ความจริงจะเขียนถึงตั้งแต่วันที่มีกระแสข่าว ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ จะช่วยให้ ธีรศิลป์ แดงดา ไปทดสอบฝีเท้ากับลิเวอร์พูลให้ได้
ตอนนั้นก็มีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์และเป็นเรื่องดีในวงการฟุตบอลไทย มันต้องมีการแตกประเด็นแตกความคิด...วิเคราะห์เจาะลึกเพื่อนำมาถึงข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดสำหรับผมนั้นถือว่าข่าวการที่จะมีนักเตะไทยไปเล่นอาชีพในยุโรปนั้น...คือข่าวที่น่ายินดี
มันคือการสร้างเสริมประสบการณ์ให้วงการฟุตบอลไทยแกร่งขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น คือเก่งขึ้นนั่นเอง บอกตามตรงวันก่อนผมนั่งบรรยายทีมชาติญี่ปุ่นถล่มโอมาน 3-0 (สกอร์เท่าที่ไทยก็ถล่ม) รู้สึกอิจฉาและภูมิใจแทนคนญี่ปุ่นไม่น้อย วันนี้ฟุตบอลญี่ปุ่นคือเบอร์หนึ่งทวีปเอเชีย วิธีการเล่นบอลของพวกเขาที่มีนักเตะแกนหลักไปเล่นอาชีพในยุโรปแบบยกทีม มี 3 คนเท่านั้นที่เล่นในเจลีก ลีกอาชีพสูงสุดของพวกเขาคือ คอนโนะ เซนเตอร์ฮาล์ฟ...มีเอนโดะ กลางตัวรับ และมาเอดะ กองหน้า
นอกนั้นอีก 8 เล่นอาชีพในยุโรปกับทีมชั้นนำอย่าง คางาวะ ว่าที่นักเตะแมนฯ ยูฯ ก็เป็นแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยซ้อน สุดยอดมาก เรียกว่าเมื่อก่อนสมัยผมเด็กๆเคยมี โอกูเดระ แต่วันนี้คางาวะกินขาดยิ่งใหญ่กว่าเยอะ ยังมีฮอนดะ กับซีเอสเคเอ มอสโก ที่เก่งมากในทีมชาติ อูชิดะ แบ็กขวารูปหล่อเล่นกับชาลเก้...ฮาเซเบะ กับโวล์ฟสบวร์ก...และอีกมากมายหลายคน กระทั่งตัวสำรองยังเล่นในพรีเมียร์ลีกเลย
การไปเล่นอาชีพในยุโรปคือการไปสะสมกระดูกเพราะคุณต้องเจอกับยอดนักเตะทุกสัปดาห์...มันคือการยกระดับมาตรฐานของผู้เล่น...ดังนั้นไม่ต้องสงสัยว่าทำไมญี่ปุ่นจึงเล่นบอลระดับทวีปเวลานี้เหนือกว่าทุกชาติในเอเชีย และเข้าขั้นระดับโลก ไปเตะบอลโลกก็ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้แล้ว มันคือพัฒนาการ...ที่พวกเขาสร้างจากเจลีก...และต่อยอดไปยังยุโรป
วันนี้ลีกไทยเพิ่งเปิดตัวได้ 3 ปี ถือว่ายังเพิ่งเริ่มตั้งไข่ครับ...ยังเดินทางไปไม่ถึงคำว่าลีกแข็งแกร่งทีมชาติแข็งแรง ด้วยเพราะเพิ่ง 3 ปี
กว่าเจลีก...เคลีก จะมีวันนี้ได้ ทีมชาติจะเก่งได้ เขาใช้เวลาเกิน 10 ปี ญี่ปุ่นนั้นเป็นบอลโรงงาน...สมัครเล่น-อาชีพมานานเป็น 20-30 ปี เช่นเดียวกันกับเกาหลีใต้ ดังนั้นหากเราคาดหวังเมล็ดพันธุ์พืชที่เราเพิ่งเริ่มหว่านไปแล้วเห็นผลทันทีเลยนั้น คงต้องใช้เวลารดน้ำพรวนดิน...ใส่ปุ๋ย ยกเว้นเสียแต่ว่ามันจะกลายพันธุ์และแคระแกร็นไม่โตหรือเฉาตายไปเอง...เนื่องจากคนที่รู้ไม่จริงเข้ามาทำงาน คนฉวยโอกาสเข้ามากันมากมาย
