วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค. นี้ "กิเลนผยอง" เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ "ฉลามชล" ในศึกไทยพรีเมียร์ลีกนัดบิ๊กแมตช์บอลไทย
สุดตี่นเต้นครับคู่นี้....ในฐานะ "ต้นแบบ" บอลอาชีพเมืองไทยอย่างชลบุรี เอฟซี กับทีมที่ต่อยอดทำธุรกิจฟุตบอลอาชีพสมบูรณ์แบบอย่างเมืองทอง เจอกันที่ไหน...รายการอะไร...รับประกันความสนุกในบรรยากาศที่กดดัน เร่งเร้า ทั้งนักเตะและแฟนบอล เรียกว่าต้นทุนหรือเดิมพันค่อนข้างสูง....
นอกจากชื่อสองสโมสร....สตาร์ดังของทีม ธีรศิลป์ แดงดา ปะทะ พิภพ อ่อนโม้...เทิดศักดิ์ ใจมั่น เจอ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ....สินทวีชัย เจอกับ กวิน แม้กระทั่งโค้ช ย็อคก้า โค้ชนอกปะทะโค้ชไทยอย่าง วิทยา เลาหกุล รวมทั้งกองเชียร์ อุลตร้าเมืองทองกับแฟนบอลฉลามชลที่น่าจะขนมาจากชลบุรี 2,000 คนตามโควตา
ซูเปอร์แมตช์บอลไทยคู่นี้ขับเคี่ยวกันมาตลอด 3 ปีแม้ว่าปีที่แล้วจะไม่ได้เป็นการขับเคี่ยวเพื่อแย่งแชมป์เพราะบุรีรัมย์ทำแต้มขาด...แต่ก็ยังถือว่าเมื่อกิเลนปะทะฉลามสนุก เร้าใจ ได้บรรยากาศของบอลอาชีพอย่างแท้จริง แล้วสำหรับเกมนัดล่าสุดล่ะครับจะออกมาอย่างไรดี
แน่นอนครับสำหรับการโหมโรงก่อนเกมเริ่มต้นขึ้นคงทราบจากหน้าข่าวไปแล้วว่าตั๋วเข้าชมเกมไม่มีขายแล้วนะครับ หมดเกลี้ยง....! อันที่จริงตอนนัดเตะกับอาร์มี่ ยูไนเต็ด เปิดขายหลังเกมก็คิวยาวเหยียดขายไปเกือบครึ่งก่อนที่จะหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว โดยค่าเฉลี่ยเวลานี้ยอดแฟนบอลในเอสซีจีก็ประมาณ 12,000-15,000 ที่เหลือคือพื้นที่ทีมเยือนให้ 2,000 จะมาเท่าไหร่ และเศษอีกสามสี่พันกว่าคนนั้นก็คงเป็นขาจร
เอาเป็นว่าเวลานี้ทุกคนที่มีตั๋วในสนามวันอาทิตย์นี้บวกกับผู้ชมทางบ้านที่อยากชมเกมการแข่งขันซูเปอร์ บิ๊กแมตช์ คงใจจดใจจ่อที่จะรอชมการแข่งขันบอลระดับ 5 ดาวระหว่าง กิเลน-ฉลามชล กัน สุดจะตื่นเต้น และน่าจะส่งเสริมให้บรรยากาศของการแข่งขันเกมคู่นี้เร้าใจ เข้มข้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ว่ากันถึงสถานการณ์ล่าสุดนั้นชลบุรี พึ่งผ่านเกมกลางสัปดาห์ชนะอัล ซอวรา จากอิรักผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกเอเอฟซี คัพ ขณะที่นักเตะเมืองทองหลายคนได้ลงแข่งขันฟุตบอลนัดการกุศลกับทีมพาร์คและเพื่อนๆ ที่เอสซีจี สเตเดี้ยม ไม่ว่าจะเป็น กวิน, ธีรศิลป์, ดัสกร, ปิยะชาติ ถือว่าลงทีมซ้อมก็แล้วกัน เพราะไม่ได้เต็มที่อะไรขนาดนั้น
ฟอร์ม...ในลีกนั้นชลบุรี 15 แต้มจาก 8 นัดเล่นนอกบ้านเสมอ 3 แพ้ 1 ส่วนเจ้าบ้านเมืองทองนั้นเล่นในบ้าน 6 นัดชนะ 5 เสมอ 1 นำ
