสียเหลือเกิน
''ไก่ป่า''
kaipa9@yahoo.com