เอาเป็นว่าการที่
ธีรศิลป์ แดงดา ได้รับการทาบทามและมีข่าวว่าติดต่อจากสโมสรชั้นนำในตุรกี แทร็บซอนสปอร์ ถือว่าเป็นข่าวดี...หลังจากที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ รับปากจะช่วยเรื่องการสร้างบันไดให้นักเตะไทยเดินไปยุโรป ตอนนั้นก็มีเสียงวิจารณ์ว่า
"โม้" บ้างอะไรบ้าง
ผมเองในฐานะที่พอจะคุยกับฟาวเลอร์ได้ และได้คุยกับเขาแล้วเขาก็ยืนยันและบอกว่า ธีรศิลป์ แดงดา เก่งเกินที่จะเล่นในเมืองไทยแล้ว หากยังเล่นอยู่เท่ากับฝีเท้าไม่พัฒนาจะหยุดนิ่งแค่นี้ ต้องไปยุโรปเพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แกร่งและพัฒนายิ่งกว่านี้
ผลประโยชน์ตกกับตัวเขานะไม่เท่าไหร่ มีรายได้มหาศาล ปัจจุบันขับเบนซ์ อีคลาส 250 ถ้าไปยุโรป ธีรศิลป์จะขับเฟอร์รารี่...คันละ 30-40 ล้านบาท นี่ไม่ใช่การฟุ้งเฟ้อแต่มันเป็นไปตามรายได้...เผลอๆ อาจมีแฟนเป็นดาราสาวชื่อดังในวงการบันเทิงบ้านเราก็ได้ 555
ตรงนั้นส่วนตัวครับ...แต่วงการจะได้และเขาจะเป็นบันไดที่ปูให้เด็กไทยรุ่นหลังเติบโตมาอยากเป็นนักกีฬาอาชีพ ไม่ใช่ฟุตบอล อะไรก็ได้ครับ ตรงนี้คือคุณค่ามหาศาลที่ได้มาอย่างไม่รู้ตัว...เราจึงต้องหาต้นแบบให้คนในสังคมในทางบวก...อย่างนักกีฬานี่แหละ
ที่สำคัญหากธีรศิลป์ได้ไปเตะในตุรกี...นั่นหมายความว่าเขาได้แหย่เท้าเข้าไปอยู่ในวงการฟุตบอลอาชีพแล้ว ที่สำคัญ ข้อครหาที่ว่าอย่างธีรศิลป์ และนักบอลไทยไม่อาจไปเล่นในลีกใหญ่อย่างอังกฤษได้คงหมดไป เพราะการไปเล่นในตุรกีคือลีกระดับบีบวกของยุโรป ซึ่งตรงนี้จะมีความสำคัญกว่าแรงกิ้งของทีมชาติไทยอย่างแน่นอน
เหมือนนักเตะหลายคนไปเล่นฮอลแลนด์, ไปเล่นเบลเยียม สะสมประสบการณ์แล้วก็สามารถเข้าไปเล่นในอังกฤษได้ ตามหลักการของยูฟ่าทุกอย่าง เอาเป็นว่าส่งกำลังใจและช่วยลุ้นให้ ธีรศิลป์ แดงดา นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในเมืองไทยเวลานี้ ไปเล่นอาชีพยุโรปให้ได้ในเร็ววัน
"กิเลนผยอง" อาจจะได้ค่าตัว 200-300 ล้านบาทเข้าทีม แต่สิ่งที่เราได้มากกว่านั้นคือวงการฟุตบอลไทยทั้งหมดครับ ถือว่าการสร้างลีกใน 3 ปีมีความรวดเร็วไม่น้อยทีเดียวที่อาจจะมีนักเตะไปยุโรป เรามีบันไดพาดให้นักเตะเดินไปยังสุดยอดของฟุตบอลอาชีพบนโลกใบนี้อย่างทวีปยุโรป
นี่คือข่าวดี...ข่าวสร้างสรรค์...และเป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง ไปยุโรปให้ได้นะ "เจ้ามุ้ย" ผมคนหนึ่งแหละที่เชียร์และอยากเห็นบอลไทยพัฒนาและก้าวหน้าในเชิงสร้างสรรค์แบบนี้ครับ
Jackie