"จ่าฝูง" 24 แต้มแต่แข่งมากกว่าชลบุรี 2 นัด
เป็นฟอร์มแตกต่างกันพอตัว..คือในบ้านกิเลนผยองปีนี้เล่นได้ดีขณะที่นอกบ้านของชลบุรีไม่ค่อยดี ยิงได้ 1 เสีย 2 ประตู นับว่าเป็นฟอร์มที่ต้องเร่งปรับปรุงและดูเหมือนว่าน่าจะเป็นเกมที่พวกเขาต้องเน้นมากเป็นพิเศษเพราะเจ้าบ้านนัดนี้คือเมืองทอง
อีกทั้งศักดิ์ศรีของทีมใหญ่...น่าจะถูกกระตุ้นไม่ยากคือจะมาพลาดเหมือนนัดเยือนเกมอื่นๆ อีกคงไม่ได้ ดังนั้นทุกคนต้องโฟกัสที่สุด
เขียนถึงขุมกำลัง....ปีนี้ กิเลนผยองมีการเปลี่ยนแปลงทั้งโค้ชและนักเตะโดยเฉพาะการจัดเกมรุก ย็อคก้า ได้นักเตะมาซิโดเนียมาใหม่คือ มาริโอ มาช่วยธีรศิลป์ทำเกมรุกประสานงานกับทั้ ดักโน่, พิชิตพงษ์ พร้อมทั้ง ดัสกร ทองเหลา นักเตะที่เล่นเกมระดับบิ๊กแมตช์ได้ดี
ส่วนชลบุรีนั้นยังคงใช้แกนหลักของทีมในแนวรุก พิภพ อ่อนโม้....เทิดศักดิ์ ใจมั่น....อดุลย์ หละโสะ...สุรีย์ สุขะ..สินทวีชัย
แน่นอนครับ...ในฐานะเจ้าบ้านกิเลนผยองคงมาปักหลักรอตั้งรับคงไม่ได้ น่าจะเปิดเกมเข้าหา บุกใส่ชลบุรี ซึ่งก็คงเข้าทางทีมเยือนที่น่าจะมาเน้นเกม "โต้กลับ" โจมตี เพราะหน้าเร็ว คือ พิภพ...มีตัววางบอลดีอย่าง เทิดศักดิ์ เน้นรับให้แน่นแล้วจัดการฉวยโอกาสเล่นเกมโต้กลับเมื่อกิเลนพลาดโจมตีทันที น่าจะออกมาตรงกันข้ามกันแบบนี้
ถ้าพิจารณาจุดอ่อน...จุดแข็งของสองทีมก็มีแตกต่างกันออกไปโดยเจ้าบ้านนั้นออกตัวปีนี้ชนะและยิงได้ก็จริงแต่กองหลังยังต้องปรับพอสมควร เสียประตูเกือบทุกนัด ตรงนี้คือสิ่งที่ยังต้องปรับปรุงส่วนทีมชลบุรี นั้นอาจต้องปรับเรื่องการเล่นเป็นทีมเยือนแล้วทำประตูได้น้อยมาก
อย่างไรก็ตามคู่นี้ถือว่าไม่ต่างกันมากนักเตะมีคุณภาพทั้งคู่ โค้ชก็เยี่ยมยอด บางครั้งความผิดพลาดจังหวะเดียวในเกมอาจส่งผลให้พบกับความพ่ายแพ้ได้เช่นกัน เกมจะออกเครียดและกดดัน...พอตัวแหละครับ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าด้วยคุณภาพของนักเตะเกมรุกจากสองทีม น่าจะรับประกันว่าการสร้างสรรค์โอกาสในพื้นที่สุดท้ายคงหลากหลายและมีโอกาสลุ้นกัน
ตรงนี้กำไรเป็นของแฟนบอล...แต่ถ้าจะให้สนุก เร้าใจ จริงๆ ต้องบุกแลกกัน...แต่ผมเชื่อว่าโค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล ไม่คิดเช่นนั้น เชื่อว่าซูเปอร์ บิ๊กแมตช์เกมนี้เราคงได้เห็นกลยุทธ์ที่แตกต่างจากสองทีม...แต่ได้ดูกันสนุกแน่ เมื่ออีกฝั่งหนึ่งบุกอีกฝั่งหนึ่งคอยป้องกัน
ส่วนเราแฟนบอลก็รอคอยซึมซับและอิ่มเอมกับบรรยากาศ "ซูเปอร์ บิ๊กแมตช์" ต้นแบบบอลอาชีพในเมืองไทยของคู่นี้อย่างแน่นอน
Jackie