เห็นทีว่าโทนสีฟ้า สีน้ำเงิน จะมาแรงจริงๆครับในปีนี้ หลังจากที่สโมสรอังกฤษซึ่งมีโทนสีนี้ สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่ไปครองได้ทั้งคู่
ในนัดปิดฤดูกาลท้องฟ้าได้กลายเป็นสีฟ้ามาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากที่แมนฯซิตี้กลับมาคว้าแชมป์ลีกของเมืองผู้ดีได้เป็นครั้งแรกในรอบ44ปี
และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท้องฟ้าที่ลอนดอนก็กลายเป็นสีน้ำเงินไปอีกครั้ง เมื่อเชลซีสามารถบุกไปคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกมาได้ถึงที่มิวนิค
ถือเป็นการคว้าแชมป์ได้อย่างน่าทึ่งด้วยกันทั้งสองทีม โดยเฉพาะเชลซีที่ต้องบอกว่าทำในสิ่งที่เหลือเชื่อมาก ในการเป็นเจ้ายุโรปสมัยแรกของพวกเขา
ถ้าหากเราเรียกการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของแมนฯซิตี้ว่าเป็น ปาฎิหารย์ ผมก็อยากจะเรียกการคว้าแชมป์ยุโรปของเชลซีว่าเป็น มิสชั่น อิมพอสซิเบิ้ล เพราะงานนี้พวกเขาทำในสิ่งที่ใครๆก็คาดไม่ถึงกันจริงๆ
เริ่มตั้งแต่ตัวกุนซือ ซึ่งเป็นเพียงผู้ที่เข้ามารับงานเป็นการชั่วคราวอย่าง โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ แต่สุดท้ายกลับกลายมาเป็นคนที่ทำให้ความฝันของเจ้าของสโมสรอย่าง เสี่ยหมี โรมัน อบราโมวิชต้องกลายมาเป็นความจริงเสียที
เรื่องนี้ถือเป็นมิสชั่น อิมพอสซิเบิ้ลโดยแท้ เพราะใครจะไปคิดว่ากุนซือชั่วคราว ซึ่งไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไร จะสามารถทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดได้เช่นนี้
ดังนั้นความสำเร็จครั้งนี้ จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งความเก่งก็ไม่ได้มาคู่กับความดังเหมือนกัน
นอกจากนั้นในเส้นทางแต่ละขั้น สู่การเป็นเจ้ายุโรปครั้งนี้ ดิ มัตเตโอยังต้องเจอกับอุปสรรค์ต่างๆนานับประการ ในการคุมทีมลงเล่นในแต่ละนัด นอกเหนือไปจากการเจอกับคู่ต่อสู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเภทเขี้ยวลากดินด้วยกันทั้งนั้น
ทำให้มาถึงตรงนี้คงจะต้องมาวัดใจเสี่ยหมีกันแล้วละครับว่า เขาจะให้โอกาสกับคนเก่งที่ไม่ได้มีชื่อในระดับหัวแถวอย่าง ดิ มัตเตโอหรือไม่?
No.10