
การแข่งขันรถยนต์เมืองไทยไม่ได้สร้างกรอบเอาไว้ให้เฉพาะผู้ชายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะในรายการแข่งขัน โตโยต้า วันเมคเรซ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน สนามแรกของการแข่งขันประจำปี 2555 มีการบรรจุรุ่นวีออส วันเมคเรซ เลดี้ คัพ เอาไว้เป็นเวทีให้สาวๆ ได้แสดงความสามารถในด้านการขับรถยนต์ระดับแข่งขันดูบ้าง
ซึ่งนอกจากจะได้เป็นเวทีในการแสดงให้เห็นถึงความสามารถแล้วอีกหนึ่งประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการเรียนขับรถแบบแข่งของผู้หญิงคือความปลอดภัยที่ได้ขึ้นมา ส่วนประโยชน์มากแค่ไหน เราต้องฟังจากปากของหนึ่งสาวสวยที่เธออาจดูบอบบาง น่าทะนุถนอมสำหรับชายหนุ่มทั่วไปเมื่อแรกพบเห็นแต่ถ้าเธออยู่หลังพวงมาลัยรับรองว่าหนุ่มๆ จะต้องอึ้ง
ทิฆัมพร เรืองรองรัตนา หรือ ''น้องฟ้า'' นักแข่งหญิงวัย 20 ต้นๆ จากภาคเหนือที่มาร่วมการแข่งขันรายการนี้เป็นปีที่ 2 โดยกลับมาแข่งปีนี้เธอมาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะต้องมีรางวัลติดมือมากกว่าการได้ทักษะการขับรถที่เก่งขึ้นกลับไป
''เริ่มรู้ตัวว่าเข้าสู่การเป็นนักแข่งหญิงตอนไหนครับ'' เราเริ่มจากคำถามพื้นฐานในการสนทนา
''ประมาณสองปีค่ะ ตอนนั้นก็คือฟ้ามาเรียนหลักสูตรแข่งรถของสิงห์เรซซิ่งสกูล แล้วรู้จักพวกพี่ๆ ที่เป็นครูผู้สอน เข้าก็ยุว่าให้ฟ้าแข่งเลย ฟ้าแข่งได้อยู่แล้ว ฟ้าก็เลยลองดู แข่งรายการ วีออส วันเมคเรซ เป็นครั้งแรกคะ ปีแรกก็ต้องบอกว่ายังไม่ค่อยดีนักเพราะเรายังไม่มีความรู้มากเหมือนทุกวันนี้แล้วประสบการณ์แข่งรถก็ยังไม่ค่อยมี ผลงานก็เลยออกมาไม่ดี โดนชนด้วย เลยทำให้คะแนนสะสมน้อยมากค่ะ''
''อะไรผลักเราให้มาสู่การเรียนรู้เรื่องทักษะการแข่งรถครับ'' เราเจาะลึกลงไปถึงที่มาของจุดเริ่มต้น
''เริ่มจากฟ้าขับรถเป็นตั้งแต่สมัยอยู่ ม.3 มั้งค่ะ แล้วเราก็ใช้รถมาตลอดแต่พอได้ข่าวว่ามีโรงเรียนสอนขับรถทำให้เราขับได้ดีขึ้น ทำให้เราขับได้เก่งแบบนักแข่งเลย ก็เลยสนใจ ทีแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเป็นนักแข่งหรือไม่คิดว่าจะเอาดีทางนี้ แต่อยากได้ความรู้เรื่องการขับรถมากกว่าก็เลยสมัครเรียน จริงๆ แล้วการมาแข่งรถต้องบอกว่าเป็นผลที่ได้มากกว่าสิ่งที่เราตั้งใจไว้นะคะ ตั้งใจจะเรียนขับรถจะได้เก่ง เอาตัวรอดบนถนนได้เพราะฟ้าอยู่เชียงราย การขับรถมันต้องระวังมากโดยเฉพาะถ้าเป็นถนนใหญ่ที่ระบบจราจรวุ่นวายมาก ก็คิดว่าแค่ว่าเรามาเรียนน่าจะได้ทักษะดีขึ้น ตอนเริ่มต้นเรียนไม่ได้คิดถึงขั้นจะมาเป็นนักแข่งรถเลยค่ะ''
