การแข่งขันกีฬาแต่ละทัวร์นาเมนต์ ไม่ว่าจะประเภทไหน ย่อมมีสถิติ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่แปลกประหลาดต่างกันไป ซึ่งในช่วงที่กระแสฟุตบอลยูโร 2012 กำลังมาแรง รอเปิดฉากที่ โปแลนด์-ยูเครน วันที่ 8 มิถุนายนนี้ ก็เลยขอนำเอาเกร็ดที่น่าสนใจมานำเสนอ ซึ่งเชื่อว่าบางคนดูแล้วอาจร้องอ๋อ ทั้งงง ไม่อยากเชื่อ ไปจนถึง มันเป็นสิ่งที่รู้ดีแก่ใจ แต่คิดไม่ถึง เข้าทำนองเส้นผมบังภูเขา
โคนมเริ่มต้นด้วยเบียร์ลงเอยด้วยแชมเปญ
กลุ่มนักเตะ "โคนม" เดนมาร์ก กำลังเตรียมตัวไปฮอลิเดย์กันแล้วในช่วงซัมเมอร์ปี 1992 ตอนที่พวกเขาได้รับการเรียกระดมพล เพื่อบินไปเตะฟุตบอลยูโร 1992 อย่างกะทันหันเมื่อ ยูโกสลาเวีย โดนอัปเปหิจากทัวร์นาเมนต์ เนื่องจากดเหตุผลด้านการเมือง (สงครามคาบสมุทรบอลข่าน) ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคง "ฮอลลิเดย์ มู้ด" เอาไว้ เมื่อได้รับอนุญาติให้พาภรรยา-แฟน มาด้วย หรือ
จะดื่มเบียร์ก็ไม่ว่ากัน ผลลงเอยว่าพวกเขาได้กระดกแชมเปญ ฉลองแชมป์ตอนจบ!
ลักเซมเบิร์ก สวรรค์ล่ม
เดนมาร์ก อาจดูเหมือนแชมป์แบบส้มหล่น แต่ขี้หมูขี้หมาพวกเขาก็ผ่านไปเสนอหน้าในเวทีรอบสุดท้ายเป็นระยะๆ เทียบไม่ได้กับ ลักเซมเบิร์ก ทีมหมูน้อยประจำทวีป ที่ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก ลงสนามแต่ละทีต้องเอากระบุงใส่ประตูกลับบ้าน แต่พวกเขาก็เกือบมีเวลาแห่งความสุขในปี 1964 ที่ สเปน เป็นเจ้าภาพ โดยสมัยนั้นจะคัดเอาทีมไปเล่นรอบสุดท้ายแค่ 4 ทีม และ ลักเซมเบิร์ก หวิดทำได้ พวกเขาเขี่ย ฮอลแลนด์ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย (เล่นเหย้า-เยือน ชนะ 3-2) เหลืออีกรอบเดียวจะเป็น 1 ใน 4 แล้ว แต่พลาดท่าแพ้... เดนมาร์ก ทีมนี้นี่เอง แต่ ลักเซมเบิร์ก สู้ได้ดี เสมอ 5-5 ในการเล่น 2 นัด ก่อนแพ้รีเพลย์ที่สนามกลาง 1-0
แข้งเติร์กตายยาก
ปี 2008 ที่ ออสเตรีย-สวิตเซอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพ สเปน อาจเป็นแชมป์ยูโร แต่ถ้ามีถ้วยทีมตายยาก ตุรกี จะได้กลับไปนอนกอดแบบไม่มีใครสู้ โทษฐานเป็นทีมโรคจิต เวลาแข่งมีตั้ง 90 นาที ไม่รวมทดเจ็บ ไม่ยอมยิง มายิงเอาช่วงไม่กี่นาทีจะหมดเวลาอยู่เรื่อย ลำพังรอบแบ่งกลุ่มก็มี 2 นัดแล้ว ตั้งแต่ยิงชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 2 จากนั้นกมกับ เช็ก ก็ยิง 2 ลูกในนาที 87 กับ 89 พลิกแซงชนะ 3-2 หน้าตาเฉย จากนั้นรอบ 8 ทีมไปเจอ โครเอเชีย ก็ไปทำแสบเค้าอีก เกมยื้อจนต้องต่อเวลพิเศษ และโดนยิงไปก่อน แต่ ตุรกี ตีเสมอ ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 2 ก่อนดวลเป้าชนะ 3-1 ยังไม่หมดๆ แต่คราวนี้โดนเองด้วย! เกมรอบรองฯ พวกเขาเจอ เยอรมัน อุตส่าห์ตีเสมอ 2-2 นาที 86 แต่โดน ฟิลิป ลาห์ม ยิงประตูชัยให้ อินทรีเหล็ก นาทีสุดท้าย (ฮา)
คำสาปยูโกฯ
ในส่วนของชาติที่สร้างนักเตะออกมาสู่โลกแล้ว ยูโกสลาเวีย ไม่เป็นรองรองใคร แต่พวกเขาเหมือนมีคำสาปในฟุตบอลยูโร พวกเขาแพ้รอบชิงฯ 2 ครั้ง ครั้งแรกแพ้ต่อเวลา สหภาพโซเวียต 2-1 ปี 1960 จากนั้นปี 1968 เสมอ อิตาลี 1-1 ต้องรีเพลย์ และคราวนี้แพ้ไป 2-0 ฟังดูก็ยังพอรับได้น่ะ รองแชมป์ แต่มันไม่ใช่แบบนั้นนะสิ เพราะตลอด 32 ปีจากนั้น นับถึงปี 2000 ซึ่ง ยูโกสลาเวีย ยังไม่แบ่งประเทศ พวกเขามีปัญญาชนะรอบสุดท้ายแค่นัดเดียว คือทุบ นอร์เวย์ 1-0 ปี 2000 เท่านั้นไม่พอ ยูโกสลาเวีย ยังครองสถิติที่ไม่มีใครเค้าอยากได้คือแพ้และสุดในรอบสุดท้าย 2 ครั้งคือแพ้ เดนมาร์ก 5-0 ปี 1984 และแพ้ ฮอลแลนด์ 6-1 ปี 2000
