คอลัมน์ : วันของวัน โดย.. อ.วัน
กม.พลิก
02/06/2012 12:09:27 น.


     เห็นข่าวตั้งแบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่เสียบแทนแคนดิเดทแรกที่ถูกสื่อตามเกาะมาตลอดเกือบหนึ่งเดือนอย่างโรแบร์โต้ มาติเนซของทีมขวัญใจมหาชนอย่างลิเวอร์พูลแบบเลี้ยวหักศอกแล้ว ทําให้คอลัมนิสต์วัยทองอย่างผู้เขียนต้องกลับมาถามตัวเองว่า เข้าใจวัฒณธรรมสื่อข่าวอังกฤษดีแค่ไหนเช่นกัน




        เพราะด้วยพื้นฐานใช้เวลาเกือบทั้งหมดเกาะแหล่งข่าวเยอรมันอย่างบิลด์ ทําให้มักทึกทักการบริโภคแหล่งข่าวสารอื่นในทํานองเดียวกันไปด้วย
 

        พอมาขุดคุ้ยหาเรื่องราวบอลผู้ดีเขียนบ้างจึงมีความรู้สึกควรปรับมุมมองบางอย่าง
 

        นั่นคือตราบใดยังไม่มีการจัดงานแถลงหรือยืนยันจากผู้รับผิดชอบอย่างเป็นทางการจริง เหมือนกรณีทีมชาติอังกฤษตั้งรอย ฮ็อดจ์สันนั่งเก้าอี้โค้ชทีมชาติแทนเต็งหนึ่งอย่างแฮร์รี่ เรดแนปป์ที่ถูกวางตัวนอนมาตลอดสี่ห้าเดือน อย่าเพิ่งเชื่อด้วยความรู้สึกสําคัญตัวเองเหมือนหลักกาลามสูตร 10
 

        ในการแสดงพระสูตรแก่ชาวกาลามะ ณ หมู่บ้านเกสปุตติยคม แคว้นโกศลครั้งนี้พระโคตมบรมครูทรงวางหลักไม่เชื่อสิ่งใดๆง่าย โดยใช้ปัญญาพิจารณา 10 ประการคืออย่าเชื่อเพราะฟังตามกันมา ทําต่อกันมา ตามคําเล่าลือ โดยอ้างตํารา โดยนึกเอา โดยการคาดคะเน นึกตามหลักเหตุผล เพราะต้องกับทฤษฏีตน เพราะมีรูปลักษณ์ควรเชื่อได้ และเพราะผู้พูดเป็นครูอาจารย์ของตน
 

        การบริโภคข่าวฟุตบอลอังกฤษบ่อยๆจึงมีประโยชน์ในการย้อนนึกหลักธรรมข้อนี้มาเตือนตัวเอง
 

        เพราะหากไม่เข้าข้างความรู้สึกของเราเองจะเห็นว่า บทสรุปสุดท้ายของข่าวแต่ละชิ้นมักมีเหตุผลที่มาสมควรทั้งสิ้น ปัญหาคือการเล่นข่าวต่อเนื่องด้วยการชูตัวละครหนึ่งขึ้นมาเพราะความเอนเอียงเองของสื่อหรือจากกระแสอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการสร้างจุดขายที่ผู้บริโภคทั่วไปมักไม่คิดถึงกลไกส่วนนี้
 

        อย่างกรณีชู "จ่าแฮร์รี่" คุมทีมชาติสิงโต ก็เป็นการเสนอข่าวด้านหนึ่ง ที่ไม่เคยมีการหยิบข้อเท็จจริงการติดต่อของสองฝ่าย ซึ่งเจ้าตัวยอมรับไม่เคยมีการพูดคุยกับเอฟเอใดๆเลยแม้แต่ครั้งเดียวมาอ้างถึง ทั้งหมดจึงเป็นการคาดสถานการณ์ด้วยการประเมิณความเป็นไปได้จากฐานข้อมูลบางอย่างเท่านั้น
 

        ทั้งที่ความจริงแล้วอาจไม่มีสาระเนื้อหาตรงนั้นเลย
 

        แต่จะบอกว่านั่นเป็นการหลอกลวงผู้เสพทั้งหมดก็คงไม่ถูก หากแต่ละคนพอคุ้นเคยวิธีนําเสนอของสื่อแนวนี้บ้าง
 

        กรณีมาร์ติเนซกับลิเวอร์พูลว่าไปแล้วก็แทบไม่มีอะไรต่างออกไป แม้การเสนอความเคลื่อนไหวจะมีข้อเท็จจริงสําคัญรองรับ โดยเฉพาะภาพเดินคุยระหว่างเจ้าของสโมสรจอห์น ดับบลิว เฮนรี่และผู้จัดการทีมหนุ่มวีแกนที่ไมอามี่ที่สร้างความเชื่อถือกว่า แต่หากเจาะรายละเอียดการเสนอข่าวหลายสัปดาห์ยังไม่การอ้างคําพูดสรุปอนาคตตัวเองใดๆของเจ้าตัว แม้แต่หลังเดินทางกลับจากหยุดพักถึงลอนดอนแล้ว ขณะที่รอดเจอร์สซึ่งโผล่มาเป็นพระเอกตอนจบว่าไปแล้วก็มีชื่ออยู่ในลิสต์ต้นๆของปฏิบัติการค้นหาทายาทคิงเคนนี่เช่นกัน
 