''สรุปว่า สิ่งที่เราเป็นักแข่งไม่ใช่สิ่งที่เราได้มาแล้วสิ่งที่เราอยากได้คือการมีทักษะสูงขึ้นได้มั้ยครับ''
''ได้ค่ะ มากด้วย การเข้ามาเรียนขับรถทำให้เรารู้จักเรื่องของรถยนต์มากขึ้น ตั้งแต่เรื่องพื้นฐาน จนถึงเรื่องทักษะอื่นๆ อย่างเมื่อก่อนตัวฟ้าเองใช้รถฮอนด้าแจ๊ซ เวลาใช้รถก็ไปแบบคนทั่วไปคือไม่ได้รู้รายละเอียดเลยว่า รถเราลมยางอ่อนไปมั้ย หรือ รัศมีวงเลี้ยงเราแค่ไหน หรือท่านั่งที่จะทำให้เราปลอดภัยเป็นยังไง พอมาเรียนฟ้าก็เหมือนคนเริ่มต้นใหม่เลย ถึงจะขับรถเป็นอยู่แล้วแต่สิ่งที่เรียนรู้มาเหมือนสิ่งที่เราใช้มาตลอด 4-5 ปีที่ขับรถมันดีไม่พอ อย่างเรื่องการขับรถตามหลังรถใหญ่ที่ทำให้เรามองถนนไกลไม่เห็นเนี่ย เราก็รู้แต่เราไม่มั่นใจ พอได้มาเรียนมันก็ตอกย้ำให้เรารู้ชัดเจนเลยว่า จริงด้วยการขับรถที่จะปลอดภัยคือต้องไม่ต่อท้ายรถใหญ่และอีกหลายๆ เรื่องที่ทำให้เรารู้เรื่องของรถและการใช้ถนนมากขึ้น เรื่องของอาการรถที่ผิดปกติซึ่งก็จะไม่มีการสอนที่ไหน เราก็จะไม่มีโอกาสรู้เรื่องพวกนี้เลยแต่พอได้มาเรียนขับแบบนี้ ครูฝึกก็จะสอนว่าอาการของรถปกติกับไม่ปกติมันต่างกันอย่างไรและผลที่จะตามมาคืออะไร ซึ่งพอเรารู้แล้วเราก็จะรู้วิธีรับมือซึ่งมันเอาไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน อย่างบ้านของฟ้าอยู่ภาคเหนือที่ต้องขึ้นเขาซึ่งถ้าฝนตกมันจะลื่น รถมีอาการเสียหลักได้แต่พอเราเรียนรู้ตรงนี้แล้วและได้ผ่านประสบการณ์จริงจากสนามแข่งรถมาแล้ว เวลาเราเจอรถเสียหลักถนนลื่นๆ เราก็จะรู้ว่าจะต้องแก้อาการยังไง ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยได้เยอะมากหรือจะเป็นเรื่องของการใช้เกียร์ที่เหมาะสมซึ่งจะทำให้รถมีพลังงานสูงสุดให้เราใช้ ซึ่งก็เอาไปใช้ตอนขับรถขึ้นภูเขาได้ด้วย ช่วยให้เราประหยัดน้ำมันขึ้นอีก เรื่องจุกจิกเล็กน้อยแต่พอรวมๆ กันมันทำให้เรามั่นใจในการใช้รถมากกว่าก่อนหน้าที่จะเรียนเยอะเลยค่ะ''
''ตั้งเป้าเรื่องการแข่งขันในสนามเอาไว้อย่างไรบ้างครับ'' เราย้อนถามเข้าสู่เรื่องของการแข่งขัน