อิตาลี พกดวงมาด้วย
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ บอลยูโร มีจับสลากด้วย! ย้อนไปปี 1968 ที่ อิตาลี เป็นเจ้าภาพ และเข้ารอบชิงฯ ไปรีเพลย์ชนะ ยูโกสลาเวีย 2-0 หลังนัดแรกเสมอ 1-1 นั้น พวกเขาพบกับ สหภาพโซเวียต ในรอบรองฯ และหลังเสมอกัน 0-0 ปรากฎว่ามีการตัดสินด้วยการจับสลาก และ อิตาลี เป็นชื่อที่ถูกหยิบออกมา
นายพลฟรังโก้ล้วงลูก
ยูโร รอบสุดท้าย ปี 1960 ที่ ฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ โดนล้วงลูกจากการเมืองเมื่อนายพลฟรานโก้ ผู้นำเผด็จการของสเปน สั่งการห้ามทีมชาติสเปน ปะทะแข้งกับ สหภาพโซเวียต ที่เป็นคอมมูนิสต์ และให้การสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลแดนกระทิง ในยุคสงครามกลางเมือง ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่ง โซเวียต ไม่สนอยู่แล้ว เนื่องจากได้เข้ารอบแบบไม่เสียเหงื่อ แถมตะลุยไปคว้าแชมป์จากการชนะ ยูโกสลาเวีย อย่างไรก็ดี อีก 4 ปีต่อมา ทั้งสองทีมเจอกันในรอบสุดท้าย (มี 4 ทีม) และ สเปน ชนะ 2-1 ในเกมรอบชิงฯ ที่ มาดริด
สาธารณรัฐเช็ก หนึ่งเดียวที่ เยอรมัน แพ้ดวลเป้า
ทีม "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการเป็นเต้ยยามดวลจุดโทษตัดสิน เมื่อสถิติบ่งบอกว่าพวกเขาแพ้การดวลจุดโทษครั้งเดียว ตลอดการดวลเป้า 6 ครั้งทั้งในยูโร และ ฟุตบอลโลก และครั้งเดียวนั้นเกิดขึ้นในรอบชิงฯ ฟุตบอลยูโร 1976 จากน้ำมือของ เช็กโกสโลวะเกีย ในเกมที่เสมอกันไป 2-2 โดยคนที่พลาดคือ อูลี่ เฮอเนส เปิดช่องให้ อันโตนิน ปาเนนก้า ได้ยิงประตูให้ เช็กฯ คว้าแชมป์แบบสุดเท่ (ปนโรคจิต) เมื่อคุณพี่เล่นชิพบอลเข้าไปกลางประตู ขณะที่ เซปป์ ไมเออร์ พุ่งไปทางซ้ายของตัวเอง
7 แข้งเทพแฮตทริกฮีโร่
มีนักเตะ 7 คนที่สามารถยิงแฮตทริกได้ในการเล่นฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย เริ่มต้นด้วยประธานยูฟ่า "นโปเลียนลูกหนัง" มิเชล พลาตินี่ ชู 2 นิ้วขอสอง เมื่อกดแฮตทริก 2 ครั้งใส่ เบลเยียม กับ ยูโกสลาเวีย ปี 1984 แถมเป็นแฮตทริกแบบสมบูรณ์แบบซะด้วยเมื่อคุณพี่เล่นทำประตูด้วยศีรษะ และเท้าซ้าย+ขวา ส่วนคนอื่นๆ ที่ยิงแฮตทริกได้เช่นกันก็คือ ดาบิด บีย่า, พาทริก ไคลเวิร์ต, แซร์โจ้ คอนไซเซา, มาร์โก แวน บาสเท่น, เคล้าส์ อัลลอฟส์ และ ดีเทอร์ มุลเลอร์
ก็ดวงชะตามันต้องกัน
มีอยู่ 2 ครั้งที่ทีมที่พบกันในเกมรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ดวงชะตาฟ้าลิขิตให้โคจรมาเจอกันในรอบชิงฯ นั่นคือปี 1996 ที่ เยอรมัน ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-0 ในเกมแรกของกลุ่ม ก่อนที่ "อินทรีเหล็ก" จะย้ำแค้นด้วยประตู "โกลเด้น โกล์" ของ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ จากนั้นคือปี 2004 ที่ กรีซ เอาชนะเจ้าภาพ โปรตุเกส ไปได้ 2-0 ในเกมเปิดซิงของกลุ่มพวกเขา ก่อนจะทำให้เจ้าภาพแค้นฝังหุ่นเข้าไปอีกเมื่อชนะไปได้ 1-0 ในรอบชิงฯ
ร็อกโคราช