คอลัมน์ : ยูโร 2012 โดย.. มอนตี้
ยกแรกก่อนแหวกม่าน
29/05/2012 12:55:19 น.

ศึกใหญ่ไม่ทันได้ฤกษ์เปิดม่าน ความสำราญก็ผ่านหูผ่านตาแฟนบอลทั่วโลกแล้วระหว่างเกมกระชับมิตรเตรียมความพร้อมสู่ยูโร 2012



         หากไม่พลาดติดตามข่าวสารเป็นประจำสม่ำเสมอในช่วงที่ผ่านมา คุณๆ ผู้อ่านคงได้รับทราบว่าทั้ง 16 ทีมเดนตายรอบสุดท้ายที่โปแลนด์-ยูเครน ล้วนผ่านเกมลับแข้งกันถ้วนหน้า


         ในที่นี้ขออนุญาตละเว้นชื่อทีมชาติอิตาลี ซึ่งขึ้นชื่อสไตล์ช้าแต่ชัวร์ มีแต่ลงเตะกับทีมท้องถิ่นกว่าจะได้ลับแข้งของจริงนัดแรกก็ต้องรอถึงวันอังคารกับ ลักเซมเบิร์ก ปิดท้ายด้วย รัสเซีย ในวันศุกร์ที่จะถึง


         ตลอดจนเรื่องราวของทีมชาติอังกฤษ ขวัญใจมหาชนที่คอลัมนิสต์หลายๆ ท่านได้บรรเลงความคิดเห็นไปเรียบร้อยแล้ว


         ส่วนทีมชาติฝรั่งเศส ยังไม่สามารถรับทราบผลการแข่งขันกับไอซ์แลนด์ ด้วยเงื่อนไขเวลาจำกัดปั่นต้นฉบับ แต่ทุกคนคงได้เห็นแล้วผ่านพาดหัวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ฉบับนี้


         แมตช์ประเดิมเตรียมความพร้อมสู่ศึกชิงเจ้ายุโรป (หรือนัดที่สองสำหรับบางทีม) หาใช่บทสรุปสู่ภาพรวมในรอบสุดท้ายไม่ ทว่าในอีกมุมหนึ่งมันก็บ่งบอกในตัวว่าแต่ละทีมมีปัญหาตรงจุดไหนบ้าง


         มิเว้นกระทั่งทีมชาติสเปน แชมป์เก่าซึ่งเปิดตัวสวยหรู อัดเซอร์เบียไปเบาะๆ 2-0 แต่อย่าลืมว่าทีมเซิร์บชุดนี้กำลังก่อร่างสร้างตัวใหม่ คงวัดอะไรไม่ได้มาก


         ขุนพลกระทิงดุ พิสูจน์ให้เห็นว่าดีกรีแชมป์ยูโรพ่วงแชมป์โลก ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย พวกเขามักไม่พลาดในจังหวะที่ควรได้สกอร์


         หากแต่น่าสนใจตรงที่พระเอกของงานกลายเป็น อาเดรียน โลเปซ กองหน้าดาวรุ่งแอตเลติโก มาดริด ที่ดังระเบิดจากการคว้าดาวซัลโวแชมป์ยุโรป รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี จนไต่เต้าขึ้นสู่ชุดใหญ่ในที่สุด


         พ่อหนุ่มอาเดรียน ลุกจากม้านั่งสำรองมาโขกปลดล็อกในนาที 64 และถัดมาอีกราวๆ 10 นาทีก็เรียกจุดโทษให้ ซานติ กาซอร์ล่า สังหารปิดกล่อง


         น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ฟอร์มดีกลับไม่ช่วยอะไรเมื่อ อาเดรียน ตกสำรวจเช่นเดียวกับ โรเบร์โต้ โซลดาโด้ เนื่องจาก บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ไว้วางใจ เปโดร โรดริเกซ, อัลบาโร่ เนเกรโด้, เฟร์นานโด ยอเรนเต้ และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ติดโผ 23 คนสุดท้าย


         อย่างไรก็ดี ปัญหาน่าเป็นห่วงอยู่ที่แนวรับมากกว่า อย่างที่บอกว่าเซอร์เบียเป็นคู่แข่งที่นำมาชี้วัดมาตรฐานไม่ได้ การขาดตัวเก๋าประสบการณ์อย่าง การ์เลส ปูโยล ทิ้งช่องว่างไว้ไม่ใช่น้อย