''ตั้งแต่แรกแล้ ก็ไม่ได้ตั้งเป้าอะไรมากเพราะตอนที่มาแข่ง อาจาร์ปอง, องจารย์ตรัย, อาจารย์เบิร์ด สามคนที่ช่วยกันสอนฟ้าก็บอกว่า แค่เราทำให้ดีที่สุดและเอาสิ่งที่เรียนมาใช้งานให้ได้มากที่สุดจะได้เป็นการพัฒนาการขับรถของเราในชีวิตประจำวันให้ดีและปลอดภัย ไม่ได้สนใจว่าเราจะต้องได้แชมป์หรืออะไร ซึ่งฟ้าเองก็ยึดตามแนวคิดนี้มาตลอด เรามาแข่งเหมือนฝึกทักษะที่เรียนรู้มาให้ชำนาญจะได้เอาไปใช้จริงบนถนนได้ปลอดภัยกว่าแต่ถ้าถามว่าตั้งใจแค่ไหน ก็ตอบได้ว่าตั้งใจมากค่ะ คือปกติเป็นคนทำอะไรก็จะตั้งใจทำเต็มที่อยู่แล้ว ส่วนถ้าถามว่าหวังแค่ไหนอยากได้แชมป์มั๊ยก็ต้องตอบว่า ไม่ได้คิดถึงขนาดนั้นแต่ถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว มันส่งผลทำให้เราได้แชมป์ก็คงดีใจที่สุดอ่ะค่ะ''
''สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ การขับรถแข่งในสนามยากไหมครับ'' เราถามเจาะใจให้เธอแสดงความเห็นได้เต็มที่
''ขับรถบนถนนยากกว่าค่ะ'' คำตอบนี้ทำเอาเราอึ้ง ก่อนที่เธอจะอธิบายเพิ่ม ''ขับในสนามแข่งเส้นทางมันกำหนดไว้แล้ว เราไปตามทางไปให้ถึงเส้นชัย แพ้หรือชนะเราก็ปลอดภัย มีชนบ้างแต่ก็ไม่เจ็บตัวเพราะรถแข่งมันมีเครื่องป้องกันทุกอย่าง แข็งแรง ปลอดภัย มีกติกาชัดเจนและทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือมาเพื่อฝึกและเป็นกีฬา มีสปิติของคำว่ากีฬาอยู่
แต่การขับบนถนน เราไม่รู้จะเจออะไรบ้าง กติกาคือกฎจราจรแต่ก็มีคนทำผิดกฎหมายอยู่ตลอดเวลา สปิริตไม่ต้องพูดถึง เสียบได้เป็นเสียบ แซงได้เป็นแซง ยังมีพวกแก๊งแว้นซ์ สิบล้อบ้าพลัง อะไรอีกเยอะแยะหรือคนที่ขับรถไม่เก่งเปลี่ยนช่องจราจรแบบไม่เปิดไฟหรือหักเลี้ยวแบบผิดเลนซึ่งเราก็เจอประจำ เป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้เลยทุกอย่างล้วนเป็นอันตรายมากๆ ในแง่ของการขับรถสำหรับผู้หญิงค่ะ
พอได้มาเรียน เราก็มีความรู้มากขึ้นไปรับมือกับเรื่องบนถนนได้ดีขึ้นคะ มันเหมือนเรามีเกาะป้องกันตัวที่หนาขึ้น ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นเราก็พร้อมมากกว่าการไม่มีเกราะป้องกันตัวอะไรเลยคะ''
คำตอบที่เธอให้มาบอกได้ชัดเจนถึงประโยชน์ของการก้าวเข้าสู่ความเป็นนักแข่งหญิงของน้องฟ้าที่ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องของความสนุกจากการแข่งรถแต่กลับเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับผู้ใช้รถทุกคนที่ควรจะหาทาง ''สร้างเกาะ'' ป้องกันตัวเองให้มากขึ้นเหมือนอย่างที่เธอคนนี้ได้รับมาแล้วจากกีฬา ''มอเตอร์สปอร์ต''
คอลัมน์อื่น ๆ