        จากที่อาจไม่ค่อยเห็นด้วยกับทางเลือกนี้ อาจเริ่มรู้สึกยอมรับผู้จัดการทีมขาวไอริช หรือไอร์แลนด์เหนือชั่วโมงบินตํ่าแต่เต็มไปด้วยพื้นอัดแน่นมากขึ้น หลังได้ยินบทสัมภาษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงแคแรคเตอร์สุดยอด
 

        ต่างจากมาร์ตี้ซึ่งอ้างถึงสาเหตุไม่จ็อบเพราะแผนงาน อดีตนักเตะทีมโอท็อปไอริชบัลลี่เมน่า ยูไนเต็ดวัย 39 ปีแสดงความมั่นใจในการนําวิธีการของเขามาใช้ในแอนฟิลด์ กับการยืนหยัดหลักการฟุตบอลเกมรุกตามแนวทางที่สโมสรให้คุณค่ามาตลอด รวมทั้งเข้าใจโครงสร้างไดเรคเตอร์ ออฟ ฟุตบอลสมัยใหม่ที่เน้นการทํางานเป็นกลุ่มมากกว่า และภูมิใจกับการรับงานในสโมสรซึ่งเต็มไปด้วยจารีตประเภณี
 

        ในแง่ประสบการรณ์ซึ่งถูกมองเป็นข้อจํากัด ถึงอายุยังน้อยรอดเจอร์สบอกว่าตอนดัลกลิชเป็นนักเตะ-ผู้จัดการทีมครั้งแรกครั้งแรกก็เพิ่ง 34 ปี ถือว่าหนุ่มกว่ามากและเทียบกันแล้วเขายังผ่านประสบการณ์จริงมาแล้วระดับหนึ่ง
 

        เช่นเดียวกับการทํางานกับทีมหงส์ขาว สวอนซีรอดเจอร์สรับประกันสิ่งหนึ่งที่เดอะ ค็อปสบายใจได้ในการเห็นลิเวอร์พูลกลับมาใช้ฟุตบอลเกมรุกระดมคู่แข่งแบบไม่หยุดหย่อนเหมือนยุคสองตํานนอมตะบิลล์ แชงคลีย์และบ็อบ เพรสลีย์อีกครั้ง
 

        เพรสลีย์สืบทอดอาณาจักรแชงคลีย์ในปี 1974 ก่อนพาลิเวอร์พูลคว้า 21 โทรฟี่ในเก้าฤดูกาลรวมทั้งสามถ้วยยูโรเปี้ยน คัพ,ยูฟ่า คัพ,ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ,แชมป์ลีกหกสมัยและลีก คัพสามสมัย ก่อนปล่อยงานให้โจ เฟแกนเข้ามารับช่วงและเป็นไอ้หนูรอดเจอร์ส 11 ขวบที่ยังทันดูทีมเครื่องจักรสีแดงชุดนั้นคว้าสามแชมป์ทั้งแชมป์ลีก,ยูโรเปี้ยน คัพและลีกในฤดูกาลเดียวปี 1984 ได้เป็นทีมแรกของอังกฤษ รวมทั้งการร่ายมนต์แข้งของสุดยอดนักเตะอย่างเควิน คีแกน,จอห์น โตแช็ครวมทั้งในเวลาต่อมาอย่างดัลกลิช,สตีฟ ไฮจ์เวย์,เอียน รัชและอีกหลายคน
 

        ทั้งหมดมีส่วนหล่อหลอมให้รอดเจอร์สชื่นชอบการเล่นฟุตบอลทูทัช เน้นการผ่านต่อบอลจู่โจม และนําถ่ายทอดนักเตะในสนามทันทีที่มีโอกาสคุมทีมตั้งแต่ที่แรกกับวัตฟอร์ด,ช่วงสั้นๆกับเรดดิ้งและสวอนซีที่เขาสร้างชื่อให้ตัวเองขึ้นมาได้อย่างเต็มตัว
 

        เท่ากับการเลือกรอดเจอร์สของสองนายใหญ่มะกันอย่างจอห์น ดับบลิว เฮนรี่ และประธานสโมสรทอม แวร์เนอร์ครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาก็ให้ความสําคัญกับการรักษาแนวประเพณีของสโมสร และพยายามดึงสูญหายกลับมา
 

        ขณะที่การออกมาหนุนลูกน้องเก่าของเดอะ สเปเชี่ยลวันอย่างโชเซ่ มูรินโญ่ ก็น่าสร้างความสบายใจทั้งในแง่ความรู้ความสามารถ ปรัชญาฟุตบอลที่ได้รับอิทธิพลบางส่วนจากจ่ามู ตลอดจนบุคคลิคที่ยอดกุนซือโปรตุกีสยืนยันความเป็นแฟมิลี่ แมน พร้อมเป็นเพื่อนรับฟังและร่วมสื่อสารกับคนอื่นให้บรรดาเดอะ ค็อปอาร์มี่ระดับหนึ่ง
 

        ถ้าครั้งนี้กฏหมายจะผลิก ก็ต้องถือว่าการตัดสินไม่มีอะไรน่าค้านสายตา เมื่อดูทั้งหลักฐานและมาตราที่เข้าหลักเกณฑ์สมการกล่าวอ้าง


"อ.วัน"

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : อ.วัน

จำนวนเรื่อง : 84
All post : 568
All view : 910,308
คอลัมน์ วันของวัน
ต้องลองก่อน
อ.วัน
ต้องลองก่อน

View : 30,398 Post : 14
ชีวิตดีขึ้น
อ.วัน
ชีวิตดีขึ้น

View : 9,216 Post : 2
เก่งจังชินจัง
อ.วัน
เก่งจังชินจัง

View : 19,002 Post : 3
ยอดมนุษย์ดิ มัตเตโอ

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263