         นอกเสียจากคู่เซนเตอร์แบ็กตัวจริง เคราร์ด ปิเก้ จับคู่ เซร์คิโอ รามอส ทว่าชอยส์อื่นดูไม่น่าไว้ใจ ราอูล อัลบิโอล เรื้อสนามแทบไม่ได้เล่นให้ เรอัล มาดริด ในซีซั่นที่ผ่านมา อัลบาโร่ โดมิงเกซ ก็ยังมีเครื่องหมายคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์


         ถ้าหาก สเปน ถูกยกเป็นเต็งหนึ่งแชมป์ยูโร 2012 แล้วไซร้ ทีมเต็งรายถัดมาย่อมต้องเป็น เยอรมัน ที่สั่งสมเลเวลเข้ารอบลึกๆ สามรายการซ้อน ในนามรองแชมป์ยุโรปหนก่อน พ่วงอันดับสามฟุตบอลโลก 2 สมัยซ้อน


         แต่แล้วความหวังเรืองรองกลับต้องสะเทือนซางด้วยผลลัพธ์พ่าย สวิตเซอร์แลนด์ เละเทะเหลือเชื่อถึง 3-5 ทำเอากองเชียร์อินทรีเหล็กทั้งขาประจำและขาจรโคตรเซ็งเบื่อโลกไปตามๆ กัน

 
        อย่างไรเสีย ยังพอมองโลกในแง่ดีได้ว่าบุนเดสเทรนเนอร์ โยอัคคิม เลิฟ ไม่ได้จัดเต็มชุดดีที่สุด โดยเฉพาะตำแหน่งผู้รักษาประตู มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเก้น ได้ประเดิมเฝ้าเสาทีมชาติแทนที่มือหนึ่ง มานูเอล นอยเออร์


         ตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กดูเหมือน มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ยังคงประสบปัญหาเค้นฟอร์มทีมชาติไม่ได้เหมือนระดับสโมสร แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ ก็หมดสภาพหลังหายเจ็บยาว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะให้โอกาส เบเนดิคท์ เฮอเวเดส แบ็กขวาแก้ขัดได้แจ้งเกิดบ้าง


         ขุมกำลังแนวรุกกับตรงกลางสนามแข็งแกร่งไม่แพ้ชาติใด แต่สำหรับพื้นที่หลังบ้านคงต้องปรับปรุงกันขนานใหญ่เลยทีเดียว


         มิได้ต่างอะไรจากทีมชาติฮอลแลนด์ อริรายใหญ่ร่วมกลุ่มบี ที่เรียกบัลแกเรียชุดถ่ายเลือดมาลับแข้งหวังคว้าชัยเรียกความมั่นใจ ทำไปทำมากลับโดนลูบคมคารัง อัมสเตอร์ดัม อารีน่า เสียอย่างนั้น!

 
        เบิร์ต ฟาน มาร์ไวก์ นายใหญ่รองแชมป์โลก พยายามทดลองผสมผสานอารมณ์คิดมากส่งสามจอมเทคนิคทั้ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, เวสลี่ย์ สไนเดอร์ และ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ลงพร้อมกันหมดเลย


         ช่างน่าอิจฉาแทน ฮอลแลนด์ ที่มีทรัพยากรแนวรุกล้นมือแต่เกมนี้แทนที่จะประสานงานกลับกลายเป็น ''ประสานงา'' ซะงั้น!!! 


         ฮอลแลนด์ ครองบอลเหนือกว่าตามหน้าเสื่อแต่ไปเสียจังหวะตายอยู่หน้าประตู แม้ได้ ฟาน เพอร์ซี่ ยิงนำก่อนพักครึ่งก็ต้องมาโดนแซงแพ้เฉยจากความผิดพลาดส่วนบุคคล


         ฟาน เดอร์ ฟาร์ท พลาดทำแฮนด์บอลเสียจุดโทษตีเสมอ กระทั่งช่วงทดเจ็บ จอห์น ไฮติงก้า ดันสมนาคุณจ่ายพลาดถูกตัดบอลไปโยนโหม่งในเวลาที่แก้ตัวไม่ทันแล้ว


         นอกจากนั้นแล้ว พื้นที่กราบซ้ายคือช่องโหว่รูเบ้อเริ่มที่กุนซือพ่อตา มาร์ค ฟาน บอมเมล ต้องหาทางอุดให้ได้โดยเร็ว


         หลังจากไร้เงา เอริค ปีเตอร์ส บาดเจ็บถอนทัพตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แล้วยังหั่นชื่อ เออร์บี้ เอมานูเอลสัน กับ เฟอร์นอน อานิต้า ทิ้งไปอีก เท่ากับทีมกังหันลมเหลือแค่ เยโทร วิลเล่มส์ แข้งวัย 19 เป็นแบ็กซ้ายอาชีพแค่รายเดียวเท่านั้น


         สามเต็งแชมป์ต่างมีปัญหาแนวรับ ผิดกับ โปรตุเกส เจาะตาข่ายแต่ละนัดช่างยากเย็นแสนเข็ญ ทั้งๆ ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จอมถล่มประตูพังสถิติเบอร์หนึ่งแห่งยุค


         ราวตลกร้ายในตัวมันเองที่ทีมฝอยทองมีนักเตะที่ดีที่สุดในโลก แต่กลับใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ค่อยได้ เกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากับ มาซิโดเนีย คือนัดเท่าไรไม่รู้ที่ โปรตุเกส คุมสถานการณ์ทุกอย่างเหนือกว่า แต่บ้อท่ายิงไม่ได้จบสกอร์โบ๋ 0-0


         พิจารณาฟอร์มส่วนตัว โรนัลโด้ ทำได้ดีระดับหนึ่งแล้วกับโอกาสลุ้นพังสกอร์ทั้งฟรีคิก, ยิงไกลและขึ้นโขก ที่เหลือคือกองหนุนต่างหากที่ยังไม่เจ๋งพอ โดยเฉพาะแดนกลางซึ่งมองว่าตัวเลือกที่มีอยู่ล้วนสไตล์ใกล้เคียงเกินไป


         ไม่ว่าจะเป็น ราอูล เมยเรเลส, เจา มูตินโญ่, มิเกล เวโลโซ่, รูเบน มิคาเอล หรือ อูโก้ วิอาน่า ถนัดการเปิดป้อนมากกว่าเข้าปะทะทั้งหมดเลย ครั้นจะเลือกส่ง คุสโตดิโอ คาสโตร ก็มีความเสี่ยงไม่เคยติดธงชุดใหญ่มาก่อน


         บางที เปาโล เบนโต้ อาจต้องเลือกผ่าทางตันเหมือน คาร์ลอส เคยรอซ กุนซือคนก่อนด้วยการดัน เปเป้ ขึ้นมาทำลายเกมขู่มิดฟิลด์คู่แข่งซะเลย


         ภาพรวมประเดิมลับแข้งของทีมอื่น จัดว่าดีแย่สลับกันไป โปแลนด์ยังคงแล่นฉิวแบบเงียบๆ หลังเฉือนสโลวาเกีย 1-0 คว้าชัยเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน, ไอร์แลนด์ ได้ เชน ลอง เป็นฮีโร่โขกประตูโทนชนะบอสเนียฯ ในสกอร์เดียวกัน


         สาธารณรัฐเช็กเฉือนชนะอิสราเอลหืดจับนิดๆ 2-1 ขณะที่ กรีซ อดีตแชมป์ยูโร 2004 ได้แค่เจ๊าอิสราเอล พร้อมสังเวย พานากิโอติส โคเน่ กองกลางโดนใบแดงซึ่งมีสิทธิ์ยกยอดโทษแบนไปถึงรอบสุดท้าย


         ด้าน เดนมาร์ก อาการหนักหน่อยดันเลือกดวลของแข็ง บราซิล ดีกรีแชมป์โลก 5 สมัย เลยโดนสอนบอลไป 1-3 แต่รูปเกมยังนับว่าโอเค ต่อบอลสู้ได้สูสีทีเดียว


         ย้อนไปเมื่อวันศุกร์ยังมี รัสเซีย อุ่นเครื่องเสมออุรุกวัย ทีมแชมป์โคปา อเมริกา 1-1 และ โครเอเชีย ถลุงเอสโตเนีย 3-1 ก่อนที่แต่ละทีมจะลงเคาะสนิมอีก 1-2 นัดในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า


         หลังจากร้างลาเกมแข่งไปนาน เราคงได้เห็นกันว่าแต่ละทีมเพียบพร้อมขนาดไหนสำหรับศึกของจริงระหว่างวันที่ 8 มิถุนายนถึง 1 กรกฎาคมนี้


         แต่บางทีผลลัพธ์แย่ๆ ในช่วงนี้อาจไม่มีความหมายอะไร...หากบั้นปลายลงเอยด้วยความสำเร็จ












 


        ''มอนตี้''

 
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : มอนตี้

จำนวนเรื่อง : 1
All post :
All view :
คอลัมน์ ยูโร 2012
23 ขุนพลกระทิง
เอล นินโญ่
23 ขุนพลกระทิง

View : 70 Post : 0
 เกมแรกของ อ๊อกซ์เลด
ศาธนันท์
เกมแรกของ อ๊อกซ์เลด

View : 169 Post : 0
ส้มหล่น
ชู้ตเอาต์
ส้มหล่น

View : 945 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263